5 สไตล์การจัดเลี้ยงงานแต่งเลือกแบบไหนให้เหมาะกับคู่ของคุณมากที่สุด

จะจัดงานแต่งแบบไหนดีนะ?? นี่คงเป็นคำถามเบสิคที่เกิดขึ้นกับบ่าวสาวหลายคู่ไม่น้อย เพราะรูปแบบการ จัดเลี้ยงงานแต่ง นั้นอาจจะส่งผลถึงธีมงานได้เหมือนกันว่าจะออกมาปังหรือร่วง เพราะฉะนั้นเรื่องรูปแบบการจัดเลี้ยงอาจจะเป็นเรื่องแรกๆ ที่บ่าวสาวต้องตัดสินใจให้ดี แพรว wedding เลยไปรวบรวมคำแนะนำจากเหล่ามืออาชีพที่มีทิปส์เด็ดๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจเรื่องนี้มาฝาก แต่ก่อนอื่นสิ่งแรกที่บ่าวสาวต้องทราบก่อนเลือกรูปแบบการจัดเลี้ยงก็คือ 1. แขกส่วนใหญ่เป็นแขกของบ่าวสาวหรือเป็นแขกของผู้ใหญ่ 2. จำนวนแขกมากน้อยเท่าไหร่ หากรู้ชัดในสองเรื่องนี้แล้ว ก็ไปเลือกรูปแบบการจัดเลี้ยงต่อกันได้เลย

 

  • โต๊ะจีน

– เหมาะกับงานที่มีแขกผู้ใหญ่เยอะ เพราะมีที่นั่งสำหรับทุกท่านและมีบริการเสิร์ฟอาหารให้ถึงโต๊ะ

– เป็นรูปแบบการจัดเลี้ยงที่ใช้พื้นที่มาก ถ้าจัดโต๊ะเต็มพื้นที่แล้วแขกมาเกินกว่าที่กำหนดจะไม่มีพื้นที่ให้จัดโต๊ะเพิ่ม และเนื่องจากการจัดเลี้ยงแบบโต๊ะจีนมีราคาสูง ทางโรงแรมจะเผื่อให้ลูกค้าประมาณ 1-2 โต๊ะ เพราะฉะนั้นบ่าวสาวจึงจำเป็นต้องรู้จำนวนแขกที่ค่อนข้างแน่นอน ซึ่งหากในกรณีที่รู้ตั้งแต่แรกว่าแขกเยอะเกินกว่าห้องจัดเลี้ยงจะรับรองแขกได้ ก็ต้องเปลี่ยนสถานที่นะจ๊ะ

– หากเลือกการจัดเลี้ยงแบบนี้ บ่าวสาวต้องทำใจไว้ก่อนเลยว่าอาจจะปวดหัวกับการจัดผังที่นั่ง เช่น แขกกลุ่มนี้มี 12 คน แล้วอีก 2 คนที่เกินมาจะไปนั่งรวมกับใครล่ะ? นี่แหละค่ะความปวดหัวที่ว่า เพราะจะต้องหาโต๊ะที่ดีที่แขก 2 ท่านนี้จะสามารถไปนั่งรวมอยู่ได้

  • บุฟเฟ่ต์

– มีเมนูอาหารให้เลือกเยอะและหลากหลาย เพราะฉะนั้นแขกจะสามารถเลือกทานได้ตามชอบ

– แขกมีที่นั่งทุกท่าน แต่แขกผู้ใหญ่บางท่านอาจไม่สะดวกลุกไปตักอาหารเอง เพราะฉะนั้นบางโรงแรมอาจมีบริการเสิร์ฟเฉพาะโต๊ะที่มีแขกผู้ใหญ่ บ่าวสาวจึงต้องนับและจัดผังที่นั่งของแขกให้เหมาะสมนะคะ เพื่อให้ง่ายต่อการเสิร์ฟและการลุกไปตักอาหารของแขกด้วย

