ก่อนแต่งงาน

5 เรื่องก่อนแต่งงานที่คู่รักควรตกลงก่อนย้ายมาอยู่ด้วยกันให้เสร็จ

ไม่ว่าคุณทั้งคู่จะตั้งใจอยากลองย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันดู ก่อนแต่งงาน หรือจะเป็นการย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังเดียวกันหลังจากแต่งงานไปแล้ว เราขอแนะนำให้คุณทั้งคู่มีข้อตกลงบางอย่างในบางเรื่องร่วมกัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเริ่มต้นชีวิตคู่ค่ะ เพราะการมีข้อตกลงก่อนย้ายมาอยู่ด้วยกัน จะนำความสบายใจมาให้คุณในเบื้องต้นอย่างแน่นอน แล้วเรื่องจุกจิกใจจะลดน้อยลง เมื่อทั้งคู่มีข้อตกลงต่อไปนี้ 1. ค่าใช้จ่ายที่ต้องเคลียร์ ทุกสิ่งค่ะ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารเข้าบ้าน ค่าซื้อของจิปาถะ จะแบ่งกันดูแลยังไง ถ้าบ้านยังผ่อนอยู่จะต้องช่วยผ่อนไหม ใครผ่อนมากผ่อนน้อย บางคู่บอกว่าต้องจุกจิกหยุมหยิมขนาดนี้เลยหรือ ใช่ค่ะ ก็เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร แล้วชีวิตจริงไม่ใช่ในละครที่จะมีพระเอกร่ำรวยมาดูแลคุณทุกอย่าง หรือจะแต่งงานกับคุณหนูของตระกูลใหญ่ เราต้องอยู่กับโลกของความจริงค่ะ เอาเรื่องจริงมาคุยกันเลยจะได้กินอยู่ในบ้านหลังเดียวกันแบบสบายใจ ไม่มีเกร็ง ไม่รู้สึกเสียเปรียบได้เปรียบ 2. หน้าที่ดูแลบ้านที่ต้องแบ่ง ยุคนี้แล้วนะคะ ไม่ใช่ว่าเรื่องดูแลบ้านต้องเป็นของฝ่ายหญิงเท่านั้นซะที่ไหน คุยกันเลยค่ะ เช่นเราจะมีวันทำงานบ้านด้วยกันไหม อะไรเสียอะไรต้องซ่อมจะเรียกช่างหรืออะไรยังไง ตัดต้นไม้ใครจะทำ เพราะบางอย่างผู้หญิงก็ทำไม่ไหว ผู้ชายก็ไม่ถนัดตกลงกันคร่าวๆ ไว้ก่อน อะไรช่วยกันได้ก็ลองดู แต่อย่าฝืนกำลังตัวเองซะล่ะ เพราะเดี่ยวข้าวของเสียหายไปจะเป็นเรื่อง 3. พื้นที่ส่วนตัวมีไหม ต่อให้คุณจะรักกันมากแค่ไหน แต่เราเชื่อว่าทุกคนย่อมต้องมีพื้นที่ส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น คุณอาจไม่ถึงกับขีดเส้นแบ่งเขตว่าห้ามเข้ามาในโซนนี้ แต่ต้องมีมารยาทเวลาจะเข้าไปในพื้นที่ของเขา หรือแม้แต่จะเปิดกระเป๋าสตางค์ หรือหยิบดูไอแพดของเขามาเล่นก็ควรคิดสักนิดว่านั่นน่ะ พื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างหนึ่งนะ ต่อให้คุณจะบอกว่า ขนาดคุณยังเปิดเผยทุกอย่าง ทำไมเขาไม่เปิดบ้างล่ะ คนเราไม่เหมือนกันค่ะ […]

