เฉลิมฉลอง “วันจูบสากล” ด้วย ข้อดีของการจูบ ที่คู่รักอาจยังไม่รู้!!

จูบนั้นสำคัญไฉน? จูบนั้นดีอย่างไร? งั้นมาดู ข้อดีของการจูบ กันค่ะ

เนื่องจากทุกวันที่ 6 กรกฎาคมของทุกปีเป็น “วันจูบสากล” หรือ “World Kissing Day” แพรว wedding เลยไปรวบรวม ข้อดีของการจูบ มาให้เหล่าคู่รักได้รู้กัน ว่าการจูบนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงความรักแต่เพียงอย่างเดียวนะ แต่ยังช่วยเรื่องสุขภาพและจิตใจไปอีก แหม ชักจะอยากรู้แล้วสิว่าการจูบเนี่ยมันจะดีขนาดไหน อิอิ

1. จูบ…ช่วยลดความเครียดและทำให้เรามีความสุข

จากผลการวิจัยของ Western Journal of Communication พบว่าการแสดงความรักอย่างการจูบนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงต่อการลดระดับฮอร์โมนความเครียด และเพิ่มระดับฮอร์โมนความสงบ และหากคุณจูบกัน 20 วินาทีหรือมากกว่านั้น สมองจะหลั่งสารเคมีที่ช่วยทำให้สงบและลดระดับความเครียด ซึ่งการจูบจะช่วยกระตุ้นให้เกิดระบบการให้รางวัลของสมอง หรือ brain’s reward system ทำให้ระหว่างการจูบนั้นจะมีการหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่า อ๊อกซิโตซิน หรือที่เรียกว่าฮอร์โมนแห่งความรัก, หลั่งสาร เอ็นดอร์ฟิน หรือฮอร์โมนแห่งความสุข, ฮอร์โมนโดพามีน และฮอร์โมนเซโรโทนิน ที่ไปกระตุ้นความพึงพอใจในสมองของเรา จึงช่วยรักษาสมดุลของอารมณ์ให้คงที่ ทำให้สงบ และลดความวิตกกังวล แถมยังให้ผลดีเหมือนกับการทำสมาธิอีกด้วย

2. จูบ…ลดความดันโลหิต ทำให้หัวใจแข็งแรง

การจูบช่วยขยายหลอดเลือด จึงช่วยลดความดันโลหิตได้ ซึ่งระหว่างการจูบจะมีสื่อประสาทที่ชื่อ เอพิเนฟรีน เดินทางเข้าไปในเลือด ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความดันโลหิตแล้ว ยังทำให้ระดับ LDL (ไขมันไม่ดี) และคลอเรสเตอรอลลดลงได้อีกด้วย

ข้อดีของการจูบ

3. จูบ…ช่วยป้องกันฟันผุ

การจูบจะไปช่วยกระตุ้นให้มีการผลิตน้ำลาย ซึ่งจะไปช่วยชะล้างคราบพลัคและคราบต่างๆ จึงช่วยป้องกันฟันผุได้อีกทางหนึ่ง

4. จูบ…ช่วยให้รู้สึกตื่นตัว

การจูบจะไปช่วยกระตุ้นการหลั่งสารอดรีนาลีน และโนราดรีนาลีน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้รู้สึกตื่นเต้นเนื่องจากหัวใจเต้นเร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยให้คุณรู้สึกตื่นตัวอีกด้วย!!

5. จูบ…ช่วยเบิร์นแคลอรี่

การจูบในเวลา 1 นาที จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ 2-3 แคลอรี่ แต่ถ้าคุณจูบกันอย่างดูดดื่มเป็นพิเศษจะสามารถช่วยเผาผลาญได้ถึง 6 แคลลอรี่! และยังไปช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญหรือเมตาบอลิซึ่มได้อีกด้วย ซึ่งนักวิจัยกล่าวว่า การจูบกันครั้งละ 20 วินาทีต่อวันจะช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วยนะ และถึงแม้การจูบจะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญได้ไม่เท่ากับการวิ่งไปสัก 5 กิโล แต่การจูบก็ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญพลังงานขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิมได้ งานนี้จริงไม่จริงสงสัยจะต้องลองพิสูจน์กันด้วยตัวเองนะจ๊ะ อิอิ

6. จูบ…ช่วยป้องกันการหย่อนคล้อยของใบหน้า

ในขณะที่จูบกล้ามเนื้อ 30 มัดบนใบหน้าของคุณก็ทำงานไปด้วย เพราะฉะนั้นถ้าคุณจูบให้บ่อยขึ้นหรือทุกวันก็เหมือนเป็นการได้ออกกำลังกายใบหน้าไปในตัว ซึ่งมีผลช่วยให้ใบหน้าดูเฟิร์มขึ้น และยังช่วยเพิ่มระบบการไหลเวียนโลหิตบนใบหน้า ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ไปอีก

7. จูบ…ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

การจูบคือการแลกเปลี่ยนแบคทีเรีย 10 ล้านถึง 1,000 ล้านแบคทีเรีย ซึ่งส่งผลสองทางคือ สามารถทำให้คุณป่วย แต่อีกทางก็สามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ เพราะร่างกายได้รับแบคทีเรียใหม่ ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคนั้นขึ้นมา เพราะฉะนั้นการจูบจึงสามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้อีกทาง เพราะคุณและคนรักมีการแลกเปลี่ยนแบคทีเรียแบบใหม่ซึ่งกันและกัน ทำให้มีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ ในอนาคตที่ดียิ่งขึ้น

