เคลียร์ปัญหาคาใจ ซองงานแต่ง ใส่เท่าไรไม่น่าเกลียด

ความวุ่นวายใจของแขกงานแต่งมือใหม่เพิ่งหัดได้ซอง คือ ไม่รู้ว่าต้องใส่เงินเท่าไหร่ ถึงจะดูเหมาะสมและไม่น่าเกลียด คงต้องบอกตามตรงว่า ซองงานแต่ง ต้อง ใส่เท่าไร เจ้าภาพถึงจะไม่ขมวดคิ้ว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่นั่งคิดคำนวณตัวเลขกลมๆ ในหัวแล้วเสร็จ แต่ควรดูปัจจัยอื่นๆ เป็นพื้นฐานควบคู่กันไปด้วย

ซองงานแต่ง ใส่เท่าไร ถึงเหมาะสม คิดง่ายๆ ไม่ยาก

ซองงานแต่ง ใส่เท่าไร
Photo by Karolina Grabowska from Pexels

ปัจจัยพื้นฐานสำหรับการใส่ซองงานแต่งที่ต้องนำมาคิดประกอบจะแตกต่างกันไปตามงานแต่งแต่ละงาน ไม่คงที่เหมือนกันทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับรายได้ของแขก ความสนิทสนมกับเจ้าภาพ สถานที่จัดงานแต่งงาน อายุ หน้าที่การงาน และการไปร่วมงานแต่ง

1. ดูรายได้ของตัวเองก่อน

สิ่งแรกที่จะต้องคำนึงถึงคือ เงินเดือนหรือรายได้ของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ถ้ามีเยอะก็ใส่เยอะ มีน้อยก็ใส่เท่าที่ไหว ไม่ควรทำใจใหญ่ใส่เยอะจนตัวเองลำบาก หมุนเงินไม่ทันใช้เพราะเอาไปใส่ซองงานแต่ง สูตรคำนวณง่ายๆ ให้คิดไว้เสมอว่า เงินใส่ซองควรอยู่ที่ 2 – 5% ของรายได้ โดยคิดจากเงินที่คุณเหลือใช้ในแต่ละเดือนว่ามากหรือน้อย ถ้าเดือนนี้มีมากหน่อยอาจใส่ไปเลย 5% หรือเดือนนี้ค่าใช้จ่ายเยอะเป็นพิเศษใส่แค่ 2% ก็พอ แล้วกดเครื่องคิดเลขเอาง่ายๆ ได้ตัวเลขออกมาแล้วจะเพิ่มหรือลดให้ดูตามปัจจัยอื่นๆ ประกอบกัน

2. ความสนิทสนมกับเจ้าภาพ

หากบ่าวสาวเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนสนิทกันมากๆ ควรจะใส่ซองให้มากขึ้นอีกหน่อย สนับสนุนและช่วยเหลือเต็มที่ และยังเป็นการแสดงน้ำใจที่มีต่อกัน (แต่อย่าลืมว่าต้องดูกำลังทรัพย์เราด้วย) ส่วนจำนวนเงินใส่ซองก็สามารถลดหลั่นลงมาตามความสนิทสนมได้ หลายคนกำหนดไว้เลย เช่น ญาติและเพื่อนสนิทใส่ 2000 เพื่อนร่วมงานใส่ 1000 เพื่อนไม่สนิทใส่ 500 เป็นต้น

ซองงานแต่ง ใส่เท่าไร
Photo by Photos by Lanty on Unsplash

3. สถานที่และรูปแบบการจัดงานแต่ง

เรื่องนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน ก่อนจะหยิบเงินใส่ซองให้คิดก่อนว่า เรากำลังจะไปร่วมงานแต่งในสถานที่แบบไหนและเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอย่างไร เช่น งานแต่งจัดที่โรงแรม 5 ดาว เจ้าภาพเลี้ยงแบบบุฟเฟต์ ในกรณีนี้จะใส่ซอง 500 ก็ดูใจร้ายเกินไป ควรใส่ให้เหมาะสมโดยคิดคร่าวๆ จากราคาอาหารและเครื่องดื่มแต่ละหัว ซึ่งในโรงแรมมักจะมีราคาต่อหัวอย่างน้อย 500 – 1,000 บาทขึ้นไป ดังนั้นจึงควรใส่ซองมากกว่าเพื่อไม่ให้น่าเกลียด

4. อายุและหน้าที่การงาน

สำหรับใครที่อายุน้อยกว่าบ่าวสาว การจะใส่ซองน้อยหน่อยคงไม่แปลกอะไร แต่สำหรับคนที่อายุไล่เลี่ยกันหรือมากกว่า อีกทั้งหน้าที่การงานที่ตำแหน่งสูงกว่า ควรใส่ซองให้มากขึ้นหน่อยตามมารยาทและความเหมาะสม

ซองงานแต่ง ใส่เท่าไร
Photo by fu zhichao from Pexels

5. จำนวนคนที่ติดตามเราไปร่วมงาน

ข้อนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนมองข้าม บางครั้งคิดตามหลักข้อ 1-4 แล้วก็ใส่ซองไปตามนั้นเลย โดยลืมว่าคุณไม่ได้ไปคนเดียว แต่อาจมีแฟนหรือลูกตามไปด้วยอีกหนึ่งคน แบบนี้ควรต้องเพิ่มเงินให้มากขึ้นจากจำนวนที่ตั้งใจใส่ซองไปตอนแรก หรือคิดง่ายๆ คือ นำตัวเลขนั้นคูณสองไปเลย

6. จะไปร่วมงาน หรือแค่ฝากซอง

หลายครั้งที่ได้รับเชิญไปงานแต่งงานแต่ไม่สะดวกไปร่วมงาน แนะนำให้แสดงความยินดีผ่านทางโทรศัพท์หรือโซเชียลมีเดีย แล้วใช้วิธีการฝากซองงานแต่งไปกับเพื่อนคนอื่นๆ ในกรณีนี้คุณสามารถลดจำนวนเงินใส่ซองลงได้ และยังไม่ดูน่าเกลียดจนเกินไป

7. ให้ของขวัญแทนการใส่ซอง

อีกหนึ่งตัวเลือกของคนที่ไม่ได้ซองเพราะเจ้าภาพมาเชิญด้วยปากเปล่า หรือคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะใส่ซองเท่าไหร่ดี แนะนำให้เลือกซื้อเป็นของขวัญเพื่อมอบให้บ่าวสาว ควรเลือกสิ่งของที่มีราคาตามกำลังทรัพย์ที่มี และเป็นของที่บ่าวสาวสามารถนำไปใช้ได้จริง อาจเลือกเป็นของตกแต่งบ้าน ของใช้ในครัว ฯลฯ แบบนี้รับรองว่าบ่าวสาวต้องปลื้ม

การใส่ซองงานแต่งคงไม่สามารถกะเกณฑ์เป็นตัวเลขแน่นอนได้ เพราะแต่ละคนก็มีปัจจัยพื้นฐานที่ไม่เท่ากัน แต่ไม่ว่าจะใช้ปัจจัยไหนมาคำนวณตัวเลข ขอแนะนำว่าให้ดูรายได้ของตัวเองเป็นหลักใหญ่ หยิบเงินใส่ลงไปเท่าที่ไหว ไม่จำเป็นต้องหน้าใหญ่ใจโต เดี๋ยวจะหมุนเงินไม่ทันใช้เพราะใส่ซองไปเสียหมด! ส่วนใครที่มีเงินถุงเงินถัง อยากแสดงความรักและน้ำใจกับบ่าวสาว จะใส่เยอะจนซองหนาก็ไม่ว่ากัน แบบนี้บ่าวสาวชอบบบ!

เรื่องราวของการ์ดและซองแต่งงานยังมีอีกมากมายให้ได้อ่าน ทั้งเคล็ดลับการเตรียมซอง และการสั่งการ์ดสำหรับบ่าวสาว ตามไปอ่านกันได้เลย

ภาพจาก : unsplash.com, pexels.com

Recommended

ประกันภัยงานวิวาห์ แม้ต้อง เลื่อนจัดงานแต่ง แต่ยังอุ่นใจได้เรื่องเงิน

ช่วงโควิดระบาดหนักจนต้องล็อกดาวน์ให้บ่าวสาวหลายคู่ที่วางแผนแต่งงานไว้พากันเซ็งเพราะ การ์ดก็แจกแล้ว สถานที่ก็จ่ายเงินจองไว้แล้ว แต่ไม่ได้แต่ง!! ทำให้แพรวเวดดิ้งนึกถึง ประกันภัยงานแต่งงานที่สมัยก่อนคนอาจมองว่าไม่จำเป็น แต่ต่อจากนี้ไปควรคิดใหม่! เลื่อนจัดงานแต่ง ประกันภัยงานวิวาห์ เหตุฉุกเฉินอาจต้อง เลื่อนจัดงานแต่ง แต่ยังอุ่นใจว่าจะได้เงินคืน Wedding Insurance หรือ ประกันภัยงานแต่งงาน ในต่างประเทศเขาขายกันจริงจังเลยค่ะ มีเป็นแพ็กเกจเหมือนเวลาเราซื้อประกันชีวิตหรือประกันรถยนตร์ มีกรมธรรม์กำหนดความคุ้มครองว่า บ่าวสาวจะได้รับการคุ้มครองอะไรบ้าง ซึ่งหลักๆ ที่บริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินชดเชยค่าคุ้มครองให้ก็คือ 1. ค่าสถานที่ ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินจนทำให้ต้องยกเลิก หรือเลื่อนงานแต่งออกไป เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคติดต่อ สถานการณ์การก่อการร้าย หรือแม้กระทั่งคนสำคัญของงานเจ็บป่วยจนไม่สามารถมาร่วมงานได้ คุณอาจต้องเสี่ยงถูกยึดเงินมัดจำหรือต้องจ่ายเงินเพิ่มให้กับทางสถานที่ที่เช่าไว้ แต่ถ้าคุณซื้อแพ็กเกจประกันภัยงานแต่งงาน ทางบริษัทประกันจะเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มในส่วนนี้ ทำให้คู่บ่าวสาวเซฟเงินไว้ได้มากทีเดียว ข้อนี้ยังครอบคลุมไปถึงการกระทำหรืออุบัติเหตุใดๆ ที่ทำให้สถานที่เสียหาย หรือข้าวของถูกทำลาย (ลองจิตนาการภาพมีคนเมาทะเลาะกันในงานแต่งดูนะคะ! ) บริษัทประกันก็จะช่วยรับผิดชอบในส่วนนี้ด้วย 2. ค่าซัพพลายเออร์ต่างๆ ข้อนี้สำหรับความดวงตกแบบปุ๊บปั๊บรับโชคของคู่บ่าวสาว ไม่ว่าจะเป็น ร้านเค้กไม่มา แคทเธอริ่งหายหน้า วงดนตรียกเลิกกะทันหัน ช่างถ่ายภาพแขนหัก ฯลฯ แบบนี้บริษัทประกันก็เข้ามาช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่คุณจ่ายให้ซัพพลายเออร์ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่ามัดจำหรือเงินเต็มจำนวน 3. ชุดแต่งงาน แหวน […]

ชุดแต่งงานกี่เพ้า

ชุดแต่งงานกี่เพ้า กับความเชื่อเรื่องคืนส่งตัวในพิธีแต่งงานจีน

ชุดแต่งงานกี่เพ้า ถือเป็นสัญลักษณ์ของเจ้าสาวชาวจีนก็ว่าได้ แล้วทำไมต้องเป็นชุดกี่เพ้า ไปหาคำตอบพร้อมๆ กับความเชื่อเรื่องคืนส่งตัวเจ้าสาวกัน

ใบโคลเวอร์ ใบไม้แห่งความรักและความโชคดี อีกหนึ่งกิมมิกชิคๆ ในงานแต่ง

ใบโคลเวอร์ สี่แฉกนั้นจะนำความโชคดีมาให้ และยังมีความหมายดีๆ ในเรื่องความรักอีกด้วย เพราะฉะนั้นบ่าวสาวที่ยังไม่มีธีมงาน ก็ลองเลือกใบโคลเวอร์ไปเป็นกิมมิกได้นะ

งานแต่งแบบโต๊ะจีน

คอร์สเร่งรัด! เรียนรู้อุปกรณ์พร้อมมารยาทงานแต่งแบบโต๊ะจีนที่แขกต้องรู้

งานแต่งแบบโต๊ะจีน มักสร้างความเขินให้แขกไม่น้อยเพราะต้องนั่งกับคนไม่รู้จัก เลยจัดคอร์สเรียนรู้อุปกรณ์พร้อมมารยาทบนโต๊ะมาให้ รับรองว่าทำแล้วดูดีไม่เขินชัวร์