ปัญหาชีวิตคู่

ครอบครัวเธอใหญ่ ครอบครัวฉันเล็ก ปัญหาชีวิตคู่ ทำยังไงให้ลงตัว

การแต่งงานคือการที่คนสองคนรักกันน่ะใช่ค่ะ แต่เมื่อแต่งไปแล้วคุณไม่ได้รักกันแค่สองคนนะคะ แพรวเวดดิ้งเชื่อว่าหลายคู่เคยได้ยินประโยคที่ว่า การแต่งงานไม่ใช่เรื่องของสองคน เพราะคือการแต่งกับทั้งครอบครัวของอีกฝ่าย แล้วทีนี้จะทำอย่างไรล่ะค่ะ เมื่อครอบครัวของคุณทั้งคู่มีขนาดที่ไม่เท่ากัน กรณีครอบครัวฝ่ายหนึ่งเป็นครอบครัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยญาติพี่น้องที่ทุกเทศกาลต้องมาเจอกัน แต่อีกครอบครัวอยู่กันไม่กี่คน เทศกาลต่างๆ ก็ทำกันเงียบๆ แล้วเมื่อต้องมาแต่งงานกันจะทำยังไงให้ ปัญหาชีวิตคู่ นี้ลงตัว ลองดูวิธีเหล่านี้ค่ะ เริ่มต้นที่เราสองคนก่อน ก่อนจะพาคนที่บ้านมาเจอกัน ลองใช้ตัวเองเข้าไปสัมผัสกับครอบครัวอีกฝ่ายให้มากก่อน เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของบ้านอีกฝ่าย เพราะคุณย่อมรู้อยู่แล้วว่าบ้านคุณเป็นแบบไหน ถ้าเจอแบบบ้านเขาจะว่ารู้สึกอย่างไร เรียกง่ายๆ คือเอาตัวคุณเองเป็นตัวแทนวัดความรู้สึกกันก่อน จากนั้นค่อยมาคิดพิจารณาว่า สไตล์บ้านของอีกฝ่ายเป็นแบบนั้น จะมีวิธีไหนเหมาะๆ ที่จะให้ครอบครัวตัวเองเข้าไปจอยได้อย่างสบายใจ บอกกล่าวเล่าเรื่องก็ช่วยได้ คุณอาจใช้วิธีพูดถึงครอบครัวของคุณให้ครอบครัวอีกฝ่ายได้รู้จัก แต่ต้องรู้จักพูดในระดับพอดีๆ ไม่พูดมากพูดเยอะหรือแนวอวดตัวเด็ดขาด แบบนั้นจะนำพาความรู้สึกติดลบตั้งแต่ก่อนเจอมากกว่าจะชื่นชม ใช้ของฝากเชื่อมสัมพันธ์ ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวไหน ก็อย่าลืมซื้อของมาฝากคนทางบ้านทั้งสองบ้านให้พอๆ กัน หรือหากคุณไปเที่ยวกับครอบครัวของคุณก็ซื้อมาฝากครอบครัวของเขา โดยอาจบอกว่าครอบครัวฝากมาให้ อะไรแบบนั่น ความรู้สึกนึกถึงจะช่วยจูงใจให้ความต่างมาผสานกันได้ง่ายขึ้นอีกทาง ค่อยๆ พาครอบครัวเข้าแทรกซึม เมื่อคุณพอจะรู้รูปแบบของอีกครอบครัวแล้ว ลองค่อยๆ พาคนในครอบครัวของคุณเข้าไปแทรกซึมทำความคุ้นเคย ซึ่งถ้าคุณเป็นฝ่ายครอบครัวใหญ่ก็อาจเลือกพี่น้องสักคนสองคนค่อยๆ เข้าไปทำความคุ้นเคยกับบ้านอีกฝ่ายก่อน ส่วนคุณฝั่งครอบครัวเล็กก็ทำเช่นกัน เพื่ออย่างน้อยเวลาไปร่วมงานเทศกาลอะไรของอีกบ้านจะได้มีคนรู้จักอื่นๆในบ้านอีกฝ่ายให้พูดคุย ไม่ใช่คุยได้แต่กับลูกเขยหรือสะใภ้ตัวเอง อย่าบังคับใจโดยเด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายครอบครัวใหญ่หรือเล็ก อย่าบังคับใจคนในครอบครัวของตัวเองให้ต้องมีส่วนร่วมถ้าเขาไม่ต้องการ เช่น บ้านฝ่ายหญิงมีงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปีที่มาทั้งตระกูลแต่บ้านฝ่ายชายอยู่กันเองแค่พ่อลูก ถ้าพ่อสามีไม่ได้อยากไปร่วมก็อย่าไปบังคับ […]

ย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย

5 นิสัยคนมีคู่ต้องรู้และต้องเปลี่ยนเมื่อคิดจะย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย

หลังแต่งงานจะอยู่บ้านใครไม่ใช่ประเด็น เพราะสำคัญกว่านั้นคือ การย้ายเข้าไปอยู่กับครอบครัวของอีกฝ่าย คุณจะใช้นิสัยแบบเดิมๆ เมื่อครั้งอยู่กับครอบครัวตัวเองไม่ได้เด็ดขาด แล้วมีนิสัยอะไรบ้างล่ะ ที่คุณต้องเปลี่ยนเมื่อคิดจะ ย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย มาดูกันค่ะ 1. นอนตื่นสาย ตอนอยู่กับครอบครัวตัวเอง คุณจะทำตัวเป็นคุณนายตื่นสาย หรือเจ้าชายสายเสมอไม่มีใครว่า แต่เมื่อเข้ามาอยู่กับบ้านอีกฝ่ายจะทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด เพราะอย่าลืมว่า แต่ละบ้านก็มีกิจกรรมยามเช้าที่ต่างกัน เช่น การร่วมกันกินข้าวเช้า การทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ ลองคิดดูสิว่า ขณะที่คนทั้งบ้านตื่นมาทำนั่นนี่แต่คุณนอนสายตะวันโด่งกว่าจะลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว มันดูดีซะที่ไหน 2. ไม่ช่วยงานบ้าน แม้อยู่ที่บ้านของตัวเอง คุณจะมีใครต่อใครทำงานบ้านให้จนคุณแทบไม่ต้องกระดิกตัว แต่เมื่อมาอยู่บ้านอีกฝ่าย ต้องรู้จักหยิบจับทำนั่นนี่ซะบ้าง และแม้ว่าบ้านหลังใหม่ที่คุณย้ายเข้าไป จะมีคนช่วยทำงานบ้านให้ก็เถอะ คุณเองก็ควรช่วยเป็นหูเป็นตา หรือลงมือช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆ บ้าง ไม่ใช่เอาแต่ชี้นิ้วสั่ง หรือรอให้ฝุ่นปลิวหายไปเอง 3. ช่างติ แม้คุณจะรู้สึกว่า ที่บ้านคุณไม่ได้มีวิถีชีวิตแบบนี้ก็เถอะ อย่าลืมว่าบ้านใครบ้านมัน บ้านหลังนี้คือครอบครัวใหม่ที่คุณเข้ามาอยู่ การเรียนรู้และเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามสำคัญมาก เห็นอะไรไม่ถูกใจอย่าเพิ่งเปิดปากเอาแต่ติ ลองดูไปสักพักเพื่อให้ได้ข้อมูลก่อนว่า ก่อนคุณจะเข้ามาอยู่ คนที่นี่เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร ถ้าสิ่งที่เป็นอยู่ไม่เข้าท่า เลือกใช้คำพูดดูดีที่ไม่ใช่การเอาแต่ติ หรือแต่พูดว่าที่บ้านของคุณเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ 4. หัดมีน้ำใจและช่วยจ่ายซะบ้าง แม้ครอบครัวของอีกฝ่ายร่ำรวยเงินทองแต่นั่นก็คือเงินของครอบครัวฝ่ายนั้น อะไรที่คุณช่วยดูแลจับจ่ายให้ได้ก็ควรแสดงน้ำใจ […]

