ปรับตัวหลังแต่งงาน

ปรับตัวหลังแต่งงาน เรื่องที่บ่าวสาวทุกคู่ควรรู้ ให้รักนี้ยาวนาน

บ่าว - สาว หลายคนมีความกลัวกับการ ปรับตัวหลังแต่งงาน เราจึงเชิญจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความรักและชีวิตคู่ มาเป็นผู้ให้คำตอบแก้ไขความกลัวช่วยให้รักยืนยาว

ข้อตกลงก่อนแต่งงาน

5 ประเด็น ที่บ่าวสาวต้องตกลงกันก่อนแต่งงาน เพื่อให้รักนี้ยาวนาน

มีหลายคู่ที่กำลังจะแต่งงานกัน แต่ในใจเกิดความลังเลสับสน เพราะมีปัญหาคาใจ จะชวนคุยก็กลัวทะเลาะ แต่ถ้าจะปล่อยไปก็กลัวชีวิตคู่จะไม่ราบiื่น เราเลยขอกระซิบ 5 ประเด็นที่บ่าวสาว ต้องทำ ข้อตกลงก่อนแต่งงาน เพื่อรักนี้ยืนยาว 1. มีลูกไหม เป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆ บ้าน เมื่อความต้องการในเรื่องนี้ไม่ตรงกัน สำหรับประเด็นนี้เราว่าต้องเป็นการคุยกันด้วยเหตุผลแบบหนักแน่น ใครคิดว่าอย่างไร เพราะอะไร และไม่ใช่ว่าแค่จะมีไหม แต่ยังรวมไปถึงว่า ถ้าจะมีลูก จะมีสักกี่คนดี ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องมองเผื่อไปในอนาคตอีกยาวๆ ด้วยนะ เพราะอย่างที่รู้ “มีลูกมากจะยากจน” ไม่ใช่แค่คำขู่นะจ๊ะ 2. เลี้ยงลูกยังไง เมื่อคิดจะมีลูกแล้ว อีกประเด็นที่ต้องตกลงกันตามมาก็คือ แนวทางการเลี้ยงลูก เพราะแต่ละคนโตมาในการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน ย่อมได้เห็นทั้งข้อดีและข้อเสียที่หลากหลาย หากเอามาแลกเปลี่ยนกัน ก็จะเจอวิธีการเลี้ยงที่เหมาะสมกับแต่ละครอบครัว 3. อยู่ที่ไหนดี เป็นปัญหาใหญ่อีกเรื่องที่ต้องคุยกันให้ชัดเจนว่าหลังแต่งงานเราจะอยู่ที่ไหน ไม่ใช่แค่จังหวัดหรืออำเภอ แต่ยังรวมไปถึงว่าบ้านของใคร และจะมีใครอยู่ในบ้านบ้าง เพราะหากไม่ตกลงกันให้ดีปัญหานี้ก็อาจนำไปสู่การหย่าร้างได้เลยทีเดียวนะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการอยู่กันคนละที่ หรือการที่มีบุคคลที่ 3 4 5 มาอยู่ในบ้าน 4. การเงินในบ้าน อ่า… นี้คือปัญหาใหญ่ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของชีวิตคู่ที่เพิ่งเริ่มต้นเลยก็ได้ […]

ชีวิตคู่

6 พฤติกรรมเสี่ยงทำชีวิตคู่พังไม่เป็นท่า ไม่อยากล้มเหลวต้องอ่าน!

