คู่รักยุคใหม่เลือก อยู่ก่อนแต่ง จะบอกพ่อแม่อย่างไรให้เข้าใจและไม่โกรธ

ยุคนี้ปี 2020 คู่รักหลายคนตัดสินใจมาใช้วิธี อยู่ก่อนแต่ง มากขึ้นกว่าเมื่อหลายสิบปีก่อน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่ก็มักจะขัดใจผู้หลักผู้ใหญ่ที่รู้เรื่องนี้เสมอ

คู่รัก อยู่ก่อนแต่ง เปิดใจบอกพ่อแม่อย่างไรให้ท่านเข้าใจและไม่โกรธ

อยู่ก่อนแต่ง
Photo by GUIVERG from Pexels

ความต่างของยุคสมัยและวัยเป็นสิ่งที่ทำให้รุ่นพ่อแม่ยังมองการอยู่ก่อนแต่งเป็นเรื่องไม่สมควร กลัวว่าลูกเรา (โดยเฉพาะลูกสาว) จะเสียหายจากคำติฉินนินทาของคนอื่น แบบนี้คู่รักรุ่นใหม่คงต้องนั่งอธิบายเพื่อลดช่องว่างความแตกต่างทางความคิด ระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นคุณพ่อคุณแม่

ทำให้พ่อแม่มั่นใจว่าคนที่คุณอยู่ด้วยคือคนที่ดีและใช่

สิ่งแรกที่พ่อแม่คิดเวลาลูกๆ จะไปอยู่กินกับแฟนก่อนแต่งงานคือ “เป็นห่วง” ปกติของพ่อแม่ทุกคนที่จะห่วงว่า คนที่ลูกคบหาเป็นใคร เป็นคนดีหรือไม่ มีงานการที่มั่นคงไหม อายุและวุฒิภาวะพร้อมหรือยัง เพราะฉะนั้นพาแฟนไปเจอครอบครัวของคุณบ้าง แนะนำแฟนให้พ่อแม่รู้จัก และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมจะย้ายมาลองใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ทำให้ท่านสบายใจว่าการทดลองใช้ชีวิตคู่ครั้งนี้จะราบรื่น และทำให้ท่านเป็นห่วงน้อยลง

สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ คุณต้องเป็นคู่ที่คบกันมานานและมีวุฒิภาวะมากพอ คู่ไหนที่เพิ่งคบกันแปบๆ อย่าเพิ่งคิดเรื่องการย้ายมาอยู่ด้วยกันจะดีกว่า เพราะแบบนี้ไม่ใช่แค่พ่อแม่เป็นห่วง คนรอบตัวอย่างเพื่อนฝูงก็คงกังวลด้วยเช่นกัน

อยู่ก่อนแต่ง
Photo by maitree rimthong from Pexels

บอกท่านว่าถือเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย

หากว่าพวกคุณเป็นคู่ที่คบหากันมาสักระยะแล้วอยากจะย้ายมาอยู่ด้วยกัน ด้วยเหตุผลเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายก็เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ โดยเฉพาะคู่ที่ต่างคนก็ต่างเช่าห้องพักหรืออพาร์ทเมนต์อยู่ทั้งคู่ การอยู่ก่อนแต่ง นอกจากจะทำให้เราเรียนรู้กันและกันมากขึ้น ยังช่วยประหยัดทั้งค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ เหลือเงินเก็บไว้เตรียมแต่งงาน

อยู่ก่อนแต่ง
Photo by Soroush Karimi on Unsplash

เรียนรู้กันและกัน ดีกว่าชีวิตพังหลังแต่งงาน

ข้อนี้อีกเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ดีพอสมควรสำหรับการออกไปอยู่ก่อนแต่ง แต่คุณควรเป็นคู่รักที่คบกันมานานและวางแผนไปถึงการแต่งงานในอนาคตแล้ว บอกกับพ่อแม่ไปตรงๆ ว่า เราอยากทำความรู้จักกันให้มากขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่จะต้องแต่งงานและอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต มีหลายครั้งที่คู่รักตามขนบธรรมเนียมต้องเจอเซอร์ไพรส์หนักหลังงานแต่ง จนไม่สามารถปรับตัวและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้ สุดท้ายต้องจบลงที่การหย่าร้าง เงินที่ใช้จัดงานแต่งงานก็กลายเป็นว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปหมด

อยู่ก่อนแต่ง
Photo by freestocks on Unsplash

รักกันมาก แต่ยังไม่พร้อมแต่งงาน

สาเหตุที่คู่รักยังไม่พร้อมแต่งงานอาจเป็นเพราะว่าเงินทองของหมั้นยังมีไม่ครบ แต่งงานแต่ละทีเดี๋ยวนี้ใช้เงินเยอะมาก ต่อให้จัดเป็นงานเล็กๆ ก็ยังมีความยุ่งยากหลายอย่าง คู่รักหลายคู่จึงเลือกย้ายมาอยู่ด้วยกันไปก่อน แล้วค่อยๆ ช่วยกันเก็บหอมรอมริบเพื่อวันสำคัญ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สามารถอธิบายให้ผู้ใหญ่เข้าใจได้ และยังทำให้ท่านมั่นใจว่าคุณวางแผนแต่งงานไว้แล้วในอนาคต

สมัยนี้การอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานไม่ใช่เรื่องแปลกหรือถูกมองว่าผิดธรรมเนียมอีกแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความคิดของคนรุ่นพ่อแม่หลายครอบครัวยังติดกับวัฒนธรรมแบบเดิมอยู่บ้าง หากคู่รักคู่ไหนอยากลองออกมาใช้ชีวิตด้วยกัน เรียนรู้กันก่อนแต่งงานจริงๆ คงต้องเจรจาและอธิบายให้ท่านเข้าใจ แต่ถ้าพูดอย่างไรท่านก็ยังยืนกรานไม่เห็นด้วย แบบนี้อาจต้องพักแพลนอยู่ด้วยกันออกไปก่อน แนะนำให้พาแฟนไปเยี่ยมพ่อแม่บ่อยๆ จนท่านมั่นใจว่าแฟนของเราเป็นคนที่เหมาะสมจริงๆ ดูแลเราได้ และเราทั้งคู่สามารถรับผิดชอบชีวิตกันและกันได้แม้จะยังไม่ได้แต่งงานก็ตาม

ยังมีอีกหลายเรื่องให้คู่รักคิดให้ดีก่อนจะย้ายมาอยู่ด้วยกันหรือตกลงแต่งงาน ตามไปอ่านกันได้เลย

ภาพจาก : Unsplash.com, Pexels.com

Recommended

10 สิ่งเหล่านี้ขอเหอะ…อย่าทำกับฉันเมื่ออยู่บนเตียง

เรื่องไหนบ้างที่กระแทกใจบรรดาสาวแท้สาวเทียมในยามที่อยู่บนเตียงเคียงกายกับคุณ และเรื่องไหนบ้างที่พวกเธอขอร้องเถอะ...อย่าทำเลยคุณ

มีลูกยากต้องอ่าน! รวมเทคโนโลยีช่วยให้มีบุตร พร้อมประเมินงบประมาณ

สามีภรรยาหลายคู่วางแผนมีลูกกันตั้งแต่ก่อนแต่งงาน แต่พอเวลาผ่านไป 1 ปี 2 ปี 3 ปี พยายามเท่าไหร่เจ้าตัวน้อยก็ยังไม่มาสักที ถ้าลองวิธีธรรมชาติแล้วยังไม่สมหวัง เตรียมกะตังค์ไว้ให้พร้อม แล้วเริ่มปรึกษาคุณหมอเรื่องภาวะ มีลูกยาก และมองหาเทคโนโลยีสมัยใหม่กันค่ะ มีลูกยาก อย่าเพิ่งถอดใจ ปรึกษาหมอและใช้เทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ช่วยได้ การมีเจ้าตัวน้อยเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คู่แต่งงานใฝ่ฝัน เพราะการมีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจช่วยให้ครอบครัวสมบูรณ์ พร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก แต่หลายๆ ปัจจัยอาจทำให้คู่รักประสบปัญหามีลูกยาก พยายามทำตามธรรมชาติก็ยังไม่สำเร็จ อีกทั้งอายุที่เพิ่มมากขึ้นทุกปีๆ ทำให้หลายคนตัดสินใจปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการใช้เทคโนโลยีเจริญพันธุ์ ก่อนอายุจะมากเกินไปจนมีลูกลำบาก เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้มีบุตรยากที่เราได้ยินกันมาเนิ่นนานก็คือ การทำกิ๊ฟต์ (GIFT) แต่เดี๋ยวนี้มีวิธีใหม่ๆ  ทั้งการฉีดน้ำเชื้อ (IUI), การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) และ การใช้เทคนิคพิเศษอย่าง ICSI ทั้งหมดนี้ต่างกันอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ตามไปดูกันเลยค่ะ 1. การทำกิ๊ฟต์ (Gamete Intra-Fallopian Transfer : GIFT) วิธีนี้เป็นการกระตุ้นไข่เพื่อให้ผู้หญิงไข่ตกหลายๆ ใบ โดยคุณหมอจะให้ยาฮอร์โมนชนิดพ่นจมูกตั้งแต่ช่วง 7 วันก่อนมีประจำเดือน และจะเริ่มฉีดฮอร์โมนกระตุ้นไข่หลังจากมีประจำเดือนแล้ว […]