จัดเลี้ยงงานแต่ง

  • ค็อกเทล

– เป็นรูปแบบการจัดเลี้ยงที่ได้รับความนิยมจากบ่าวสาวมากที่สุด เพราะรองรับปริมาณแขกได้เยอะ ซึ่งหากจัดเลี้ยงแบบนี้บ่าวสาวอาจต้องจัดเตรียมที่นั่งไว้สำหรับแขกวีไอพีหรือแขกผู้ใหญ่ด้วย เพราะให้ท่านยืนรอนานๆ หรือยืนไปตลอดจนจบพิธีคงไม่ดีแน่นอน

– การจัดเลี้ยงแบบนี้มีเมนูอาหารให้เลือกมากมาย แถมบ่าวสาวยังสามารถจัดหาซุ้มอาหารที่ชอบมาเพิ่มได้ด้วย ซึ่งถ้าบ่าวสาวหาซุ้มอาหารมาเพิ่มก็อย่าลืมแจ้งเวดดิ้งแพลนเนอร์ และทางโรงแรมด้วยนะคะ เพื่อที่แพลนเนอร์และโรงแรมจะได้จัดที่ทางไว้ได้อย่างเหมาะสม

– ทั้งการจัดเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์และค็อกเทล ส่วนใหญ่ทางโรงแรมจะเผื่ออาหารให้ลูกค้าประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ซึ่งถ้าแขกมาเกินจากจำนวนที่ตั้งไว้ไม่เยอะเท่าไหร่ ก็รับรองเลยว่าอาหารพอแน่นอน

– สำหรับซุ้มอาหาร ถ้าเป็นงานกลางวันแนะนำให้คำนวณปริมาณโดยนับแขก 1 ท่านต่อ 3 เสิร์ฟ เช่น แขก 300 ท่าน ตักอาหาร 3 อย่าง เท่ากับ 900 เสิร์ฟ บ่าวสาวอาจจะสั่งอาหาร 3 ซุ้ม ซุ้มละ 300 เสิร์ฟ ส่วนงานกลางคืนให้นับแขก 1 ท่านต่อ 4 เสิร์ฟ เพราะเป็นมื้อดินเนอร์ที่แขกอาจจะตักอาหารมากกว่าในมื้อกลางวัน

  • ซิตดาวน์ดินเนอร์

เป็นรูปแบบการจัดเลี้ยงที่หรูหราและเป็นทางการ ซึ่งที่นั่งจะตกแต่งไว้อย่างสวยงามตามธีมงานแต่งงานของบ่าวสาว ส่วนอาหารก็จะมีความน่ารับประทานและเน้นการทำแบบสดใหม่พร้อมเสิร์ฟทันที ซึ่งงานเลี้ยงลักษณะนี้เหมาะกับงานที่มีลำดับขั้นตอนพิธีการต่างๆ ที่อยากให้แขกได้มีส่วนร่วมกับเจ้าภาพตลอดทั้งงาน เพราะแขกไม่ต้องเดินไปตักอาหารเองจึงทำให้ภาพรวมของงานดูเป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นงานที่เหมาะกับจำนวนแขกที่ไม่เกิน 600 ท่าน เพราะอาจมีข้อจำกัดในเรื่องของ Menu Choice รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงสำหรับการจัดเลี้ยงในรูปแบบดังกล่าว

  • อาฟเตอร์ปาร์ตี้

ปัจจุบันงานแต่งเกือบทุกงานมักจะจบด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้เสมอ ซึ่งสิ่งที่บ่าวสาวควรคำนึงมีดังต่อไปนี้

– หากจัดปาร์ตี้ริมสระน้ำ สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดก็คือ แขกเมาแล้วตกน้ำ!! หรือแม้กระทั่งเศษอาหารหรือสิ่งไม่พึงประสงค์ต่างๆ ที่อาจจะเทกระจาดลงไปในสระน้ำได้ ซึ่งบอกเลยนะคะว่าค่าทำความสะอาดสระน้ำของโรงแรมนั้นสูงใช่เล่น หรือแม้กระทั่งการทะเลาะวิวาทที่เกิดจากความมึนเมา จนอาจทำข้าวของจานชามแตกหักเสียหายได้

