คำถามชวนปวดหัวจะจัดงานแต่งงานรอบสองเลี่ยงไม่ได้ ควรเตรียมตัวอย่างไรดี

เมื่อพูดถึงงานแต่งงาน บ่าวสาวก็หมายมั่นอยากจะให้เป็นงานสำคัญครั้งเดียวในชีวิต แต่ชีวิตมันก็ไม่แน่ไม่นอนจริงไหมคะ เพราะบางครั้งโชคชะตาก็เล่นตลกให้เราต้องแต่งงานอีกครั้งก็ได้ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมา เชื่อว่าหลายคนก็จะมีคำถามที่ว่า แต่งงานรอบสอง จะต้องเตรียมตัวยังไงดี แน่ๆ แถมยังเลี่ยงไม่แต่งไม่ได้ซะด้วย แถมยังมีคำถามตามมาอีกเป็นกระบุงโกยว่า จะสร้างความแตกต่างยังไง? หรือแม้กระทั้งควรวางตัวอย่างไรดี? อ่ะ เอาเป็นว่า แพรว wedding มีคำตอบมาฝากค่ะ รับรองว่าตอบคำถามทั้งหมดทั้งมวลที่หลายคนสงสัยและติดค้างในใจได้แน่นอน

 

1. ระยะเวลาในการจัดงาน ห่างกันมากแค่ไหน

แน่นอนการจัดการแต่งอย่างใหญ่โต มีการเชิญแขกหลายคน ก็เป็นเหมือนการรบกวนแขกให้มางานเรา (อีกรอบ) ยิ่งถือซองเงินมาหนักๆ นี่ยิ่งควรเกรงใจค่ะ เพราะโดยปกติแล้วการแต่งงานควรจัดครั้งเดียว แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ต้องดูระยะเวลาว่าจัดรอบสองห่างกับรอบแรกมากแค่ไหน ถ้าต่ำกว่า 5 ปี แนะนำให้จัดเป็นงานเล็กๆ จะดีกว่า เพื่อไม่รบกวนแขกให้มางานของเราเร็วเกินไป หรือจะเลือกไม่รับซองไปเลยก็ได้นะคะ

 

2. รายชื่อแขกที่จะเชิญ

อันนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบ่าวสาวเลยค่ะ ว่าอยากจะเชิญใคร ถ้าอยากจะจัดจริงๆ แล้วลังเลว่าเชิญใครมาดี แขกเก่าๆ ญาติ หรือใครก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าสาเหตุที่ต้องจัดงานแต่งงานครั้งที่สองก็อาจจะมีด้วยหลายเหตุผล ไม่ว่าจะแยกทางกับรักเก่าเพราะไปต่อไม่ได้ หรือคู่รักเสียชีวิต ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังก็อาจจะสามารถเชิญญาติของคู่รักมาได้ แต่ถ้าเป็นข้อแรกที่ดูแล้วอาจจะลำบากใจทั้งคนเชิญและคนมาแล้วล่ะก็ เราว่าก็อาจจะแค่บอกกล่าวกันเพื่อเป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายว่าเรายังเคารพและนึกถึงเขาอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสียนะคะ

3. วางตัวอย่างไรให้เหมาะสมภายในงาน

ต้องบอกเลยว่า ถ้าตัดสินใจจัดงานแต่งรอบสองแล้ว ก็ทำตัวให้เป็นปกติค่ะ เชิญแขกมา จัดงานให้ดี อย่าสนใจว่าจะมีฟีดแบคออกมายังไง หรือคนจะมองเราในแง่ลบไหมที่แต่งงานบ่อยๆ ปล่อยไปค่ะ เพราะเราไม่สามารถจะทำให้ทุกๆ คนเข้าใจตรงกับเราได้ ขอแค่มีความสุขอยู่กับสิ่งที่อยู่ข้างหน้าก็พอแล้วเนอะ

4. ศึกษาเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนา

ควรศึกษาก่อนนะคะ ว่าแต่ละศาสนามีข้อห้ามเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานรอบสองหรือไม่ เช่น ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก สามารถจัดงานแต่งในโบสถ์ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพราะบ่าวสาวจะได้รับศีลสมรส ซึ่งเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ห้ามหย่าร้าง แต่ถ้าหย่าร้างก็ห้ามจัดงานแต่งในโบสถ์อีก เพราะคนที่แต่งไปนั้นเป็นเสมือนบุคคลที่พระเจ้าคัดสรรมาให้แล้วนั่นเองค่ะ

