5 นิสัยควรลด ละ เลิก!! ถ้าอยากมีชีวิตคู่แบบโฮมสวีทโฮม

ลด ละ เลิก และทิ้ง 5 นิสัยนี้ไปซะเพื่อ ชีวิตคู่ ที่สมบูรณ์แบบ

แม้คุณจะไม่ได้มีแพลนเข้าประตูวิวาห์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว แค่ว่าอยู่กันไปเลยหรือแม้แต่อยู่ก่อนแต่งชั่วครั้งชั่วคราวประมาณว่าแค่ออกทริปเที่ยวเล่นท่องโลก แต่การอยู่ร่วมกันในทุกกรณีต้องมีการปรับนะคะ ยิ่งถ้าคุณเป็นคู่ที่แต่งงานกันไปแล้วละก็ คุณปรับนิสัย ปรับตัวเอง และปรับทัศนคติในการอยู่ร่วมกันกับอีกฝ่ายได้ดีแค่ไหนคะ ถ้ายังคิดไม่ออก ลองมาดู 5 นิสัยที่เราสำรวจมาให้แล้วว่าควรทิ้งซะ แล้วปรับตัวกันใหม่ เพื่อการใช้ ชีวิตคู่ อยู่ร่วมใต้ชายคาของคุณจะมีแต่คำว่าโฮมสวีทโฮมขึ้นทุกๆ ปี

อีโก้แรงแซงสติ

ยึดมั่นถือมั่นอยู่กับความคิดของตัวเอง ไม่ยอมลงให้กัน จะเอาแบบนี้เท่านั้นไม่มีวันปรับเปลี่ยน และเธอต้องยอมตามชั้นสิ นี่แหละค่ะ คือนิสัยของคนที่อีโก้แรง ซึ่งการอยู่ร่วมกันของคนสองคนที่มีอีโก้แรงต้องรู้จักคำว่า ‘ยอม’ คำว่า ‘ลง’ ให้กันบ้าง ไม่ใช่คิดแต่ว่าตัวเองทำถูกเสมอ และอีกฝ่ายต้องคลานเข่าเข้ามาง้องอนก่อน รวมถึงอย่าคิดค่ะว่า แต่งงานกันแล้วจะทำแบบนั้นแบบนี้กับชั้นได้ยังไง ขอบอกว่าทำได้ค่ะ เพราะอีกฝ่ายยังมีความเป็นมนุษย์ที่มีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง อยู่เช่นกัน ถ้าคุณอยากให้ชีวิตคู่ในใต้ชายคาเดียวกันมีความสุขที่มาพร้อมความเข้าใจ ต้องลดอีโก้ลงบ้าง พยายามมองตัวเองและมองอีกฝ่าย ทำความเข้าใจในตัวตนและจัดการอีโก้ของตัวเอง แล้วการอยู่ร่วมชายคาเดียวกันจะดีกว่าที่คิดนะคะ

ฟังอย่างเดียวแต่ไม่แสดงความเห็นในทุกกรณี

เป็นอะไรที่น่าเบื่อมากนะคะ ถ้าคนหนึ่งถามหรือเล่าเรื่องนั้นนี้ให้ฟัง แต่อีกคนเอาแต่ฟังแล้วไม่แสดงออกซึ่งความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีแม้แต่คำพูดในลักษณะการสนทนาทั่วไป ซึ่งบางทีการที่คุณคิดว่า อีกฝ่ายอาจจะอยากได้แค่คนรับฟังเท่านั้น คุณอาจคิดผิดก็เป็นได้ เพราะต่อให้อีกคนอยากให้มีใครสักคนฟังสิ่งที่พูดหรือระบายออกมา แต่เชื่อเถอะค่ะว่า เขาคนนั้นอยากได้ยินคำพูดที่เป็นการแสดงออกว่าใส่ใจฟังและมีส่วนร่วมจากปากคุณไม่มากก็น้อย และต่อให้สิ่งที่คุณพูดไป คุณจะรู้สึกว่าไม่สำคัญในความรู้สึกของเขา (ซึ่งคุณอาจคิดไปเอง) แต่เชื่อเถอะว่าการมีปฏิกริยาตอบกลับดีกว่านิ่งฟังอย่างเดียว ถ้าคุณยังไม่ทิ้งนิสัยเป็นผู้รับฟังที่ดีเพียงอย่างเดียว ระวังเขาจะไปพูดให้คนอื่นฟังแทนนะคะ แล้วถ้าถึงวันนั้นละก็…อย่ามานั่งเสียใจทีหลังล่ะ