หลังแต่งงาน

5 พฤติกรรมชวนยี้ที่คุณอาจต้องเจอหลังแต่งงานแบบไม่ทันตั้งตัว

นี่เหรอ คือสิ่งที่เราต้องเจอ หลังแต่งงาน !! “ไม่คิดว่าเขา/เธอจะเป็นแบบนี้” หรือ “ตอนเป็นแฟนกันไม่เห็นทำเลย” ประโยคเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ในทุกคู่แต่งงานค่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันจะมาปรากฏก็เมื่อร่วมหอกันไปเรียบร้อยแล้ว ก็แหม…คนเราต้องอยู่ด้วยกันนี่นา จะกั๊กตัวตนได้ตลอดเหมือนตอนอยู่บ้านใครบ้านมันได้ไงล่ะ ซึ่งพออีกฝ่ายรู้ก็อาจมีอึ้ง มียี้และมีส่ายหน้าได้ ว่าแต่มีพฤติกรรมอะไรบ้าง ที่คุณอาจเจอ หลังแต่งงาน แพรวเวดดิ้งรวมมาให้แล้ว จะได้เตรียมตัวรับมือกับยี้ที่คาดไม่ถึง ผายลมเรี่ยราด ตอนเป็นแฟนกันต้องระวังตัวสุดๆ แต่พอมาใช้ชีวิตด้วยกันแล้วคุณคงเลี่ยงที่จะเจอไม่ได้ บางคนบอกว่าปวด_ด ก็เดินออกไป_ด ที่โซนอื่นสิ ไม่ใช่มา_ดต่อหน้า ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ไม่ใช่พฤติกรรมชวนยี้หรอกค่ะ เพราะคุณไม่ต้องเหวอหรือยี้ๆๆ กับสิ่งที่อีกคนทำ เรอดังลำโพงแตก มาแต่เสียงยังไม่เท่าไหร่ บางคนมาพร้อมกลิ่น ใครที่คิดว่าชาตินี้ไม่น่าจะเจอก็อาจเจอได้หลังแต่งงาน แม้ว่าตอนเป็นแฟนกันคุณจะเคยกินข้าวด้วยกันเป็นร้อยมื้อมาแล้วก็ตาม แต่อย่างที่บอกไงค่ะว่า เมื่อมาร่วมบ้านเรื่องเหล่านี้เลี่ยงยากจริงๆ ฉะนั้นละก็ ทำใจซะ!! ถ่ายหนักแล้วไม่กดชักโครก ถ้าคุณสงสัยว่าจะมีคนแบบนั้นเหรอ คำตอบคือ มีค่ะ มีแน่นอน เพียงแต่จะมีใครมาพูดเท่านั้นเอง แต่แพรวเวดดิ้งขอเป็นตัวกลางมาบอกให้คุณรับรู้ และทำความเข้าใจสักนิดว่า จริงๆ แล้วเขาอาจไม่ใช่คนซกมกหรอกค่ะ เพียงแต่ใช้ชีวิตแบบนี้มาจนชิน พอมีคนมาอยู่ด้วยก็เผลอไป ชีวิตส่วนตัวตอนที่ยังใหม่แต่งงานของคนกลุ่มนี้คือ พอขับถ่ายแล้ว ไม่กดชักโครกทันที แต่จะมีการสำรวจตรวจตราสุขภาพตัวเองก่อนเสมอ อาจลืมกดจนเป็นนิสัย […]

พ่อสามี

ว่าที่ลูกสะใภ้รู้ไว้ก็ดีจะได้ทำตัวถูกกับ 4 นิสัยพื้นฐานของพ่อสามี

ส่วนใหญ่เราจะได้ยินปัญหาของแม่ผัวลูกสะใภ้ใช่ไหมคะ แต่จริงๆ แล้ว พ่อผัวกับลูกสะใภ้ก็มีปัญหาให้เห็น แถมบางบ้านสะสมความขุ่นใจกันมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นสงครามเย็นโดยไม่รู้ตัวซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคุณมองข้ามนิสัยบางอย่างของ พ่อสามี หรืออาจเป็นเรื่องคาดไม่ถึง ซึ่งไม่ใช่ความผิดแต่อย่างใด วันนี้เราจึงสรุปแบบกว้างๆ มาให้ ถ้าคุณกำลังจะเข้าไปเป็นสะใภ้บ้านไหน ลองอ่านบทความนี้ดู จะได้เตรียมปรับตัวให้เข้ากับพ่อสามีในอนาคตได้ พ่อสามีส่วนใหญ่ไม่พูดเยอะแต่ดูอยู่ห่างๆ อย่าคิดว่าพ่อสามีจะละเลยเรื่องชีวิตคู่ของคุณกับลูกชายของเขานะคะ เพราะส่วนใหญ่จะเน้นดูการกระทำของคุณอยู่เงียบๆ ประกอบกับดูปฏิกริยาของลูกชายตัวเองว่ามีความสุขดีอยู่ไหม ชีวิตคู่เป็นไปอย่างที่ลูกชายเคยคุยเคยฝันหรือเปล่า และการไม่พูดไม่ใช่กำลังจับผิด แต่เป็นการให้เกียรติในการใช้ชีวิตของคุณต่างหาก ฉะนั้นว่าที่สะใภ้ทั้งหลายอย่าคิดว่าทำอะไรก็ได้ตามใจฉัน พ่อนั้นไม่สนหรอก ขอบอกเลยว่าคิดผิด พ่อสามีพูดทีมีอึ้ง ต่อเนื่องให้รู้กันไปจากข้อที่แล้ว คือไม่พูดก็คือไม่พูด แต่ถ้าเปิดปากพูดเมื่อไหร่ ส่วนใหญ่จะแปลว่าสุดๆ แล้วล่ะ ไม่พูดให้รู้ตัวคงไม่ได้ อะไรประมาณนั้น ซึ่งตรงนี้จะต่างจากแม่สามีที่เห็นปุ๊บก็อาจพูดปั๊บจนคุณอาจรู้สึกเบื่อหน่ายจนฟังทะลุหูไปเลยด้วยความเคยชิน แต่ถ้าเป็นพ่อสามีพูดเมื่อไหร่ รู้ไว้เถอะค่ะว่าพฤติกรรมของคุณนั้น เข้าขั้นต้องตรวจสอบแล้วนะ พ่อสามีก็มีความเป๊ะเหมือนกัน จริงๆ แล้วพ่อสามีมีความหยวนมากกว่าแม่สามีก็จริงนะคะ ฉะนั้นทำความสะอาดบ้านเนี้ยบไหม ทำอาหารอร่อยหรือเปล่าไม่ใช่ประเด็นหลักที่จะมานั่งจุกจิกกันทุกวี่วัน แต่มักจะจุกจิกเฉพาะเรื่องมากกว่า เช่น ความเป๊ะในเรื่องที่เกี่ยวกับประเพณีสืบทอด การไหว้เจ้า ธรรมเนียมทำตามกันมา (โดยเฉพาะครอบครัวคนจีน) หรือบางบ้านอาจมีเรื่องเงินๆ ทองๆ เข้ามาในบางสถานการณ์ซึ่งหากคุณเป็นคนไม่ละเอียด ไม่ค่อยจะเป๊ะกับหลายๆ เรื่อง อาจค่อยๆ เริ่มสร้างความละเอียดให้กับตัวเองผ่านเรื่องเหล่านี้ก็ดีนะคะ พ่อสามีไม่หวงลูกชายแต่จะห่วงมากกว่า […]