ชีวิตคู่ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจกัน รู้ว่าพฤติกรรมไหนที่จะกลายเป็นปัญหาชีวิตคู่ ซึ่งเราลิสต์มาให้สำรวจกันตรงนี้แล้ว

ปัญหาชีวิตคู่

รู้ทันกันไว้กับ 10 ปัญหาชีวิตคู่ที่คุณและคนรักอาจจะเจอเข้าสักวัน

เวลารักกันดีๆ ก็หวานชื่นรื่นรมย์ แต่พอทะเลาะกันทีก็ปวดหัวหนักไม่ใช่เล่น จนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่า ชีวิตคู่นี่มันจะอะไรกันนักหนา ก็แหม...มีสารพัดเรื่องที่ทำให้คู่รักต้องทะเลาะกัน แต่จะมีเรื่องไหนบ้าง และจะแก้ไขปรับตัวกันในเบื้องต้นได้อย่างไร ลองไปดูกันเลยจ้า

ปัญหาชีวิตคู่

ไม่ไหวอย่าฝืน! กับ 8 สัญญาณเตือนภัยปัญหาชีวิตคู่ เกิดขึ้นเมื่อไหร่อย่าไปต่อ

ความสัมพันธ์ของคนสองคน ไม่ได้จะหวานเสมอไป และแพรวเวดดิ้งไม่ได้อยากให้คุณไม่ยอมรับความจริงในเรื่องความสัมพันธ์ที่อาจเปลี่ยนไป ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับคู่รัก แต่เชื่อเถอะค่ะว่า ถ้าคุณได้พยายามจนสุดทางแล้ว หากว่ายังเจอเรื่องต่อไปนี้จากอีกฝ่าย หรือเกิดรู้สึกขึ้นกับตัวเองขอให้คิดดีๆ ว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้กับ ปัญหาชีวิตคู่ ที่ไม่ไหวอย่าฝืน! 1. ทำผิดซ้ำซาก ไม่ว่าจะผิดเรื่องผู้หญิง เรื่องการลงไม้ลงมือ การกินเหล้าเมามายจนมากเกินขอบเขต คุยกันก็แล้ว ลองหาวิธีมาดูแลและจูงใจให้ปรับเปลี่ยนพฤติก็ยังไม่มีอะไรดี แถมยังหนักข้อขึ้น คุณจะไหวต่อไปอีกนานแค่ไหน 2. ระแวงไม่สิ้นสุด เป็นหรือเปล่าคะ ที่ตัวคุณเองรู้สึกว่าการอยู่ด้วยกัน ไม่ได้อยู่แล้วปลอดโปร่งโล่งใจ แต่อยู่แล้วต้องระแวงตลอดเวลา แค่แฟนขับรถออกนกบ้านไกลสายตาก็ต้องโทรฯ เช็คหรือให้รายงานตัวทุกชั่วโมง ถ้าเป็นละก็ ถามตัวเองนะคะ อยากสบายใจไหม อยากปลอดโปร่งใจหรือเปล่า 3. ไร้ซึ่งความเป็นเรา นึกถึงแต่เรื่องของตัวเอง ไม่ว่าคุณหรือเขา ถ้าสิ่งที่ทำอยู่บ่งบอกว่า คิดถึงแต่ตัวเองหรือครอบครัวตัวเองก่อน ประมาณว่าต้องทำทุกอย่างให้กับตัวเองเท่านั้น นั่นก็เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า ความรู้สึกของคุณไม่ได้มีเขาอยู่สักเท่าไหร่ ลองถามตัวเองดูนะคะ คุณหรือคู่องคุณเป็นแบบนั้นไหม 4. ทำทุกสิ่งแบบมีข้อแม้ ไม่มีความเสียสละ อยากจะทำอะไรให้กันต้องมีข้อแม้ มีข้อแลกเปลี่ยน แบบนั้นไม่ได้เรียกว่าใจแลกใจแล้วค่ะ 5. รำคาญบุพการีของอีกฝ่าย เรื่องบุพการีถือเป็นเรื่องใหญ่นะคะ ถ้าคุณเจอว่าคู่ของคุณแสดงกริยารำคาญบุพการีต่างๆ นานา ทั้งชักสีหน้าใส่ […]

ปัญหาชีวิตคู่

ครอบครัวเธอใหญ่ ครอบครัวฉันเล็ก ปัญหาชีวิตคู่ ทำยังไงให้ลงตัว

การแต่งงานคือการที่คนสองคนรักกันน่ะใช่ค่ะ แต่เมื่อแต่งไปแล้วคุณไม่ได้รักกันแค่สองคนนะคะ แพรวเวดดิ้งเชื่อว่าหลายคู่เคยได้ยินประโยคที่ว่า การแต่งงานไม่ใช่เรื่องของสองคน เพราะคือการแต่งกับทั้งครอบครัวของอีกฝ่าย แล้วทีนี้จะทำอย่างไรล่ะค่ะ เมื่อครอบครัวของคุณทั้งคู่มีขนาดที่ไม่เท่ากัน กรณีครอบครัวฝ่ายหนึ่งเป็นครอบครัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยญาติพี่น้องที่ทุกเทศกาลต้องมาเจอกัน แต่อีกครอบครัวอยู่กันไม่กี่คน เทศกาลต่างๆ ก็ทำกันเงียบๆ แล้วเมื่อต้องมาแต่งงานกันจะทำยังไงให้ ปัญหาชีวิตคู่ นี้ลงตัว ลองดูวิธีเหล่านี้ค่ะ เริ่มต้นที่เราสองคนก่อน ก่อนจะพาคนที่บ้านมาเจอกัน ลองใช้ตัวเองเข้าไปสัมผัสกับครอบครัวอีกฝ่ายให้มากก่อน เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของบ้านอีกฝ่าย เพราะคุณย่อมรู้อยู่แล้วว่าบ้านคุณเป็นแบบไหน ถ้าเจอแบบบ้านเขาจะว่ารู้สึกอย่างไร เรียกง่ายๆ คือเอาตัวคุณเองเป็นตัวแทนวัดความรู้สึกกันก่อน จากนั้นค่อยมาคิดพิจารณาว่า สไตล์บ้านของอีกฝ่ายเป็นแบบนั้น จะมีวิธีไหนเหมาะๆ ที่จะให้ครอบครัวตัวเองเข้าไปจอยได้อย่างสบายใจ บอกกล่าวเล่าเรื่องก็ช่วยได้ คุณอาจใช้วิธีพูดถึงครอบครัวของคุณให้ครอบครัวอีกฝ่ายได้รู้จัก แต่ต้องรู้จักพูดในระดับพอดีๆ ไม่พูดมากพูดเยอะหรือแนวอวดตัวเด็ดขาด แบบนั้นจะนำพาความรู้สึกติดลบตั้งแต่ก่อนเจอมากกว่าจะชื่นชม ใช้ของฝากเชื่อมสัมพันธ์ ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวไหน ก็อย่าลืมซื้อของมาฝากคนทางบ้านทั้งสองบ้านให้พอๆ กัน หรือหากคุณไปเที่ยวกับครอบครัวของคุณก็ซื้อมาฝากครอบครัวของเขา โดยอาจบอกว่าครอบครัวฝากมาให้ อะไรแบบนั่น ความรู้สึกนึกถึงจะช่วยจูงใจให้ความต่างมาผสานกันได้ง่ายขึ้นอีกทาง ค่อยๆ พาครอบครัวเข้าแทรกซึม เมื่อคุณพอจะรู้รูปแบบของอีกครอบครัวแล้ว ลองค่อยๆ พาคนในครอบครัวของคุณเข้าไปแทรกซึมทำความคุ้นเคย ซึ่งถ้าคุณเป็นฝ่ายครอบครัวใหญ่ก็อาจเลือกพี่น้องสักคนสองคนค่อยๆ เข้าไปทำความคุ้นเคยกับบ้านอีกฝ่ายก่อน ส่วนคุณฝั่งครอบครัวเล็กก็ทำเช่นกัน เพื่ออย่างน้อยเวลาไปร่วมงานเทศกาลอะไรของอีกบ้านจะได้มีคนรู้จักอื่นๆในบ้านอีกฝ่ายให้พูดคุย ไม่ใช่คุยได้แต่กับลูกเขยหรือสะใภ้ตัวเอง อย่าบังคับใจโดยเด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายครอบครัวใหญ่หรือเล็ก อย่าบังคับใจคนในครอบครัวของตัวเองให้ต้องมีส่วนร่วมถ้าเขาไม่ต้องการ เช่น บ้านฝ่ายหญิงมีงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปีที่มาทั้งตระกูลแต่บ้านฝ่ายชายอยู่กันเองแค่พ่อลูก ถ้าพ่อสามีไม่ได้อยากไปร่วมก็อย่าไปบังคับ […]

แฟนทะเลาะกับพ่อแม่

เมื่อแฟนทะเลาะกับพ่อแม่ แล้วคนกลางอย่างเราจะวางตัวอย่างไร?