ข้อดีของการจูบ

8. จูบ…ช่วยเรื่องภูมิแพ้

แพ้ในที่นี่ไม่ใช่ แพ้ทางคนอย่างเธอนะ…แต่หมายถึงอาการภูมิแพ้ต่างหาก ซึ่งอาการภูมิแพ้นั้นสามารถแย่ลงได้หากเกิดภาวะเครียด และอย่างที่ทราบไปจากข้อ 1. ว่าการจูบสามารถช่วยลดความเครียดได้ นั่นก็เท่ากับว่าการจูบก็เป็นการช่วยลดอาการภูมิแพ้ได้เช่นกัน โดยมีงานวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นพบว่า เมื่อให้ผู้ทดลองที่มีอาการลมพิษและอาการแพ้ฝุ่นละออง จูบกัน 30 นาทีในห้องส่วนตัว พร้อมเปิดเพลงคลอเบาๆ พบว่าผู้ที่มีอาการดังกล่าวนั้นอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

9. จูบ…บ่งบอกความเข้ากันและสานความสัมพันธ์

คุณอาจคิดว่าจูบที่ไม่เกิดจากเทคนิคที่แย่ แต่จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเผยว่า การแลกเปลี่ยนสารเคมีระหว่างการจูบเป็นตัวบ่งชี้ต่อความเข้ากันของการสืบพันธ์ ดังนั้นถ้าคุณจูบกับใครแล้วรู้สึกไม่ประทับใจ อาจแปลเป็นนัยๆ ได้ว่า คุณอาจไม่ใช่คู่ยีนส์ที่เข้ากันก็เป็นได้ นอกจากนี้การจูบยังช่วยสานความสัมพันธ์ระหว่างกันได้อีกด้วย ซึ่งจากการศึกษาจากคู่รักพบว่า การจูบนั้นช่วยให้เกิดความรู้สึกผูกพันกับอีกฝ่าย และเพิ่มความมั่นคง และความพึงพอใจในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักได้มากขึ้น อีกทั้งงานศึกษาของ Archives of Sexual Behavior กล่าวว่า ยิ่งคู่รักจูบกันมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น ซึ่งความสุขในที่นี้ยังไม่เกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์อีกด้วย

10. จูบ…ทำให้ผู้หญิงฟินได้มากกว่า

จูบทำให้ผู้หญิงมีความเป็นไปได้ที่จะถึงจุดสุดยอดได้มากกว่า มีงานวิจัยเผยว่า คู่รักที่ให้ความใส่ใจในการจูบอย่างดูดดื่มทั้งก่อนและหลังการมีเซ็กซ์จะมีความรู้สึกเติมเต็มทางเพศได้มากกว่า อาจเป็นเพราะว่าบริเวณริมฝีปากนั้นเป็นส่วนที่เซนซิทีฟมากกว่าที่อื่นๆ และไวต่อการสัมผัสได้มากกว่าปลายนิ้วถึง 100 เท่า เพราะบริเวณริมฝีปากมีเซลล์ประสาทมากกว่า 10,000 ปลายเส้นประสาทเลยทีเดียว!! ซึ่งมีมากกว่าบริเวณจุดสงวนของคุณผู้หญิงเสียอีก (บริเวณคลิคอริสมีประมาณ 8,000 ปลายเส้นประสาท)

และนี่คือข้อดีของการจูบ แถมคู่รักที่จูบกันเป็นปกติมักอายุยืนขึ้น 5 ปี เมื่อเทียบกับคู่รักที่ไม่ค่อยได้แสดงความรักด้วยการจูบอีกด้วย หรือจะสร้างซีนจูบให้ประทับใจตามฉากหนังรักเพื่อเป็นไอเดียในการถ่ายพรีเวดดิ้งก็ได้นะ 35 ซีนจูบแสนหวานในวันแต่งงานน้ำตาลเรียกพี่…มีคู่ทั้งทีงานนี้ต้องแสดงออก

เรียบเรียงข้อมูลจาก secretsinhealth.com, mentalfloss.com, cosmopolitan.com,
mindbodygreen.com, articles.mercola.com

ภาพ unsplash.com, pinterest

Recommended

งานแต่งงานพิธีจีน-อิสลามการผสานที่ลงตัวของคุณไนส์ & เบนซ์ @ มัสยิดอันนูร

งานแต่งงานที่ภาพชวนฝันของคุณไนส์ และคุณเบนซ์ กับการควบรวมเอา 2 พิธีที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ งานแต่งงานพิธีจีน - พิธีอิสลาม มาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

เตรียมวัดตัวได้เลย! 9 สไตล์ชุดแต่งงานนี้ ปี 2018 มาชัวร์

แพรว wedding สรุปเทรนด์ ชุดแต่งงาน มาให้ 9 สไตล์ ซึ่งแต่ละแบบเป็นชุดเจ้าสาวที่กูรูแฟชั่นทั้งหลายทั่วโลกเชื่อกันว่า มาแน่นอนในปีหน้า

บรรยากาศดีเว่อร์! ส่องงานแต่งต่างแดน 2 เซเลบสาว สละโสด เรียบง่ายกับสถานที่สุดยูนีค

เอ๋ย – พิมพ์ดาว กับ อิ๊งค์ – สุลดา กับ งานแต่ง ไกลถึงต่างแดนที่นับว่าเป็นงานสุดยูนีคที่เลือกจัดงานเล็กๆ ในคอนเซ็ปต์อบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศสุดประทับใจชวนฝัน