25 เรื่องบุพการีและญาติผู้ใหญ่ควรรู้เมื่อลูกหลานจะแต่งงาน

เคยได้ยินคำบ่นมากมายจากบ่าวสาวที่ผ่านประตูวิวาห์มาแล้วว่า ช่วง แต่งงาน เนี่ย ทำให้รู้อิทธิฤทธิ์บุพการีมากกว่าที่เคยรู้ เพราะบางบ้านก็จุกจิกใส่ใจเกินเหตุ บางบ้านปล่อยเบลอมาตลอดแต่มาวุ่นวายเอาตอนวันใกล้งาน แบบนี้ ความเครียดที่บ่าวสาวมีในช่วงนั้นยิ่งทวีคูณสิคะ

แต่แหม…ทำไงได้ละ ก็การแต่งงานเป็นเรื่องของสองครอบครัวนี่นา จะให้ผู้หลักผู้ใหญ่วางเฉยไปก็กระไรอยู่ แพรว Wedding จึงสรุปมาให้ว่า มีเรื่องไหนบ้างที่บ่าวสาวเคยเจอและบ่นกันมากๆ และอยากให้บุพการีและญาติผู้ใหญ่รู้ถึงความในใจ เมื่อถึงเวลาช่วยลูกหลานจัดงาน จะได้เจอกันตรงกลางแบบไม่มีขัดแย้งไงละคะ

1. อย่ารีบเชิญแขกโดยไม่ปรึกษาบ่าวสาว

เรื่องนี้บ่อนกันมาอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากที่คุณพ่อคุณแม่ทราบข่าวดีของลูกๆ แล้ว ขอนะคะว่าอย่าตื่นเต้น รีบโทรศัพท์ไปเชื้อเชิญทุกคนที่คุณรู้จัก รอให้ได้ฤกษ์วันดีที่แน่นอนซะก่อน แล้วค่อยมาคิดและปรึกษากันว่าจะจัดงานใหญ่แค่ไหน เชิญแขกกี่คน และเชิญใครบ้าง

2. จะช่วยออกค่าจัดงานก็ต้องชัดเจนกันนิดนึง

เรื่องเงินก็ต้องคุยค่ะ เพราะถ้าเกิดคุณพ่อคุณแม่ใจดีอยากช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่าย ตรงนี้ก็อย่าขัดใจ แต่สิ่งที่อยากให้โฟกัสก็คือท่านจะออกเงินให้ในส่วนไหนและเท่าไหร่บ้าง รบกวนคุณพ่อคุณแม่ชี้แจงความใจดีนี้ให้ละเอียดค่ะ บ่าวสาวเขาจะได้จัดสรรปันส่วนงบประมาณได้ลงตัว

3. ใช้ความถนัดของตัวเองให้เป็นประโยชน์

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะพูดเสมอว่า “อยู่ตรงนี้เสมอเมื่อลูกต้องการ” ลูกๆ ได้ฟังแล้วต้องซึ้งแน่นอน แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็คือ “ยื่นมือเข้าช่วยเหลือในเรื่องที่คุณทำได้ดี” เช่น ถ้าคุณแม่จัดดอกไม้เก่งก็อาจจะเข้าไปช่วยดูแลเรื่องการตกแต่งดอกไม้ในงาน หรือถ้าชอบท่องเที่ยวก็อาจจะช่วยบ่าวสาวจัดทริปฮันนีมูน แบบนี้เรียกว่าทำงานกันเป็นครอบครัว เวิร์กสุดๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราอยากให้คุณพ่อคุณแม่เอ่ยถามบ่าวสาวสักนิดว่าอยากให้ช่วยตรงไหนหรือไม่ เพราะบางทีเขาอาจต้องการงานแต่งที่เป็นตัวของตัวเอง หรือจ้างแพลนเนอร์ฝีมือดีมาอยู่แล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นก็อย่าน้อยใจไปนะคะ ลูกๆ เขาคงไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ต้องเหนื่อยนะ

4. สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ จากพ่อแม่

ถึงแม้ว่าบ่าวสาวจะไม่มีงานใหญ่ให้คุณพ่อคุณแม่รับผิดชอบ แต่ถ้าอยากช่วยเหลือลูกจริงๆ ขอแนะนำว่าลองเตรียมสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ไว้ให้พวกเขาจะดีกว่า อย่างกระเป๋าอุปกรณ์หรือเครื่องสำอางใบเล็กๆ ไว้ให้เจ้าสาวหยิบใช้ได้สะดวก หรือจะของขวัญที่มีคุณค่าทางจิตใจ แบบนี้รับรองว่าบ่าวสาวต้องปลื้มปริ่มแน่นอน

5. อย่าพูดเปรียบเทียบ

ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะไปเห็นงานแต่งของลูกเพื่อน หรือได้รับเชิญไปงานแต่งของใครก่อนหน้านี้ก็ตาม อย่าได้นำมันมาพูดเปรียบเทียบว่า ทำแบบนั้นสิดีกว่า ทำแบบนี้สิดีกว่า งานนู้นสวยอย่างนั้น งานนั้นสวยอย่างนี้ ให้ถือคติว่า งานแต่งใครงานแต่งมัน บ่าวสาวเขาชอบแบบนี้ก็ควรจะสนับสนุนการตัดสินใจของลูกๆ ให้เต็มที่เนอะ

 6. เสื้อครอบครัวบางทีก็ไม่โอเคนะ

บางครั้งงานแต่งงานก็เหมือนเป็นงานรวมญาติพี่น้องแบบกลายๆ  เพราะญาติหลายๆ คนก็จะถูกเชิญมาร่วมแสดงความยินดีกันพร้อมหน้าพร้อมตา คุณพ่อคุณแม่บ่าวสาวบางคู่มักจะคิดว่าใส่ชุดให้ดูเหมือนๆ กันดีไหมนะ เขาจะได้รู้ว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ขอบอกค่ะว่าหยุดคิดเดี๋ยวนี้เลย! เพราะมันจะดูตลกมากกก! นี่งานแต่งนะคะไม่ใช่งานรวมญาติ เก็บไอเดียนี้ไว้ให้เหล่าเพื่อนเจ้าสาวดีกว่าค่ะ (แต่ถ้าเจ้าสาวต้องการอันนี้ก็แล้วแต่)

7. ทำหน้าที่เป็นผู้รักษาความสงบ

ถ้าแขกที่คุณพ่อคุณแม่เชิญมาเกิดมีเซอร์ไพร้ส์แบบที่ว่าคนนั้นไม่ถูกกับคนนี้ คุณป้าคนนั้นไม่ชอบคุณน้าคนนี้ ก็คงต้องรบกวนคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นผู้ใหญ่ช่วยดูแลความสงบนิดนึงนะคะ อย่าให้พวกท่านมีปากเสียงกันกลางงาน ไม่อย่างนั้นงานคงกร่อย และไม่สนุกแน่ๆ

8. ให้เจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวเลือกชุดกันก่อน แล้วค่อยเลือกของตัวเอง

ข้อนี้ไม่ได้จะบอกว่าคุณแม่ไม่สำคัญนะคะ แต่เรากำลังจะกระซิบเทคนิคการเลือกชุดเจ๋งๆ ให้ค่ะว่าทำไมถึงต้องรอให้สาวๆ เลือกก่อนนะเหรอ? ก็เพราะว่าเราจะได้รู้ว่าพวกนางใส่ชุดแบบไหน สีไหนยังไงละคะ ทีนี้เราเลือกสีให้ไปในทิศทางเดียวกัน เดี๋ยวเขาจะคิดว่าเราเป็นแขกไม่ใช่แม่เจ้าสาวนะ