แฟนทะเลาะกับพ่อแม่

เมื่อแฟนทะเลาะกับพ่อแม่ แล้วคนกลางอย่างเราจะวางตัวอย่างไร?

เลี่ยงไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าบังเอิญว่าคุณต้องกลายเป็นคนกลางเวลาที่ แฟนทะเลาะกับพ่อแม่ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ ยิ่งถ้าอยู่ในสถานที่บังคับแบบไปไหนไม่ได้อย่างในรถ ร้านอาหาร หรือแม้แต่ในบ้านของตัวเอง แล้วคนกลางอย่างคุณจะวางตัวแบบไหนดี เพื่อให้คุณเองไม่ต้องกลายเป็นอีกคนที่มีปัญหา นิ่งไว้ก่อนปลอดภัยสุด คำแนะนำแรกที่เราขอให้คุณทำเมื่อสถานการณ์ตรงหน้ามาคุคือ การอยู่นิ่งๆ ค่ะ อย่าเอาตัวเองเข้าไปเป็นเอี่ยว เพราะเดี๋ยวเรื่องจะไปกันใหญ่ นิ่งและฟังอย่างเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วดูเชิงสักนิดว่าคุณออกมาจากเหตุการณ์ตรงนั้นได้ไหม เหตุผลคือ เป็นการให้เกียรติคนในครอบครัวคุยกันเองยังไงละค่ะ ต่อให้คุณจะสนิทกับครอบครัวของเขามากแค่ไหนก็ตาม หรือแม้จะแต่งงานเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเขาก็ตาม นิ่งค่ะ ขอย้ำให้นิ่ง เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของคุณ ห้ามไม่ได้ให้นิ่งไว้ บางคนบอกว่า เหตุการณ์มันสุดๆ จริงๆ ไม่เอี่ยวไม่ได้ ถ้าคุณลองเอ่ยปากพูดไกล่เกลี่ยให้ต่างฝ่ายใจเย็นลงแล้วก็ยังไม่ได้ผล อย่าพยายามค่ะ เพราะเสียงที่สามอาจไปกระตุ้นให้เรื่องไปกันใหญ่ และดีไม่ดี คนที่ทะเลาะกันอยู่ อารมณ์กำลังพุ่ง อาจจะลากคุณเข้าไปเอี่ยวจนกลายเป็นไฝว้หนักไปใหญ่ตามประสาคนพาลหรือคุมอารมณ์ไม่ได้ ฉะนั้น จำไว้เลย เมื่อเอ่ยปากห้ามแล้ว ไกล่เกลี่ยแล้วยังไม่มีอะไรดีขึ้น จงนิ่ง!! อย่าเข้าข้างใครเด็ดขาด เวลาที่คนเราทะเลาะกันแล้วมีบุคคลที่สาม (อย่างคุณ) ที่ไม่เกี่ยวอยู่รับรู้เหตุการณ์ด้วย มีสิทธิ์ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหันมาถามความเห็นของคุณว่าคิดยังไง ใครคือคนผิด จะต้องการหาพวก หรือให้คุณตัดสินก็ตามที แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเอ่ยปากทำนองเข้าข้างใครคนนึงแล้วละก็ งานเข้าแต่ๆเพราะอีกคนจะหมางใจกับคุณได้ทันที ถ้าคนที่คุณเข้าข้างคือแฟนตัวเอง อีกคนที่อาจเป็นพ่อแม่พี่น้องเขาจะพลอยไม่ชอบคุณขึ้นมา หรือถ้าคุณเข้าข้างอีกฝ่าย คุณก็มีสิทธิ์ทะเลาะกับแฟนตัวเอง […]