 

5. ควรวางตัวกับครอบครัวแฟนใหม่อย่างไรดี

น่าจะเป็นปัญหาใหญ่อยู่พอสมควรสำหรับบ่าวสาวที่จะแต่งงานรอบสอง ที่อาจจะทำไม่รู้ว่าควรจะวางตัวกับพ่อแม่ หรือญาติๆ แฟนใหม่อย่างไรดี คำตอบคือ ทำคะแนนดีๆ ไปเลยค่ะ เพราะเราเดาความคิดใครไม่ได้เลย ว่าเขาจะมองเราอย่างไร จะต้อนรับเราไหม ดังนั้นควรใช้ความดีและการวางตัวดีเข้าสู้ค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วการแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนไม่ดี เพียงแต่ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการที่ทำให้ต้องแยกทางกัน เพราะฉะนั้นเราต้องแสดงให้เขาเห็นค่ะ ว่าเราพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ แล้วนับหนึ่งใหม่แบบเพอร์เฟ็กต์ ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้ รับรองว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะรักกันแบบไร้อุปสรรคใดๆ มาขวางกั้นการแต่งงานครั้งนี้แน่นอนค่ะ

อ่านจบครบ 5 ข้อแล้ว ก็ลองวางแผนกันดีๆ นะจ๊ะบ่าวสาว ว่าจะเตรียมตัวจัดงานแต่งกันอย่างไร ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงการจัดงานแต่งธีมเดิม หรือมีดีเทลแบบเดิมๆ เพราะถึงแม้การตัดสินใจของบ่าวสาวจะลงเอยด้วยดีแล้ว แต่ก็ยังเป็นเรื่องเซนซิทีฟต่อจิตใจอยู่ดีนะจ๊ะ กันไว้ดีก่อนจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดคำถามตามมาว่า “ยังลืมคนเก่าไม่ได้เหรอ” และที่สำคัญปล่อยอดีตให้ผ่านไปแล้วทำปัจจุบันให้ดีก็พอค่ะ

Read More : คิดสักนิดก่อนแต่งงานกับพ่อแม่เรือพ่วง

ภาพจาก : Pinterest.com

Recommended

เทรนด์ดอกไม้งานแต่งงาน

เทรนด์ดอกไม้งานแต่งงาน จาก Heartist The Wedding นักจัดดอกไม้มืออาชีพ

คุณฮาท - จามร พิลาศจิตร ผู้ก่อตั้ง Heartist The Wedding จะมาบอกเล่า เทรนด์ดอกไม้งานแต่งงาน และทิปส์เพื่อให้ได้งานดอกไม้ที่สมบูรณ์แบบ

เล็บเจ้าสาว

เล็บเจ้าสาว เรียบๆ หลีกไป! เทรนด์เล็บเจ้าสาวเมทัลลิคสะท้อนแสงกำลังอิน!

เทรนด์ใหม่จาก Bridal Spring 2019 บอกแล้วว่า เล็บเจ้าสาว สไตล์เมทัลลิค กำลังอิน! เราไม่รอช้า รีบรวมแบบเล็บเมทัลลิคเก๋ๆมาให้เจ้าสาวส่องกันด่วนๆ คลิกเลย

รวมของเด็ด! ทรีทเม้น ผิวเจ้าสาว EP. 2: รูปหน้าสวยด้วยโบท็อกซ์และฟิลเลอร์

อีกหนึ่ง ทรีทเม้น ยอดฮิต มาดูกันว่าคุณหมอผู้เชี่ยวชาญมีเคล็ดลับยังไงให้การสร้างรูปหน้าดูสวยธรรมชาติไม่หลอกตา แถมให้ผลลัพธ์ยาวนานที่สุด

วันแต่งงาน

ดอกไม้ 12 เดือน เพื่อสร้างความสวยงามในวันแต่งงานของบ่าวสาว

ใครจะรู้ว่าจะได้ฤกษ์ดีจัดงานแต่งงานในเดือนไหน และในเดือนนั้นจะมีดอกไม้ที่ฝันวางขายในท้องตลาดอยู่หรือเปล่า ซึ่งถ้าเป็นดอกไม้นอกฤดูกาลก็เตรียมตัวไว้เลยว่าดอกไม้ที่ว่าจะแพงเว่อร์ ถ้าอย่างนั้นทำไมในวันแต่งงานไม่เลือกดอกไม้ตามฤดูกาลละคะ