ความสัมพันธ์มาถึงทางตัน จะอยู่หรือหย่าคงต้องคิดและเตรียมตัวดีๆ

ชีวิตจริงของคนเราไม่เหมือนเรื่องราวในละคร ที่จบด้วยการแต่งงานมีความสุขตลอดไปของพระเอกนางเอก แต่ในความเป็นจริงนั้นการแต่งงานคือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะจบแบบไหน จะสุขยาวนานหรือ ความสัมพันธ์มาถึงทางตัน จนไปต่อไม่ได้

รักถึงทางตัน ทำอย่างไรถ้าต้องหย่า 

ความสัมพันธ์มาถึงทางตัน

ความสัมพันธ์มาถึงทางตัน
Photo by Zachary Kadolph on Unsplash

ก่อนจะตัดสินใจอีกครั้งในชีวิต คุณจะต้องคิดดีๆ ให้ละเอียดรอบคอบ เพราะการหย่าอาจไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ตัวเอง แต่ส่งอาจมีคนรอบข้างเราด้วย

1. ถามตัวเองดีๆ อีกครั้ง (หลายครั้งก็ได้) อยู่ดีไหมหรือไปดีกว่า?

เชื่อว่าหลายครั้งที่ชีวิตคู่มีปัญหา ทั้งสามีและภรรยาคงต้องช่วยกันหาทางแก้ไขสุดกำลัง แต่ปัญหาบางอย่างก็แก้ไขไม่ได้ เมื่อพิจารณาทบทวน แล้ว บางคนตัดสินใจไปต่อด้วยหวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้น

แต่สำหรับบางคนที่คิดว่าปัญหาเกินจะแก้ไข ยิ่งอยู่ยิ่งทำร้ายจิตใจกัน จึงเริ่มคิดถึงการแยกทางและจดทะเบียนหย่า แต่ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร คุณเท่านั้นที่รู้ตัวเองดีที่สุด ถามตัวเองดีๆ อย่าถามคนอื่นเด็ดขาด

ความสัมพันธ์มาถึงทางตัน
Photo by Ben White on Unsplash

2. วางแผนชีวิตในอนาคต

ในขณะที่ชั่งใจว่าจะอยู่หรือหย่า คุณควรวางแผนในอนาคตไว้บ้าง แผนวางไว้แล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าไร้ซึ่งแผนใด

แผนที่คุณจะต้องแพลนไว้ล่วงหน้าไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตตัวคนเดียวหลังการหย่าเท่านั้น อาจเป็นแผนกับสามีว่า ถ้าผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้แล้ว เราทั้งคู่จะปรับตัวอย่างไรให้ชีวิตคู่พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น และไม่วนกลับมาทะเลาะกันซ้ำเดิม

ส่วนใครที่ตัดสินใจแล้วว่าต้องหย่าขาดจากกันจริงๆ คุณควรมีแผนของการอยู่คนเดียวว่าต้องทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะคนที่เป็นแม่บ้าน ควรอย่างยิ่งที่ต้องวางแผนเรื่องเงินทองหรือการเลี้ยงชีวิตด้วยตัวเอง ที่สำคัญคือหากมีลูกด้วยกัน เรื่องการเลี้ยงดูก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องวางแผนให้ชัดเจน

ความสัมพันธ์มาถึงทางตัน
Photo by Jp Valery on Unsplash

3. เรื่องเงินทองต้องเคลียร์ชัดเจน

ข้อนี้สำหรับคนที่ตัดสินใจดีแล้วว่าจะแยกทางกันอย่างแน่นอน เรื่องทรัพย์สินทั้งส่วนตัว สินสมรส และการกู้สินเชื่อต่างๆ ที่ทำธุรกรรมร่วมกัน แบบนี้ต้องรีบคุยและหาทางเคลียร์กันให้ลงตัว หลายคู่ตอนเจรจาก็ตกลงกันได้ดิบดี แต่พอถึงเวลาต้องแบ่งจริงๆ กลับมีปัญหา ฟ้องร้องจนสุดท้ายแทบไม่เผาผีเลยทีเดียว

ใครที่สามารถฟันฝ่าประคับประคองความรักให้ผ่านปัญหาไปได้ แพรวเวดดิ้งขอยินดีด้วย ส่วนใครที่พิจารณาถี่ถ้วนแล้วว่าอยู่ไปก็มีแต่จะแย่ลงการจากกันแบบไม่เกลียดกันคงดีกว่า ขอให้ผ่านทุกปัญหาไปได้ด้วยดี มูฟออนได้ไวๆ นะคะ

ติดตามเรื่องราวและสาระดีๆ เกี่ยวกับชีวิตคู่และความสัมพันธ์ได้อีกมากมาย

ภาพจาก : Unsplash.com

Recommended

นิวยอร์ก เมืองรักสองเรา

วันนี้ WE-MAG.COM เลยขอเชิญคู่ชีวิตป้ายแดง คุณฟ้าและคุณปอร์ชมาตอบคำถามเกี่ยวกับวันวิวาห์ พร้อมเผยไอเดียและเคล็ดลับการเตรียมงานแต่งธีมมหานครนิวยอร์กที่ทั้งคู่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของงาน เรียกได้ว่าเริด หรู ดูโมเดิร์นสุดๆ

อยากแต่งงาน

6 ขั้นตอนส่งสัญญาณว่า อยากแต่งงาน แล้วนะ มาขอได้แล้วว่าที่เจ้าบ่าว

เชื่อว่าสาวๆ หลายคน ติดอยู่ในปัญหาความสัมพันธ์แบบเดียวกันคือ อยากแต่งงาน  แต่คุณหนุ่มๆ ทั้งหลายก็ยังไม่เก็ท ไม่ยอมขอแต่งงานสักที จะให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายออกปากเองก็จะเขินไป เราจึงส่ง 6 ขั้นตอนส่งสัญญาณให้หนุ่มๆ รู้ว่า เราพร้อมแล้วนะเธอ ขั้นตอนที่ 1. ถามตัวเองให้แน่ใจ ก่อนจะส่งสัญญาณบอกคนรักให้รู้ คุณต้องถามตัวเองให้แน่ใจเสียก่อนว่าอยากแต่งงานเพราะตัวคุณเองจริงๆ ไม่ใช่การกดดันจากครอบครัว หรือสังคม แต่คุณต้องมั่นใจ และพร้อมจะมีกันและกันในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะสุขหรือเศร้า พร้อมที่จะเติบโตสร้างครอบครัวไปด้วยกัน เพราะการแต่งงานเป็นสามีภรรยามันแตกต่างจากการเป็นคนรักกันอย่างแน่นอน ขั้นตอนที่ 2. อย่าเพิ่งคิดไปเอง อย่าเพิ่งเป็นสตรีขี้มโน ไม่ว่าจะเป็นทางบวก หรือลบ แต่ให้ดูบริบทรอบๆ ของคุณแฟนว่า เขาเองก็พร้อมที่จะแต่งงานแล้วหรือยัง หรือว่ายังมีอะไรบางอย่างเป็นอุปสรรคที่ทำให้เขายังไม่พร้อม  ซึ่งคุณสาวๆ ก็ต้องมองอย่างปราศจากอคติจริงๆ นะ ขั้นตอนที่ 3. พูดเป็นนัยๆ ถึงแม้ว่าผู้หญิงเราจะรู้สึกเขินๆ ถ้าจะเป็นฝ่ายขอผู้ชายแต่งงาน แต่เราก็ต้องพูดเป็นนัยๆ ให้ผู้ชายเขารู้บ้างนะ ว่า เออ! เราพร้อมจะแต่งงานกับเขาแล้ว อาจจะเริ่มต้นด้วยการพูดแบบอ้อมโลกไปเลย เอาแบบนุ่มนวลสักหน่อยว่า “ฉันอยากอยู่กับคุณแบบนี้ไปตลอด” หรือไม่ก็ “ถ้าเราได้ตื่นมาเจอกันทุกเช้าก็ดีสิเนอะ” อะไรแบบนี้ แต่ห้ามเปิดประโยคด้วยความน้อยใจ เปรียบเทียบกับคู่อื่นๆ […]