ออกรบในสงครามประสาท

ข้อนี้เป็นนิสัยที่ส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงมักจะงัดมาใช้กับฝ่ายชายเมื่อตอนที่ตัวเองมีความรู้สึกว่า ไม่ได้รับความสำคัญหรือไม่คิดว่าผู้ชายสนใจค่ะ เธอเหล่านี้จะใส่เสื้อเกราะถือโล่ห์หยิบดาบเตรียมไว้แล้วเดินสู่สนามรบสงครามประสาททันที ซึ่งกลยุทธ์ของนักรบสงครามประสาทคือ ทนได้แค่ไหนก็มาลองทนกันดูสักตั้ง และถ้ามีจังหวะที่มั่นใจเมื่อไหร่เธอก็พร้อมจะเอาดาบที่เตรียมไว้มาฟาดฟันได้ทันที ซึ่งถ้าคุณมีนิสัยชอบอยู่ในสงครามประสาทละก็ ขอให้รีบถอดเกราะอย่างเร็วที่สุด ก่อนที่โฮมสวีทโฮมจะกลายเป็นสนามรบที่ลุกเป็นไฟ

แผนชีวิต (ประจำวัน) ไม่มี

จำไว้ค่ะว่าชีวิตที่คุณเลือกตอนนี้ไม่ได้มีคุณแค่คนเดียวอีกต่อไป การที่คุณตัดสินใจอยู่ใต้ชายคาเดียวกันแล้ว ไม่ว่าจะแต่งงานแล้วหรือยังไม่แต่ง แต่การไปไหน ทำอะไร ในแต่ละวัน ควรบอกอีกฝ่ายไว้บ้าง ซึ่งนี่ไม่ใช่การรายงานตัวนะคะ อย่าเอามาเป็นประเด็น! แต่เป็นการบอกให้อีกฝ่ายได้รู้แผนชีวิตประจำวันในฐานะที่คุณอยู่ร่วมชายคาเดียวกันต่างหาก

ลองคิดดูง่ายๆ ว่าถ้ามีเหตุอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับคุณ หรือกลับบ้านผิดเวลา อีกฝ่ายจะเกิดอาการห่วงมากน้อยแค่ไหน ฉะนั้นเลิกเถอะค่ะ ไอ้นิสัยนึกจะอยู่บ้านก็อยู่ คิดจะออกไปร่อนก็ไป อ้าวววว แล้วอีกคนละจะเป็นยังไง ถ้านัดเพื่อนไว้เรียบร้อยแล้วก็ต้องยกเลิกนัดเพื่อมาอยู่กับคุณเนี่ยนะ เห็นแก่ตัวไปหรือเปล่า หรือแม้คุณจะรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้ออกไปไหน ไม่ได้มีนัด แต่อย่าคิดแทนเขาว่า คุณจะไปไหนเขาก็ต้องไปด้วย คุณจะอยู่บ้านเขาก็ต้องอยู่ด้วย แบบนั้นเห็นแก่ตัวสุดๆ แค่เปิดปากบอกแผนชีวิต (ประจำวัน) ให้อีกฝ่ายได้รู้สักหน่อย ดอกพิกุลไม่ร่วงหรอก จริงไหม

ช้ามากในทุกสิ่ง เอ่อระเหยในทุกอารมณ์

ก่อนแต่งงานคุณอาจจะทำทุกอย่างสบายๆ ไม่มีเวลาจำกัดหรือใครมานั่งรอ แต่ถ้าคุณแต่งงานแล้ว อยู่ใต้ชายคาร่วมกับอีกคนแล้ว จงคิดเสมอค่ะว่า คุณไม่ได้อยู่คนเดียวแบบเดิมอีกต่อไป  ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนประเภทช้าทุกอย่าง ไม่ว่าจะการตัดสินใจสั่งอาหาร การเลือกเสื้อผ้าออกงาน หรือแม้แต่จะแต่งสวยเสริมหล่อแบบไหนดี ฯลฯ ขอให้ค่อยๆ เลิกนิสัยนี้ซะ แล้วปรับสปีดขึ้นอีกสักหน่อย เชื่อเถอะค่ะว่า อีกฝ่ายเข้าใจดีกว่านิสัยบางอย่างที่ติดตัวมาจะให้ทิ้งเลยแบบหักดิบคงลำบากเกินไป แต่คุณควรแสดงออกว่ารู้สำนึกและกำลังปรับนิสัยนี้อยู่ เพื่อการอยู่ร่วมชายคาจะเต็มไปด้วยบรรยากาศดีๆ

