สารพัดสิ่งที่บ่าวสาวต้องเตรียมตัวจัดงานแต่งให้ทันปลายปี 2020

เรื่องนี้ว่าด้วยสารพัดสิ่งที่บ่าวสาวที่มีแพลนแต่งงานปลายปี 2020 นี้ต้อง เตรียมตัวจัดงานแต่ง เพราะมีหัวข้อมากมายที่คุณต้องไม่มองข้ามเด็ดขาด เพราะถ้าคุณขาดไปสักเรื่อง งานแต่งในฝันของคุณจะไม่สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน

1. เตรียม “ฤกษ์ยาม”

ทันทีที่รู้ตัวว่าจะออกเรือน ขอให้ว่าที่ทั้งชายหญิงหันหน้าเข้าหาคนในครอบครัว สอบถามกันเลยว่า จะไปดูฤกษ์ยามวันแต่งงานที่ไหนดี ถ้าทางบ้านมีก็จะแนะนำต่อๆ กันมา แต่ถ้าไม่มีและคุณต้องหาเอง อย่างน้อยๆ คุณขึ้นชื่อว่าได้ถาม เป็นการให้เกียรติผู้ใหญ่ แบบนี้น่ารักใช่ไหมล่ะ

2. เตรียม “รูปแบบงาน”

0028

จริงๆ แล้วการเตรียมรูปแบบงานที่ว่านี้ จะมาก่อนฤกษ์ยามก็ไม่ถือว่าผิด หรือจะมาพร้อมๆ กันก็ไม่แปลก แต่พอเราบอกว่าให้มีรูปแบบก่อนหาสถานที่ อาจมีบางคนอาจคิดว่า ทำไมไม่คิดถึงสถานที่จัดงานก่อน เหตุผลที่เราขอให้ไว้ ณ จุดนี้คือ ถ้าคุณรู้รูปแบบงาน คุณจะได้หาสถานที่เหมาะๆ ได้ไงล่ะคะ แต่ขั้นตอนนี้ไม่ได้เข้มงวดถึงขนาดว่า ต้องสรุปรูปแบบงานอย่างละเอียดว่าตกแต่งแบบไหน เลือกอาหารเมนูใด แค่คุณควรสรุปให้ได้ว่า จะจัดงานแบบอินดอร์หรือเอาทดอร์ ริมทะเล ริมแม่น้ำ จัดที่บ้าน หรือร้านอาหาร จัดพิธีเช้าแล้วทานเลี้ยงต่อ หรือจัดพิธีเช้า เว้นช่วงแล้วเลี้ยงเย็นแบบนั้นหรือเปล่า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้การหาสถานที่อยู่ภายใต้โจทย์ที่แคบลงมาหน่อยไงล่ะคะ

3. เตรียม “จำนวนแขก”

คุยกันให้ดีๆ ในเรื่องจำนวนแขกนะคะ เอาแค่เบื้องต้นก่อนก็ได้ แต่เวลานึกถึงปริมาณแขกที่จะมาจริงๆ ต้องบวกเพิ่มสัก 20-30 % ด้วยนะคะ เพราะอย่าลืมว่าการ์ดเชิญหนึ่งใบที่แจกไป ไม่สามารถกำหนดกับแขกไปเลยว่าคุณมาได้แค่คนเดียว ยกเว้นว่าคุณจัดงานแบบซิทดาวน์ดินเนอร์ที่ระบุที่นั่งให้แขกเลย

4. เตรียม “สถานที่”

0103

ต่อเนื่องจากการเตรียมรูปแบบงานและจำนวนแขกคร่าวๆ คือมุ่งหน้าหาสถานที่ๆ เหมาะกับงานได้เลยค่ะ เพราะอย่างที่เราบอกไปแล้วว่า เมื่อโจทย์เรื่องสถานที่แคบลง พอรู้จำนวนแขกในใจและคุณมีฤกษ์ดีที่จะจัดงานแล้ว ก็แค่นำสามสิ่งเป็นข้อมูลตั้งต้นในการเตรียมงานแต่งงาน แล้วมองหาสถานที่จัดงานที่ลงตัว เพราะคำถามสำคัญหรือเรียกว่าเป็นคำถามที่ทุกสถานที่จะถามคือ “แต่งงานวันไหน” “เชิญแขกกี่คน” นั่นเอง ส่วนถ้าคุณรู้ว่าอยากจัดงานแนวไหน ตัวคุณเองจะได้คัดสถานที่ไม่เข้าพวกทิ้งไปได้เร็วขึ้น แบบนี้ไม่วุ่นวาย ดูมีทิศทางและเตรียมงานง่ายขึ้นกว่ามีข้อมูลเป็นศูนย์นะคะ