3 จูบนำร่องสู่เซ็กส์สุขสันต์

จริงอยู่ที่การจูบเป็นหนทางนำร่องไปสู่การมีเซ็กส์ได้มากเป็นอันดับต้นๆ ถ้าคุณสงสัยว่าแล้วจูบแบบไหนล่ะที่จะเปิดทางให้คุณทั้งคู่ได้สุขสมกันต่อบนเตียงนุ่ม งั้นมาเช็คจูบของคุณไปพร้อมกันเลยดีกว่า

รักทางไกล

7 เทคนิคกระชับพื้นที่ใจ ให้รักทางไกลได้ใกล้กว่าที่เคย

รักทางไกล ของหลายคู่ที่ต้องทำงานหรือเรียนกันคนละที่ ทำให้โอกาสที่จะได้เจอกันนั้นลดน้อยลงไปด้วย จนระยะทางที่ไกลกันอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ และทำให้ความรักที่มีให้กันสั่นคลอนได้ในที่สุด วันนี้เราจึงหยิบเอา 7 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณรักษาความสัมพันธ์ระยะไกลไว้ได้มาฝากกันค่ะ ลองดูไว้ไม่เสียหาย แถมทำตามได้ไม่ยากเกินความสามารถและความรักที่คุณมีให้กันแน่นอนค่ะ 😉 1. ไว้ใจกันและกัน มันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระยะไกลพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น หากปราศจากความไว้ใจกันนะคะ เอาเป็นว่าทั้งสองฝ่ายควรหันมาเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ของอีกคนให้มาก เพื่อสร้างความไว้ใจ โดยการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาและทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเป็นคนสำคัญเข้าไว้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดระยะห่างทางใจได้มากเลยทีเดียว 2. คอยอัพเดทเรื่องของตัวเองให้อีกฝ่ายรู้เสมอ เนื่องจากว่าคุณสองคนต้องอยู่ห่างไกลกัน ทำให้การนัดเจอเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเมื่อมีโอกาสได้คุยกันไม่ว่าจะผ่านโทรศัพท์หรือแชทออนไลน์ ก็ควรคุยแลกเปลี่ยนเรื่องที่แต่ละคนประสบมา ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ อย่างน้อยมันก็ทำให้คุณรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนรักของคุณบ้าง เพราะหากไม่มีการพูดคุยกันมากพอ ก็เป็นเรื่องยากที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่มีต่อกันได้นะคะ 3. คุยแบบเห็นหน้ากันให้บ่อยเข้าไว้ แม้ว่าคุณจะคุยกับแฟนเป็นประจำ แต่นั่นก็เป็นแค่เสียงหรือข้อความเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าต่างคนก็ย่อมอยากจะเห็นหน้ากันด้วยความคิดถึงอยู่แล้ว ดังนั้นลองเปิดเว็บแคมหรือเฟซไทม์คุยกันก็ได้ นอกจากจะได้เห็นหน้าค่าตากันแล้ว คุณยังทำหน้าตาตลก ๆ และหยอกล้อกันได้ด้วย ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้คุณสองคนรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้นนั่นเองค่ะ 4. เจอกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การนัดเจอกันอาจเป็นเรื่องยาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตารางเวลาไม่ตรงกันหรืออยู่ไกลกัน แต่เมื่อมีโอกาสดี ๆ อย่างในช่วงสุดสัปดาห์หรือวันหยุดพิเศษแล้วละก็ รีบคว้ามันเอาไว้เลย แล้วนัดเจอกัน เพื่อไปเดินเล่น ดูหนัง และกินข้าวกันสองคน จะเป็นเรื่องที่ดีมาก […]