8 สเตตัสควรเลี่ยง…อย่าโพสต์เด็ดขาดเมื่อใกล้วันแต่งงาน

ทุกวันนี้โซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามาอยู่ในแทบจะทุกช่วงเวลาของชีวิตเรา จะสุขเศร้าเหงาเพ้อก็ขอให้ได้อัพสเตตัสเฟซบุ๊กกันบ้าง ยิ่งช่วงเวลาสำคัญอย่างวันแต่งงานที่กำลังจะมาถึง เฟซบุ๊กนี่แหละที่กระจายข่าวสารให้ญาติพี่น้องเพื่อนพ้องรับรู้ได้ง่ายและเร็วที่สุด ถ้าเป็นเพียงการอัพเดตความเป็นไปแค่พอประมาณ อันนี้เราก็ให้ผ่าน  แต่สำหรับ 8 สเตตัสควรเลี่ยง ต่อไปนี้ ต้องขอบอกกับว่าที่เจ้าสาวทั้งหลายว่า ระวังให้ดีๆ อย่าเผลอพิมพ์ลงไปในช่วงใกล้ วันแต่งงาน

สายโซเชียลฯ ต้องดูก่อน สเตตัสควรเลี่ยง อย่ากระหน่ำโพสต์ก่อน วันแต่งงาน

สเตตัสควรเลี่ยง วันแต่งงาน
Photo by Tim Mossholder on Unsplash

1. โอ้อวดจนดูโอเวอร์!

ไม่ว่าสินสอดทองหมั้นคุณจะแพงเท่าไหร่ แหวนจะวงใหญ่ขนาดไหน เพชรกี่กะรัต จะซื้อชุดแต่งงานกี่ชุด หรือจะจัดงานใหญ่โตเพียงใด เรื่องเหล่านี้คงไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศผ่านเฟซบุ๊ก เชื่อเถอะค่ะ ว่าคนที่ผ่านมาอ่านคงจะมองว่าคุณนั้นช่างเป็นคนที่ขี้อวดไม่มีใครเกิน ทางที่ดีเก็บรายละเอียดนั้นไว้เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ให้รู้กันวันงานดีกว่า

2. นับถอยหลังทุกวันทุกนาที

เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ที่บ่าวสาวจะออกอาการตื่นเต้นดีใจคอยนับถอยหลังให้ถึงวันงานแต่ง ถ้าอัพเดตสเตตัสนับถอยหลังในแต่ละเดือนก็ยังพอทำเนา แต่ถ้าคอยนับถอยหลังกันทุกวันยันทุกนาที คงสร้างความรำคาญบนหน้าฟีดอยู่ไม่น้อย เพราะคนอื่นเขาไม่ได้มีอินเนอร์ร่วมกับคุณหรอก กว่าจะถึงวันมงคลสมรสคงมีเพื่อนพ้องโลกโซเชียลหลายคนกดปุ่มอันเฟรนด์กันเป็นแถวๆ

3. เธอคือที่สุดของฉัน

“เธอคือโลกของฉัน เธอคือพระอาทิตย์ เธอคือดวงจันทร์ เธอคือคนที่สวรรค์ส่งลงมา ฉันโชคดีเหลือเกินที่ได้พบเธอ” และอีกหลายๆ ความรู้สึกพิเศษที่คุณทั้งคู่มีให้กัน ได้โปรดโพสต์ประโยคเหล่านี้แต่น้อย หรืออาจจะเก็บไว้กระซิบบอกกันเพียงแค่สองคน เพราะหากว่าคุณโพสต์บอกความรู้สึกเช่นนี้บ่อยๆ เพื่อนฝูงอาจจะพากันร้องยี้เพราะความเลี่ยน สุดท้ายประโยคใดๆ ที่คุณจะพูดบนเวทีในวันงานแต่งก็อาจจะไม่กินใจเพราะว่ามันได้ถูกพูดจนคนฟังรู้สึกชินไปเสียแล้ว

สเตตัสควรเลี่ยง วันแต่งงาน
Photo by Becca Tapert on Unsplash

4. เอาแต่บ่นบนไทม์ไลน์

จริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจสำหรับบ่าวสาวที่อยากให้วันสำคัญของชีวิตออกมาดีที่สุด เพราะช่วงระหว่างเตรียมงานคงจะทั้งเหนื่อยและเครียด หนีไม่พ้นสภาวะ “Bridezilla” แต่ถึงยังไงก็ขอให้ทำใจร่มๆ ใครทำอะไรไม่ได้ดั่งใจอย่าได้นำมาพิมพ์ลงสเตตัสเฟซบุ๊กเด็ดขาด อย่างเช่น “นึกว่าการ์ดเชิญจะสวยกว่านี้ซะอีก!” หากว่างานนี้เพื่อนของคุณคือคนที่มาช่วยออกแบบการ์ดแล้วล่ะก็  จงระวังไว้ให้ดี คุณและเพื่อนอาจจะต้องกินแหนงแคลงใจกันไปอีกนาน