5. เตรียม “อาหาร”

ถ้าคุณใช้บริการจัดงานที่โรงแรมหรือสถานที่รับจัดงานแต่งงานที่รวมเรื่องการจัดเลี้ยงเข้าไปอยู่แล้ว ข้อนี้อาจข้ามไปได้แบบสบายๆ แต่ในกรณีที่คุณจัดงานแต่งเองที่บ้านหรือเช่าแต่สถานที่อย่างเดียว สามารถเริ่มมองหาร้านที่จะเข้ามาดูแลเรื่องอาหารในวันงานได้หลังจากที่สรุปเรื่องสถานที่นะคะ จะได้จบไปเป็นเรื่องๆ อ้อ…แต่อย่าลืมหาอาหารให้ครอบคลุมทุกลำดับการจัดงานนะคะ ตั้งแต่อาหารเลี้ยงพระ อาหารถวายพระ อาหารว่างสำหรับแขกในพิธีเช้า อาหารกลางวัน และอาหารรองท้องสำหรับบ่าวสาว

6. เตรียม “เสื้อผ้าหน้าผม”

0120

อย่าได้ชะล่าใจเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมที่ใช้ในงานเด็ดขาด เพราะเชื่อเถอะค่ะว่า ต่อให้คุณจัดงานแต่งเล็กแบบกันเองสุดๆ หรือใหญ่โตระดับเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์ได้ เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมคือสิ่งที่สาวๆ ใช้เวลาในการตัดสินใจค่อนข้างนาน เราจึงแนะนำว่า ให้เวลาเผื่อๆ กับเรื่องพวกนี้สักหน่อย เพราะกว่าคุณจะสรุปได้ว่าจะใส่ชุดนี้ ทรงนี้ ต้องเทียบแล้วเทียบอีก พอสรุปได้แล้ว สิ่งที่ตามมาคือ ไปร้านไหนดี ราคาไหนเหมาะ ลูกไม้ลายไหนสวย นอกจากนี้ถ้าคุณเลือกแบบออกแบบใหม่และตัดให้เข้ากับรูปร่างของคุณ ก็ต้องให้เวลากับทางร้านเป็นหลักเดือน (ซึ่งถ้าร้านดังคิวอาจยาวเกิน 3 เดือนกว่าจะได้ลองโครงชุด!!)

ส่วนเรื่องหน้าผมนั้น เป็นเพราะฤกษ์งามยามดีมีไม่ได้มาก และช่างหน้าช่างผมมีหลายระดับราคา แต่ละคนที่คุณว่าที่เจ้าสาวเลือกใช้มักจะคิวทองทั้งนั้น ถ้าคุณแน่ชัด มั่นใจจะเลือกช่างท่านนั้นแน่ๆ ยกหูโทรฯ จองคิวไว้แต่เนื่องๆ ได้เลยก่อนจะชวดช่างฝีมือดีในดวงใจ

7. เตรียม “การจัดงาน”

ในหัวข้อนี้มีทางเลือกง่ายๆ ที่รู้ๆ กันอยู่คือ จะจัดงานเองหรือจะใช้เวดดิ้งแพลนเนอร์ ถ้าเลือกแบบจัดเองก็เริ่มเอาภาพสถานที่จัดงานมาออกแบบได้เลยว่าจุดไหนจะตกแต่งอะไร สถานที่ๆ เลือกใช้มีอะไรให้มาบ้าง และคุณต้องให้ใครมาดูแลจัดตกแต่งให้ในวันงาน เพราะแน่นอนว่าบ่าวสาวไม่สามารถลงมาตกแต่งเองได้แน่นอน หรือถ้าได้คงเหนื่อยหนักมากมาย แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน ถ้าตัดสินใจจัดงานแต่งด้วยตัวเองแปลว่ายังต้องมีสิ่งที่ต้องทำอีกเพียบ แต่ไม่ถึงกับบีบคั้นชีวิตมากนัก เพราะคุณสามารถเลือกวิธีง่ายๆ อย่างการเช่าพร้อพมาวาง โดยคุมมู้ดแอนด์โทนเอง หรือให้เพื่อนๆ ช่วยก็ยังไหว ขอเพียงไม่โลเลเปลี่ยนไปมาจนวินาทีสุดท้ายก็พอ