ชีวิตคู่

6 ข้อดีของการมีชีวิตคู่ที่รู้แล้วจะซึ้งใจว่ามีรักที่ดีมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

เพราะเห็นตัวอย่างความรักที่ผิดหวังหรือเคยมีประสบการรักสุดแป้กมาจนสุดทน สาวๆ ยุคนี้ก็เลยเกิดอาการขยาดที่จะฝากหัวใจให้ใครดูแล แต่อย่าเพิ่งผลีผลามตัดสินใจครองตัวโสดไปตลอดช่วงอายุขัยค่ะ ลองมาอ่านข้อดีของการมี ชีวิตคู่ จากแพรวเวดดิ้งกันก่อนเพราะทั้ง 6 ข้อข้างล่างนี้ คือเรื่องดีๆ ที่คนมีคู่เขาโหวตมาแล้วว่านี่แหละคือข้อดีที่เธอและเขาตัดสินใจเป็นคู่ชีวิตกัน  1. มีเพื่อนอยู่ด้วยเสมอเรื่อยๆ ไปจนแก่ ข้อดีสุดฮอตที่แทบจะทุกคนที่ตัดสินใจแต่งงานกันบอกกับเราก็คือ ความรู้สึกที่ว่าจะมีเพื่อนอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ  จนแก่เฒ่า ซึ่งแม้การอยู่นั้นจะเป็นการอยู่แบบเลิฟมากไม่มีนาทีไหนทะเลาะกันเลยหรือยู่แบบลิ้นกับฟันที่กระทบกันมากบ้างน้อยมาก แต่สุดท้ายก็คือความเป็นเพื่อนที่แฝงอยู่นฐานะสามีภรรยาที่ไม่เคยทิ้งกัน ทำให้บ้านหลังนั้นไม่เงียบเหงา และอย่างน้อยๆ เดินไปในบ้านยังมีเพื่อนคนนี้นั่งอยู่เสมอ 2. มีคนคอยอยู่ดูแลกันไม่ห่างเมื่อยามเจ็บป่วย จริงอยู่ที่ความไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ แต่ใครบ้างจะไม่มีโรคจริงไหมค่ะ ซึ่งนี่แหละคืออีกหนึ่งข้อดีของการมีคู่ นั่นคือเมื่อคุณเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไหร่ จะมีคนๆ หนึ่งที่คอยอยู่ดูแลคุณไม่ห่าง หรือแม้บางคู่ที่อาจจะเถียงว่า ไม่จริงอะ เวลาป่วยยังต้องไปหาหมอคนเดียวเลย แต่ลองคิดดีๆ สิคะ อย่างน้อยๆ คุณก็บอกอีกคนใช่ไหมล่ะว่าป่วย ซึ่งหลังจากนั้น คุณจะได้รับความห่วงใยดูแลไม่มากก็น้อยในสไตล์ของคนๆ นั้น ซึ่งนั่นก็คือรูปแบบหนึ่งของการดูแลกันไงคะ 3. ได้ที่ปรึกษาส่วนตัว เวลาที่มีปัญหากับที่ทำงานหรือเรื่องส่วนตัว คู่ชีวิตของเรานี่แหละที่เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวที่คุณจะเอ่ยปากบ่นละขอความเห็นเป็นอันดับแรก เพราะคุณก็อยู่กันแค่สองคนผัวเมียแล้วจะบ่นให้ใครฟัง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อบ่นไปแล้ว คุณจะได้คำปรึกษาหรือความเห็นกลับมาไม่มากก็น้อย ซึ่งจะมีประโยชน์ไหมก็ว่ากันไปแล้วแต่กรณี แต่อย่างน้อยๆ คุณก็ไม่ต้องนั่งคิดคนเดียวให้ปวดหัว เพราะสามีหรือภรรยาของคุณคือเพื่อนคู่คิดที่พร้อมจะให้คำปรึกษากับคุณเสมอ 4. ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายในโลกกว้าง คู่รักนักเที่ยวบอกกับเราว่า การมีคู่ชีวิตคือมีบัดดี้ไปไหนต่อไหนด้วยกันเสมอ […]

ขอผู้ชายแต่งงาน ได้ไหม? แล้วขอยังไงไม่ให้น่าเกลียด?