5. ประกาศกร้าวว่าเราทะเลาะกัน

มีคู่รักหลายคู่ที่ในช่วงระหว่างเตรียมงานแต่งเกิดมีความเห็นไม่ตรงกัน เรื่องจุกจิกเล็กน้อยก็ออกอาการงอนตุ๊บป่อง บางคู่ถึงขั้นทะเลาะกันจนแทบไม่มองหน้า แต่ไม่ว่าจะมีปัญหากันรุนแรงขนาดไหน ต้องนึกถึงหน้าตาและความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วย อย่าได้โพสต์กล่าวถึงว่าที่คู่ชีวิตในทางไม่ดีเด็ดขาด ให้คิดไว้เสมอว่าเรื่องเกิดที่เราสองคนควรให้รู้กันแต่เพียงสองคน อย่าโพสต์ป่าวประกาศบนโลกโซเชียลจนเขารู้กันไปทั่ว ปัญหาอาจจะบานปลายและไม่จบลงง่ายๆ แน่นอน

6. อัพโหลดรูปกระจาย

เป็นเรื่องปกติที่ทุกงานแต่งงานจะต้องมีภาพพรีเวดดิ้งที่จะถูกนำไปประดับตกแต่งสถานที่ ในช่วงระหว่างถ่ายพรีเวดดิ้ง คุณอาจจะโพสต์ภาพนิดๆ หน่อยๆ ให้พอสวยงาม แต่จำไว้ว่าอย่ากระหน่ำโพสต์รูปจนหมดสต็อกก่อนจะถึงวันงานเด็ดขาด เก็บรูปภาพส่วนใหญ่ไว้ให้เพื่อนพ้องได้ตื่นเต้นและชื่นชมภาพคู่รักที่วางประดับในงานจะดีกว่า

สเตตัสควรเลี่ยง วันแต่งงาน
Photo by Maddi Bazzocco on Unsplash

7. กลัวจะสวยไม่ทันวันงาน

วันวิวาห์เป็นวันสำคัญที่เจ้าสาวทุกคนอยากเป็นคนที่สวยที่สุดในงาน ถ้ามั่นใจแล้วว่าตัวเองเตรียมกายเตรียมใจ และเข้าคอร์สเจ้าสาวมาดีพอ จงอย่าโพสต์ตัดพ้อถึงสภาพร่างกายว่า ฉันอ้วนอย่างนั้น ฉันโทรมอย่างนี้ จะสวยทันไหม” เพราะถ้าคุณเจอคนที่เขาเห็นใจก็อาจจะได้คอมเมนท์ “สวยแล้ว สู้ๆ นะ” กลับไป แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะก็ คุณจะกลายเป็นคนสร้างความรำคาญบนหน้าไทม์ไลน์ดีๆ นี่เอง

8. ย้ำอยู่ได้ว่าอะไรที่ผิดพลาด

สุดท้ายภายในงานแต่งงานอาจเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นบ้าง เช่น ของชำร่วยไม่พอ แขกมาเยอะเกินไป หรือแม้กระทั่งการผิดคิวต่างๆ นานา หลังจบงานก็อย่าโพสต์ต่อว่าหรือเน้นย้ำความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เลือกเก็บแต่ความทรงจำดีๆ ส่วนเรื่องไม่ดีก็ทิ้งไว้เบื้องหลังและหันมาสนใจความสุขของชีวิตคู่ที่กำลังจะเริ่มต้นนับจากนี้ดีกว่า

คู่บ่าวสาวจะอัพเดตสเตตัสแจ้งข่าวสารวันวิวาห์ผ่านเฟซบุ๊กนั้นไม่ใช่เรื่องผิด หากแต่จะโพสต์อะไรก็ขอให้คิดสักหน่อยว่าจำเป็นมากน้อยแค่ไหน จะดูน่ารำคาญหรือไปกระทบกระเทือนถึงญาติผู้ใหญ่ พี่น้องและเพื่อนฝูงที่ติดตามเป็นเพื่อนกันบนโลกโซเชียลหรือไม่ มิเช่นนั้นอาจเกิดอาการเอือมระอาจนถึงขั้นเมินหน้าหนีไม่ไปร่วมยินดีก็เป็นได้

สาวๆ สายโชเชียลฯ ขอแนะนำว่าให้ใช้อย่างเป็นประโยชน์ สร้างเสริมใยรักให้แข็งแรงมากขึ้น