0124

ถ้าเลือกแบบจัดงานแต่งงานโดยใช้เวดดิ้งแพลนเนอร์ สิ่งที่ต้องทำก็คงคล้ายๆ กับการเตรียมเรื่องชุดคือ เลือกรูปแบบงานในใจที่อยากได้ แล้วมองหาเจ้าที่มีผลงานตรงใจ ค่อยเข้าไปคุย ดูเรื่องราคาและจริตว่าตรงกันไหม และจะให้ทางเวดดิ้งแพลนเนอร์รันคิวงานให้ด้วยหรือว่าตกแต่งอย่างเดียว แต่เชื่อเถอะว่า เมื่อสรุปเรื่องนี้ได้แล้ว คุณจะสบายไปอีกเรื่อง เพราะพวกเขาเหล่านี้มืออาชีพ จะจัดการให้คุณได้ทั้งหมด ส่วนคุณก็แค่คอยเช็คงานให้เป็นไปตามแบบที่ตกลงกันไว้

8. เตรียม “คนทำงานในตำแหน่งสำคัญ”

untitled-22

คนทำงานในตำแหน่งสำคัญที่ว่านี้ นับตั้งแต่ในพิธีแต่งงานตามประเพณีจะมีประธานในพิธีจะเป็นใคร ไหนจะเถ้าแก่ที่พาขบวนผ่านประตูเงินประตูทอง คนถือพานขันหมากในขบวน เด็กน้อยผู้ถือพานรับขันหมาก ใครเป็นคนเชิญขบวนขันหมากเข้าบ้าน เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวมีกี่คน ในวันนั้นมีหน้าที่พิเศษหรือเปล่า เจ้าพิธีหาได้จากไหน พิธีกรเป็นใคร (ทั้งงานพิธีและงานฉลองฯ) คนคุมงาน ซึ่งเป็นตัวแทนบ่าวสาว แม้แต่คนคุมกล่องใส่ซองก็ต้องมี ทั้งหมดนี้คุณต้องทาบทาบแต่เนิ่นๆ และชัดเจนไปตั้งแต่ตอนที่เชิญว่าจะให้เขาเหล่านี้มาทำอะไรบ้าง ในเวลาไหน

9. เตรียม “การ์ดเชิญ”

ที่ให้การเตรียมการ์ดเชิญมาอยู่ในลำดับนี้ ด้วยเหตุผลว่า การ์ดเชิญจะเป็นศูนย์รวมข้อมูลทุกอย่างที่ต้องมีข้อมูลพื้นฐานครบ เพราะการ์ดเชิญไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่แจ้งบอกแขกว่ามีการจัดงานในวันไหน ที่ไหน ใครเป็นประธาน แต่การ์ดเชิญจะบ่งบอกธีมงานได้ด้วย เพราะแขกหลายๆ คนดูการ์ดก็จะจัดชุดสวยหล่อมาให้เข้ากับธีมไงล่ะคะ

10. เตรียม “ของชำร่วย”

0176

บางคนคิดว่า การ์ดและของชำร่วยต้องมาพร้อมกัน ซึ่งนั่นก็ไม่ผิดค่ะ  ถ้าคุณไปเจอร้านทำการ์ดเชิญที่มีบริการเรื่องของชำร่วยด้วยก็เบ็ดเสร็จในครั้งเดียวสะดวกดี แต่ถ้าคุณอยากได้ของชำร่วยที่เจาะจงเป็นพิเศษ ก็ยังยืดเวลาในการหาแยกออกมาจากการทำการ์ดได้ค่ะ

11. เตรียม “ของใช้ในพิธี”

ไม่ว่าจะเป็นชุดขันหมากไทยหรือจีน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการโทรศัพท์ไปสั่งหรือเดินทางไปที่ร้านเพื่อเลือกดูแพ็กเกจและสั่งให้จัดชุดมาส่งในวันงาน (หรือไปรับสินค้าเองแล้วแต่ตกลง) ซึ่งถือว่าเป็นหนทางที่สะดวกที่สุด แถมยังมั่นใจในเรื่องความถูกต้องและครบถ้วนตามประเพณีปฏิบัติด้วย ซึ่งระยะเวลาโดยเฉลี่ยอย่างช้าที่สุดสำหรับการสั่งชุดขันหมากที่เราเคยสืบรู้มาอยู่ที่ขั้นต่ำ 3-4 อาทิตย์ล่วงหน้า

0038

ของใช้ในพิธีในที่นี้ยังรวมไปถึงของขวัญสำหรับมอบให้แก่ผู้ใหญ่ในช่วงรับไหว้หรือยกน้ำชาด้วยนะคะ คุณสามารถเตรียมไปพร้อมๆ กันได้เลยค่ะ

รู้อย่างนี้แล้วก็รีบ เตรียมตัวจัดงานแต่ง กันตั้งแต่เนิ่นๆ เลยนะคะ

ภาพ unsplash.com

อ่านบทความเพิ่มเติม

Sweet Memory มาเติมความหวานให้กับ พิธีการแต่งงานเย็น กันเถอะ

ช่อบูเกต์เจ้าสาว 7 สไตล์ เลือกให้เข้ากับรูปร่าง พร้อมเทคนิคเลือกยังไงให้งบไม่บาน

เฉลิมฉลอง “วันจูบสากล” ด้วย ข้อดีของการจูบ ที่คู่รักอาจยังไม่รู้!!