ก็ในเมื่อเขาคนนั้นไม่ยอมเอ่ยปากซักที! เป็นสาวเป็นนางอย่างเรา จะ ขอผู้ชายแต่งงาน กับเขาบ้างได้ไหม แล้วจะขอยังไงไม่ให้โดนเม้าท์? คลิกสิ เรามีคำตอบ!

แฟนเก่า

ปล่อยให้เป็นแค่เรื่องเก่าๆ…เลิกคิดมากเรื่อง แฟนเก่า ของเขาซักทีเถอะนะ

เป็นเรื่องปกติที่คุณมักจะรู้สึกไม่ถูกชะตากับ แฟนเก่า ของคนรักนัก ทั้งๆ ที่คุณอาจไม่เคยเจอหรือรู้จักกันเลยด้วยซ้ำ จริงๆแล้วเรื่องนี้มันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย

ครอบครัวแฟน

4 เคล็ดลับมัดใจครอบครัวแฟน รับรองเห็นผลผู้ใหญ่ปลื้ม

การจะไปหาผู้ใหญ่ของแฟนก็ต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจกันบ้าง ไม่ใช่ทะเล่อทะล่าเข้าไปก็คงไม่เหมาะ แต่ควรดูแลเสื้อผ้าหน้าผมให้สมกับการที่คุณจะเข้าไปเกี่ยวดองเชิงสร้างสรรค์กับ ครอบครัวแฟน กันไว้ก่อน เพราะถึงยังไงคุณก็ต้องทำตัวให้เอาชนะใจพ่อแม่ของเค้าให้ได้ งั้นมาดูแลตัวเองในวันที่รู้ว่าต้องไปพบญาติผู้ใหญ่ของแฟนด้วยการทำตามที่ แพรว wedding แนะนำกันดีกว่า รับรองว่าเวิร์คสุดๆ 😉 ระมัดระวังเรื่องคำพูดคำจา คุณควรหัดพูดจาให้ไพเราะเสนาะหูเข้าไว้ และใช้คำว่า คะ ขา ค่ะ หรือครับผมกันบ่อยๆ พูดให้ชินกันซะเดี๋ยวนี้ เผื่อวันหน้าได้ไปพบพ่อแม่ของหวานใจจะได้ไม่เคอะเขิน ก็แหม ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่จะไปทำตัวตามสบายเกินเหตุแบบตอนอยู่กับเพื่อนฝูงคงไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นเริ่มใช้คำพูดดีๆกันตั้งแต่วันนี้เลยก็แล้วกัน การแต่งกายควรเรียบร้อย เลือกชุดที่คุณใส่แล้วดูเรียบร้อย, น่ารักแต่คล่องแคล่วจะดีกว่า คุณควรแต่งกายให้ทะมัดทะแมงเข้าไว้ ท่านจะได้รู้สึกว่าคุณแข็งแรงพอที่จะทำงานทำการสู้ชีวิตต่อไปในวันข้างหน้าได้ยังไงล่ะคะ กริยามารยาทก็ต้องเรียบร้อยแต่พอดีเอาไว้ก่อน เรื่องนี้ถือเป็นธรรมเนียมกันเลยเชียวนะ เวลาที่คุณจะไปบ้านใครก็ควรจำไว้ให้ขึ้นใจว่า ความเป็นคนสุภาพเรียบร้อยและมีสัมมาคารวะนั้นเป็นเรื่องจำเป็น ยิ่งเป็นผู้ใหญ่ด้วยแล้วยิ่งสำคัญ ตรงนี้ก็ขอให้ คุณอ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้หลักผู้ใหญ่ไว้ก่อน ยังไงเราเป็นเด็กเป็นเล็กก็ควรรู้จักการไปลามาไหว้ จะให้ดีก็ควรหลีกเลี่ยงการสกินชิพกันตลอดเวลาตอนพูดคุยอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ด้วยนะคะ กันไว้ก่อน เพราะผู้ใหญ่แต่ละบ้านทัศนคติต่อเรื่องนี้ย่อมไม่เหมือนกันแน่นอน เวลาจะเข้าไปหาพ่อแม่ของเค้าก็ควรถือของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย ของฝากที่จะนำไปมอบให้คราวนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนเทกระเป๋าซื้อของอะไรที่มันแพงๆไปให้ท่านหรอก แค่มี ดอกไม้ไปฝาก, มีขนมไปให้ หรือหาผลไม้ตามฤดูกาลไปเยี่ยมก็เพียงพอแล้ว ถือเป็นการแสดงความมีน้ำใจทำให้ท่านเห็นว่าเรารลึกถึง และให้ความสำคัญกับการเข้ามาหาท่านเพราะมีการเตรียมข้าวของมา ที่เหลือก็เพียงให้ท่านรู้ว่า คุณมีความจริงใจและรักลูกหลานของท่านอย่างไม่มีเงื่อนไข เท่านี้ก็น่าจะสอบผ่านแล้วล่ะค่ะ cr : rd.com อ่านบทความเพิ่มเติม […]