เลี่ยงไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าบังเอิญว่าคุณต้องกลายเป็นคนกลางเวลาที่ แฟนทะเลาะกับพ่อแม่ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ ยิ่งถ้าอยู่ในสถานที่บังคับแบบไปไหนไม่ได้อย่างในรถ ร้านอาหาร หรือแม้แต่ในบ้านของตัวเอง แล้วคนกลางอย่างคุณจะวางตัวแบบไหนดี เพื่อให้คุณเองไม่ต้องกลายเป็นอีกคนที่มีปัญหา นิ่งไว้ก่อนปลอดภัยสุด คำแนะนำแรกที่เราขอให้คุณทำเมื่อสถานการณ์ตรงหน้ามาคุคือ การอยู่นิ่งๆ ค่ะ อย่าเอาตัวเองเข้าไปเป็นเอี่ยว เพราะเดี๋ยวเรื่องจะไปกันใหญ่ นิ่งและฟังอย่างเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วดูเชิงสักนิดว่าคุณออกมาจากเหตุการณ์ตรงนั้นได้ไหม เหตุผลคือ เป็นการให้เกียรติคนในครอบครัวคุยกันเองยังไงละค่ะ ต่อให้คุณจะสนิทกับครอบครัวของเขามากแค่ไหนก็ตาม หรือแม้จะแต่งงานเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเขาก็ตาม นิ่งค่ะ ขอย้ำให้นิ่ง เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของคุณ ห้ามไม่ได้ให้นิ่งไว้ บางคนบอกว่า เหตุการณ์มันสุดๆ จริงๆ ไม่เอี่ยวไม่ได้ ถ้าคุณลองเอ่ยปากพูดไกล่เกลี่ยให้ต่างฝ่ายใจเย็นลงแล้วก็ยังไม่ได้ผล อย่าพยายามค่ะ เพราะเสียงที่สามอาจไปกระตุ้นให้เรื่องไปกันใหญ่ และดีไม่ดี คนที่ทะเลาะกันอยู่ อารมณ์กำลังพุ่ง อาจจะลากคุณเข้าไปเอี่ยวจนกลายเป็นไฝว้หนักไปใหญ่ตามประสาคนพาลหรือคุมอารมณ์ไม่ได้ ฉะนั้น จำไว้เลย เมื่อเอ่ยปากห้ามแล้ว ไกล่เกลี่ยแล้วยังไม่มีอะไรดีขึ้น จงนิ่ง!! อย่าเข้าข้างใครเด็ดขาด เวลาที่คนเราทะเลาะกันแล้วมีบุคคลที่สาม (อย่างคุณ) ที่ไม่เกี่ยวอยู่รับรู้เหตุการณ์ด้วย มีสิทธิ์ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหันมาถามความเห็นของคุณว่าคิดยังไง ใครคือคนผิด จะต้องการหาพวก หรือให้คุณตัดสินก็ตามที แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเอ่ยปากทำนองเข้าข้างใครคนนึงแล้วละก็ งานเข้าแต่ๆเพราะอีกคนจะหมางใจกับคุณได้ทันที ถ้าคนที่คุณเข้าข้างคือแฟนตัวเอง อีกคนที่อาจเป็นพ่อแม่พี่น้องเขาจะพลอยไม่ชอบคุณขึ้นมา หรือถ้าคุณเข้าข้างอีกฝ่าย คุณก็มีสิทธิ์ทะเลาะกับแฟนตัวเอง […]