ความสัมพันธ์มาถึงทางตัน จะอยู่หรือหย่าคงต้องคิดและเตรียมตัวดีๆ

ชีวิตจริงของคนเราไม่เหมือนเรื่องราวในละคร ที่จบด้วยการแต่งงานมีความสุขตลอดไปของพระเอกนางเอก แต่ในความเป็นจริงนั้นการแต่งงานคือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะจบแบบไหน จะสุขยาวนานหรือ ความสัมพันธ์มาถึงทางตัน จนไปต่อไม่ได้ รักถึงทางตัน ทำอย่างไรถ้าต้องหย่า  ความสัมพันธ์มาถึงทางตัน ก่อนจะตัดสินใจอีกครั้งในชีวิต คุณจะต้องคิดดีๆ ให้ละเอียดรอบคอบ เพราะการหย่าอาจไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ตัวเอง แต่ส่งอาจมีคนรอบข้างเราด้วย 1. ถามตัวเองดีๆ อีกครั้ง (หลายครั้งก็ได้) อยู่ดีไหมหรือไปดีกว่า? เชื่อว่าหลายครั้งที่ชีวิตคู่มีปัญหา ทั้งสามีและภรรยาคงต้องช่วยกันหาทางแก้ไขสุดกำลัง แต่ปัญหาบางอย่างก็แก้ไขไม่ได้ เมื่อพิจารณาทบทวน แล้ว บางคนตัดสินใจไปต่อด้วยหวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้น แต่สำหรับบางคนที่คิดว่าปัญหาเกินจะแก้ไข ยิ่งอยู่ยิ่งทำร้ายจิตใจกัน จึงเริ่มคิดถึงการแยกทางและจดทะเบียนหย่า แต่ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร คุณเท่านั้นที่รู้ตัวเองดีที่สุด ถามตัวเองดีๆ อย่าถามคนอื่นเด็ดขาด 2. วางแผนชีวิตในอนาคต ในขณะที่ชั่งใจว่าจะอยู่หรือหย่า คุณควรวางแผนในอนาคตไว้บ้าง แผนวางไว้แล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าไร้ซึ่งแผนใด แผนที่คุณจะต้องแพลนไว้ล่วงหน้าไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตตัวคนเดียวหลังการหย่าเท่านั้น อาจเป็นแผนกับสามีว่า ถ้าผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้แล้ว เราทั้งคู่จะปรับตัวอย่างไรให้ชีวิตคู่พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น และไม่วนกลับมาทะเลาะกันซ้ำเดิม ส่วนใครที่ตัดสินใจแล้วว่าต้องหย่าขาดจากกันจริงๆ คุณควรมีแผนของการอยู่คนเดียวว่าต้องทำอะไรบ้าง โดยเฉพาะคนที่เป็นแม่บ้าน ควรอย่างยิ่งที่ต้องวางแผนเรื่องเงินทองหรือการเลี้ยงชีวิตด้วยตัวเอง ที่สำคัญคือหากมีลูกด้วยกัน เรื่องการเลี้ยงดูก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องวางแผนให้ชัดเจน 3. เรื่องเงินทองต้องเคลียร์ชัดเจน ข้อนี้สำหรับคนที่ตัดสินใจดีแล้วว่าจะแยกทางกันอย่างแน่นอน เรื่องทรัพย์สินทั้งส่วนตัว สินสมรส […]

รู้ยัง? แต่งงานแล้วมีสิทธิลดหย่อนภาษีได้เพียบ!

ข้อดีของการแต่งงานมีมากมายหลายอย่างเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น แต่งงานแล้วมีความสุข สุขภาพดี ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว มีคู่ชีวิตไว้คอยปรึกษา และอีกหนึ่งประโยชน์ล่าสุดของการ แต่งงาน คือ สิทธิลดหย่อนภาษี คู่สมรส คำนวณกันให้ดีๆ ลดได้ถึง 120,000 บาท! แต่งงาน กันทั้งทีได้ สิทธิลดหย่อนภาษี คู่สมรสเพียบ ในปัจจุบันนี้ คู่สมรสที่แต่งงานและจดทะเบียนกันอย่างถูกกฎหมาย สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีคู่สมรสได้ โดยมีรายละเอียดการยื่นภาษีและข้อกำหนดสำหรับการลดหย่อนหลักๆ ดังนี้ 1. กรณีสามีหรือภรรยา คนใดคนหนึ่งไม่มีรายได้ สำหรับข้อนี้ใครที่เป็นแม่บ้าน ไม่ได้มีเงินได้จากการทำงานประจำ เมื่อถึงเวลายื่นแบบภาษี สามีจะนำค่าเลี้ยงดูภรรยามาคำนวณลดหย่อนภาษีได้ถึง 60,000 บาท / ปี ถึงแม้ว่าสามีจะให้เงินภรรยาใช้จ่ายเป็นรายเดือน แต่ในทางกฎหมายก็ยังถือว่าภรรยาเป็นผู้ไม่มีเงินได้ สำหรับภรรยาที่เป็นผู้มีเงินได้ แต่สามีไม่มีเงินได้ กรณีนี้ ภรรยาสามารถหักลดภาษีในฐานะผู้มีเงินได้ 60,000 บาท และหักลดในส่วนของสามีได้อีก 60,000 บาท รวมเป็น 120,000 บาท โดยการยื่นแบบภาษีให้แจ้งสถานะคู่สมรสไม่มีรายได้ ในข้อนี้ยังครอบคลุมไปถึงเงินในรูปแบบดอกเบี้ยเงินฝากและเงินปันผล ซึ่งถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว 15% […]