อ่านถึงตรงจุดนี้แล้ว คุณและคนที่เรียกว่า “คู่ชีวิต” เข้าข่ายมีนิสัยที่ควรทิ้งเหล่านี้ไหมคะ ถ้ามีละก็ ลองถามตัวเองนะคะว่า จะอยู่ต่อหรือเปล่า ถ้าคิดจะอยู่ก็ทิ้งนิสัยแย่ๆ พวกนี้ซะ แล้วปรับตัวให้น่ารักกว่าเดิม แต่ถ้าคิดว่าจะยังคงอยากเป็นอยู่เหมือนเดิมใช้ชีวิตและทำนิสัยเดิมๆ ละก็ ถามตัวเองดีไหมว่า คุณอยู่ไปเพื่ออะไร

สุดท้ายแพรวเวดดิ้งขอให้ทุกคู่โชคดีกับความรักและเส้นทางชีวิตคู่ที่เลือกนะคะ ^^

ภาพ hdwallpapersrocks.com

อ่านบทความเพิ่มเติม

10 ไอเดียกิจกรรมแก้เบื่อที่คู่รักต้องทำรับประกับความสวีทเว่อร์

4 คุณสมบัติต่อไปนี้ลูกสะใภ้จำไว้ให้ดีแม่สามีจะทั้งรักทั้งหลง

หนุ่มๆ จงฟังถ้าไม่อยากแป้ก! วิธีขอแต่งงานอย่างไรให้ได้ใจสาว

Recommended

เตรียมงานแต่งงาน

4 ทิปส์สร้างความโรแมนติกของคู่รักให้ยังคงอยู่ระหว่างช่วงเตรียมงานแต่งงาน

อย่าให้การ เตรียมงานแต่งงาน นั้นทำให้คุณต้องห่างเหินกับคนรักหรือคนสนิทใกล้ตัว แพรว wedding มีทิปส์ดีๆ ที่จะทำให้ช่วงนี้มีความสุขมาฝาก

ขอสาวแต่งงาน

Do’s & Don’ts พิชิตภารกิจขอสาวแต่งงานทั้งทีต้องมีทริคตามนี้กันหน่อย

อะไรบ้างควรทำ และอะไรบ้างไม่ควรทำเมื่อต้อง ขอสาวแต่งงาน เรามีคำตอบมาให้ การันตีเลยว่าเชื่อเราและทำตามได้คำตอบว่า Yes! ชัวร์

“ท่าหมา” ตามนี้เข่าไม่ช้ำมือไม่เจ็บ จัดเซ็กส์ได้ยาวๆ ไป

สาวๆ เคยไหมคะที่รู้สึกว่าท่าเซ็กส์ในดวงใจของฝ่ายชายอย่างท่าหมา (Doggie-Style) ทำให้คุณชีวิตลำบาก เพราะแม้ว่าท่านี้จะไม่ต้องทำไรมาก แต่เอาเข้าจริงท่าเตรียมพร้อมที่เริ่มต้นไม่ดีจะทำให้ท่านี้กลายเป็นท่าเซ็กส์ที่ทิ้งร่องรอยความปวดร้าวได้หลายจุดบนเรือนร่างจนทำให้สาวๆ อดทนไม่ได้นาน ครั้งนี้มาดามจึงหาทริกง่ายๆ มานำเสนอ เผื่อว่าคุณใช้ได้ดี เซ็กส์ท่านี้จะได้จัดกันแบบยาวๆ กันไป

จุดลับโซนสยิว…ซ่อนอยู่ตรงไหนที่ใดบ้างบนเรือนร่าง

ถ้าเล้าโลมไม่ตรงจุดเมื่อไหร่จะเห็นประตูสวรรค์ ปัญหานี้หนุ่มสาวหลายคนเจอกันมานักต่อนัก ก็จุดนำสยิวของแต่ละคนเหมือนกันซะที่ไหน บางจุดบนเรือนร่างไม่น่าจะพีคได้ แต่ใครจะรู้ว่านั่นแหละไฮไลต์เลยเหอะขอบอก