ย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย

5 นิสัยคนมีคู่ต้องรู้และต้องเปลี่ยนเมื่อคิดจะย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย

หลังแต่งงานจะอยู่บ้านใครไม่ใช่ประเด็น เพราะสำคัญกว่านั้นคือ การย้ายเข้าไปอยู่กับครอบครัวของอีกฝ่าย คุณจะใช้นิสัยแบบเดิมๆ เมื่อครั้งอยู่กับครอบครัวตัวเองไม่ได้เด็ดขาด แล้วมีนิสัยอะไรบ้างล่ะ ที่คุณต้องเปลี่ยนเมื่อคิดจะ ย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย มาดูกันค่ะ 1. นอนตื่นสาย ตอนอยู่กับครอบครัวตัวเอง คุณจะทำตัวเป็นคุณนายตื่นสาย หรือเจ้าชายสายเสมอไม่มีใครว่า แต่เมื่อเข้ามาอยู่กับบ้านอีกฝ่ายจะทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด เพราะอย่าลืมว่า แต่ละบ้านก็มีกิจกรรมยามเช้าที่ต่างกัน เช่น การร่วมกันกินข้าวเช้า การทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ ลองคิดดูสิว่า ขณะที่คนทั้งบ้านตื่นมาทำนั่นนี่แต่คุณนอนสายตะวันโด่งกว่าจะลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว มันดูดีซะที่ไหน 2. ไม่ช่วยงานบ้าน แม้อยู่ที่บ้านของตัวเอง คุณจะมีใครต่อใครทำงานบ้านให้จนคุณแทบไม่ต้องกระดิกตัว แต่เมื่อมาอยู่บ้านอีกฝ่าย ต้องรู้จักหยิบจับทำนั่นนี่ซะบ้าง และแม้ว่าบ้านหลังใหม่ที่คุณย้ายเข้าไป จะมีคนช่วยทำงานบ้านให้ก็เถอะ คุณเองก็ควรช่วยเป็นหูเป็นตา หรือลงมือช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆ บ้าง ไม่ใช่เอาแต่ชี้นิ้วสั่ง หรือรอให้ฝุ่นปลิวหายไปเอง 3. ช่างติ แม้คุณจะรู้สึกว่า ที่บ้านคุณไม่ได้มีวิถีชีวิตแบบนี้ก็เถอะ อย่าลืมว่าบ้านใครบ้านมัน บ้านหลังนี้คือครอบครัวใหม่ที่คุณเข้ามาอยู่ การเรียนรู้และเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามสำคัญมาก เห็นอะไรไม่ถูกใจอย่าเพิ่งเปิดปากเอาแต่ติ ลองดูไปสักพักเพื่อให้ได้ข้อมูลก่อนว่า ก่อนคุณจะเข้ามาอยู่ คนที่นี่เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร ถ้าสิ่งที่เป็นอยู่ไม่เข้าท่า เลือกใช้คำพูดดูดีที่ไม่ใช่การเอาแต่ติ หรือแต่พูดว่าที่บ้านของคุณเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ 4. หัดมีน้ำใจและช่วยจ่ายซะบ้าง แม้ครอบครัวของอีกฝ่ายร่ำรวยเงินทองแต่นั่นก็คือเงินของครอบครัวฝ่ายนั้น อะไรที่คุณช่วยดูแลจับจ่ายให้ได้ก็ควรแสดงน้ำใจ […]

ซึมเศร้า

“Post Wedding Blues” ซึมเศร้า หลังแต่งงาน เรื่องซีเรียสที่เจ้าสาวต้องรู้

อาการ ซึมเศร้า หลังแต่งงาน มีอยู่จริง และสามารถบ่อนทำลายสุขภาพและจิตใจของคู่แต่งงานใหม่ได้มากกว่าที่คุณคิด รู้ไว้ก่อนเพื่อป้องกันแต่เนิ่นๆดีกว่า คลิกอ่านเลย