ภาพ : unsplash.com

Recommended

“อสุจิ” คุณประโยชน์ขั้นเทพที่คุณไม่เคยรู้

“กินน้ำอสุจิแล้วดีต่อร่างกายจริงไหม” เป็นคำถามที่แบบว่าถามกันมาหลายยุคเหลือเกิน จนจะเรียกได้ว่าเป็นคำถามยอดฮิตที่ไม่มีใครไม่ถามในทุกยุคที่คนในโลกนี้ยังมีเพศสัมพันธ์กันอยู่ แต่วันนี้มาดามไม่ได้มีคำตอบในทุกประเด็นมาบอกหรอกนะ เพียงแต่ขอรวบรวมประโยชน์พึงมีของน้ำอสุจิมาฝากกันดีกว่า

เติมความหวาน

เทคนิค เติมความหวาน ง่ายๆ แบบน้ำตาลเรียกแม่ที่คู่รักต้องทำ

แพรวเวดดิ้ง นำเทคนิค การเติมความหวาน ให้กับความรักมาให้ รับรองว่าทำแบบนี้ต่อกันทุกวันความรักของคุณจะเหมือนวันแรกที่จีบกันใหม่ๆ เลยล่ะ

ชีวิตแต่งงาน

ข้าวใหม่ปลามันต้องอ่าน! 5 ความเข้าใจผิดในปีแรกของชีวิตแต่งงาน

ในช่วงปีแรกของ ชีวิตแต่งงาน คู่รักข้าวใหม่ปลามันอาจคิดว่ การปรับตัวจะเกิดขึ้นแน่นอนแต่เราอยากให้คุณเตรียมใจพบกับความจริงที่ว่าไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป

รักต่างวัย

อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขกับ 3 เคล็ดลับเพื่อชีวิตรักต่างวัยที่เป็นสุข

รักต่างวัย อาจเป็นความสัมพันธ์ที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นไปได้ยาก อาจจะด้วยเพราะวัยที่ต่างกัน แนวคิดจึงต่างกัน แม้จะรักกันมากแค่ไหน ก็อดทะเลาะกันบ่อยๆ ไม่ได้อยู่ดี แต่หากคุณมองว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขสำหรับความรักแล้วล่ะก็ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้แน่นอนค่ะ สำหรับคนที่มีแฟนอายุห่างกัน แพรว wedding มีวิธีช่วยกระชับพื้นที่หัวใจ ของคู่รักต่างวัยมาฝากกัน จะมีวิธีไหนบ้างที่ทำให้รักต่างวัยไม่เกิดปัญหา และให้การคบกันตลอดเวลา มีแต่ความเข้าใจ ว่าแล้วเราก็ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ ทำความเข้าใจธรรมชาติของวัย อันดับแรกเลย คือ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าวัยของแต่ละคนนั้นต่างกัน ต้องเข้าใจในธรรมชาติของแต่ละวัยว่าเป็นอย่างไร คนที่มีอายุน้อยกว่าก็ต้องเข้าใจว่าคนที่อายุมากกว่าก็ต้องทำงาน และต้องรับผิดชอบสูง อาจไม่ได้อยู่ในวัยที่มาเที่ยวเล่นได้มากนัก คนที่มีอายุมากกว่าก็ต้องเข้าใจเช่นเดียวกันว่า คนที่มีอายุน้อยกว่ายังอยู่ในวัยที่ความรักยังเป็นสีชมพู อยากมีเวลาอยู่กับคนรัก ไปเที่ยว ไปเดทกันบ้างอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นก็ต้องแบ่งเวลามาดูแลคนรักด้วยเช่นเดียวกัน มีข้อตกลงร่วมกัน หลายครั้งเวลาที่ไม่เข้าใจแล้วไม่คุยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็มักเป็นการสะสมความไม่เข้าใจทั้งนั้น คนหนึ่งอาจจะคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหา แต่อีกคนอาจคิดว่ามันคือปัญหาใหญ่ ด้วยความที่วัยต่างกัน ทัศนคติเลยต่างกันตามไปด้วย เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดปัญหาครั้งแรกขึ้นมา ควรตกลงกันก่อนเลยว่า ถ้าทะเลาะกันอีกครั้งจะทำอย่างไร เช่น จะคุยกันหลังจากที่อีกคนสงบสติอารมณ์ลงแล้ว เป็นต้น เป็นการแสดงถึงความใส่ใจ ยิ่งใส่ใจเรื่องเล็กๆมากเท่าไหร่ ความสัมพันธ์ยิ่งยาวนานมากเท่านั้นนะคะ ทำกิจกรรมที่อีกฝ่ายชื่นชอบ ด้วยวัยที่ต่างกัน กิจกรรมยามว่างจึงต่างกันไปด้วย คนที่อายุมากกว่าอาจชอบการออกกำลังกาย ฟังเพลง ส่วนคนอายุน้อยกว่าอาจชื่นชอบการไปเที่ยวหรือช้อปปิ้ง […]