Recommended

บ่าวสาว

บ่าวสาวฝึกไว้เคล็ดลับเด็ดๆ ช่วยให้ยิ้มได้ยาวแบบเหงือกไม่แห้ง

อีกหนึ่งปัญหาที่ บ่าวสาว เจอกันมานับไม่ถ้วนในวันแต่งงานคือเรื่องของการยิ้มค่ะ โดยเฉพาะบางคนที่ปกติเป็นเสือยิ้มยาก จะกังวลมากเป็นพิเศษว่าในงานแต่งงานที่ต้องเจอแขกนับร้อยต้องถ่ายรูปนับพันช็อต จะทำยังไงให้ยิ้มได้ยาวนาน และยิ้มยังสวยหล่อสดใสเห็นฟันส่องประกาย ง่ายนิดเดียวค่ะ ลองทำตามวิธีที่แพรว wedding หามาฝากดู ลูกอมช่วยท่านได้ ‘ยิ้มจนเหงือกแห้ง’ คำนี่แหละค่ะ ที่บ่าวสาวทั้งหลายเจอมากับตัว เพราะต้องยิ้มทุกรูปและยิ้มกับทุกคนที่มาร่วมยินดี แต่พอยิ้มไปมากๆ ปากก็เริ่มหุบไม่ลงและดูเหมือนรอยยิ้มนั้นจะถูกล็อกไว้บนใบหน้าแบบแปลกๆ เพราะอากาศสัมผัสกับทั้งเหงือกและฟันจนรู้สึกว่าส่วนนี้จะแห้งไปโดยปริยาย พอจะหุบยิ้มแล้วเผยยิ้มใหม่ก็มีอาการติดๆ นิดนึง งั้นก็หาลูกอมมาเป็นตัวช่วยสิคะ เพราะเมื่อคุณอมลูกอม น้ำลายที่ออกมาจะช่วยลดอาการเหงือกและฟันแห้งได้ค่ะ ดื่มน้ำและใช้ลิ้นแอบเลียฟันหน้า เตือนตัวเองไว้เลยค่ะว่าผ่านไปสัก 10 นาทีต้องจิบน้ำสักหน่อย เพื่อให้ในช่องปากมีความชุ่มชื้น ถ้ามองไม่เห็นใครจะเสิร์ฟน้ำให้ก็ใช้มือยกขึ้นมาบังหน้าแล้วเอาลิ้นเลียฟันหน้าอย่างไว เพื่อใน้บ่อน้อยในปากหน้าที่ให้ความชุ่มชื่น จากนั้นเปิดปากยิ้มต่อไปอย่างมั่นใ บางทริคที่เราบอกไปอาจอ่านแล้วตลกๆ ดูแล้วจะเป็นไปได้ไง แต่ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้ ลองดูไม่เสียหาย จริงไหมคะ อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการวางแผนแต่งงานและดูไอเดียงานแต่งเพิ่มเติมได้ที่นี่อีกเพียบ คลิกเลย! เรื่อง : ดอกปีบ ภาพ : maxpixel.freegreatpicture.com

ผลไม้มงคลงานแต่ง

งานแต่งงานไทย-จีนควรมีผลไม้มงคล 5 อย่างเสริมดวงคู่บ่าวสาว

นอกจากฤกษ์งามยามดีแล้วพิธีงานแต่งงานมักนำของที่มีความหมายดีเป็นมงคลมาใช้อย่างเช่น ผลไม้มงคล 5 อย่างที่มีความเชื่อเกี่ยวข้องกับความรักและการใช้ชีวิตคู่ของบ่าวสาวในอนาคต

ข้อห้ามในงานแต่ง

4 ข้อห้ามในงานแต่ง … ความเชื่ออินเตอร์ที่ฝรั่งเขาทำกัน

งานแต่งงานแต่ละชนชาติก็มีข้อห้ามแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละพื้นที่ วันนี้แพรว wedding ขอนำเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ข้อห้ามในงานแต่ง ของชาวยุโรปมาฝากกันค่ะ