ลดความเครียด

5 วิธีลดความเครียด ช่วยคลายอารมณ์ให้สุดที่รักของคุณได้แฮปปี้

เพราะชีวิตของเราต้องเจอกับปัญหามากมายในแต่ละวัน ลองมาหาทางช่วยให้สุดที่รักของคุณผ่อนคลายกันจากวิธีที่เรานำมาฝาก นำไปปรับใช้ให้เหมาะกับคู่ของตัวเองดูนะคะ

คนรัก

7 เรื่องเช็คให้ชัวร์ก่อนพาคนรักไปเจอครอบครัวของคุณ

วันหยุดยาวช่วงปีใหม่กำลังใกล้เข้ามาทุกที WEweddingguide เชื่อว่าหลายคนคงกำลังเล็งๆ ที่จะใช้โอกาสในช่วงนี้พาคนรักไปเปิดตัวกับครอบครัว อ๊ะๆ แต่ช้าก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งด่วนได้ใจเร็วไป ลองเช็คความพร้อมด้วยคำถาม 7 ข้อนี้ก่อน ถ้าได้คำตอบที่หายห่วงได้ค่อยควงแขนเขาเข้าบ้านโลด

ฮวงจุ้ยเสริมรัก

ฮวงจุ้ยเสริมรัก กับความเชื่อและเคล็ดลับการตกแต่งเรือนหอให้เวิร์ก

เพื่อความสุขสมหวังของคนรักกัน แพรว wedding จะมาแนะการแต่งเรือนหอให้ชีวิตคู่มีแต่สดชื่อแฮปปี้ดี๊ด๊าให้ ฮวงจุ้ยเสริมรัก ของคุณทั้งคู่ให้สดใสสุดๆ

ชีวิตหลังแต่งงาน

5 เรื่องเช็กให้ชัวร์ก่อนแต่ง ช่วยถนอมชีวิตหลังแต่งงานให้ราบรื่น

การแต่งงานคือจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ แต่สิ่งสำคัญก็คือ หลังจากวันวิวาห์ผ่านพ้นไปจะประคองชีวิตคู่อย่างไรให้ราบรื่นและมีความสุข เรามีเคล็ดไม่ลับสำหรับชีวิตคู่มาฝากค่ะ...

แต่งงานอายุเท่าไหร่

แต่งงานอายุเท่าไหร่ดี? สาวไป แก่ไป แต่งตอนนี้เร็วไปหรือช้าไปนะ

แต่งงานอายุเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม? คำถามยอดฮิตสำหรับหนุ่มสาว ไม่ว่าจะโสดอยู่หรือมีคู่แล้ว ไปดูกันดีกว่าว่าคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้หญิงชายเขาคิดจะแต่งงานตอนอายุเท่าไหร่กันบ้าง...

ผู้ชายเจ้าชู้

รักได้แต่ต้องรักให้เป็นหากริจะรักผู้ชายเจ้าชู้ สาวๆ ต้องฝึกวิทยายุทธรับมือให้เป็น

สาวๆ คนไหนที่คิดจะท้าทายความสามารถในการสร้างความรักกับหนุ่มเจ้าชู้ ต้องรีบมาศึกษาวิธีการรับมือต่อไปนี้แบบด่วนๆ ...

ก่อนแต่งงาน

5 ข้อตกลง “ไม่ควรมี” ก่อนแต่งงาน ถ้าไม่อยากให้ชีวิตคู่ต้องอึดอัด

เราเคยแนะนำคุณผู้อ่านที่กำลังจะตัดสินใจแต่งงานกันแล้วว่า ก่อนที่คุณสองคนจะเซย์เยสใช้ชีวิตคู่ พวกคุณควรจะพูดคุยและมีข้อตกลงกันให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นชีวิตคู่ของคุณคงอึดอัดไม่น้อย