– บ่าวสาวสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ได้โดยการคาดคะเนจากจำนวนแขกที่เชิญมางานเลี้ยงในช่วงเย็น ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วแขกประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนที่เชิญมาจะอยู่ร่วมงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ ซึ่งจำนวนก็ขึ้นอยู่กับว่างานของบ่าวสาวมีจำนวนแขกผู้ใหญ่มากน้อยแค่ไหนด้วย เพราะแขกผู้ใหญ่เมื่องานพิธีจบก็มักจะเดินทางกลับเลย ซึ่งงานนี้อาจจะต้องคะเนกันให้ดีหน่อยนะคะ เพราะจะได้นำไปคำนวณราคาแอลกอฮอล์ได้ถูก

– ระหว่างงานเลี้ยงตอนเย็น หากบ่าวสาวเห็นว่าแขกมาเกินจากที่ตั้งไว้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ควรรีบแจ้งกับทางโรงแรมเพื่อให้ทางโรงแรมจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไว้ให้เพียงพอต่อแขกที่เกินมา ซึ่งการสั่งอาหารเพิ่มก็ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่บ่าวสาวต้องจ่ายเพิ่มด้วยเช่นกัน ซึ่งโดยมากแล้วราคาจะขึ้นอยู่กับเมนูที่สั่ง หรือถ้าอยากลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็อาจจะเลือกสั่งเป็นของกินเล่นเพิ่มเป็นเซตก็น่าจะดีกว่า

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม
โต๊ะจีน vs. ซิทดาวน์ดินเนอร์ จัดเลี้ยงงานแต่งแบบไหนแขกปลื้มไม่โดนเม้า

ภาพ www.insideweddings.com, pinterest

Recommended

เวดดิ้งแพลนเนอร์

จำเป็นไหมที่ต้องจ้าง เวดดิ้งแพลนเนอร์ ? คำถามคาใจของบ่าวสาวมือใหม่หลายคน

เวดดิ้งแพลเนอร์ บุคคลในงานแต่งที่บ่าวสาวหลายคู่ยังสับสนว่าหน้าที่ที่แท้จริงคืออะไร แล้วจำเป็นต้องมีหรือไม่ในงานเรา มาค่ะ...เราพร้อมเฉลยแล้ว

ทิปส์ ออกกำลังกาย ฟิตหุ่นเจ้าสาวให้ปังเป๊ะฉบับ เมจิ อโณมา ไอดอลฟิตเนสตัวจริง!

ออกกำลังกาย ยังไงให้ถูกต้อง? กินยังไงให้หุ่นดี? แพรวเวดดิ้ง หาคำตอบมาให้จากกูรูสาวสายฟิตเนสสุดสตรองเจ้าของยอดฟอลโลว์กว่าสามแสนคน!

งานแต่งงาน

4 ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หากคิดจัดงานแต่งงานในช่วงวันหยุดยาว

สำหรับคู่รักที่ตกลงปลงใจจะเข้าสู่ประตูวิวาห์กันแล้ว และกำลังเริ่มวางแผนจัด งานแต่งงาน กันอยู่ หนึ่งในขั้นตอนแรกๆที่สำคัญมากนั่นก็คือ การกำหนดวันแต่งงาน

ดอกไม้บนโต๊ะอาหาร

9 ไอเดียจัด ดอกไม้บนโต๊ะอาหาร จัดแบบไหนให้เข้ากับธีมงานแต่ง

การตกแต่งบนโต๊ะอาหารนอกจากจะสวยแล้ว ยังทำให้แขกเพลิดเพลินระหว่างมื้ออาหารด้วย ดอกไม้บนโต๊ะอาหาร จึงช่วยเพิ่มบรรยากาศที่สดชื่นให้กับงานแต่งได้