6 ข้อเตือนใจว่าที่บ่าวสาวถึงสิ่งที่ควรใส่ใจกับรายละเอียดในงานแต่ง

บางครั้งด้วยความวุ่นวายจากอะไรหลายๆ อย่างก็อาจจะทำให้ว่าที่บ่าวสาวหลงลืมนู่นนี่ใน งานแต่ง หรือลืมให้ความสำคัญกับบางอย่าง หรือลืมว่าควรทำ- ไม่ควรทำสิ่งใดบ้างที่เกี่ยวกับ งานแต่งงาน ของคุณ แพรว wedding เลยจัดมาให้กับ 6 ข้อเตือนใจที่ว่าที่บ่าวสาวควรใส่ใจกับรายละเอียดต่างๆ ใน งานแต่ง ที่เรานำมาฝาก จะได้ไม่พลาดช็อตสำคัญสำหรับวันสำคัญที่กำลังจะมาถึง

1. แขกที่เชิญมางานปาร์ตี้สละโสด จะเป็นแขกที่บ่าวสาวต้องเชิญไปงานแต่งโดยปริยาย

หากว่าที่บ่าวสาวจัดงานปาร์ตี้สละโสด เราขอแนะนำให้คุณเลือกเชิญเฉพาะแขกที่คุณอยากจะให้พวกเขาไปร่วมงานแต่งงานของคุณ เพราะแขกที่คุณเชิญให้มาร่วมงานปาร์ตี้นั้น จะเป็นแขกชุดเดียวกับที่คุณจะเชิญพวกเขาให้มาร่วมงานแต่งงานของคุณไปโดยปริยาย เพราะฉะนั้นแขกที่บ่าวสาวจะเชิญมาร่วมงานปาร์ตี้จะต้องเป็นแขกที่บ่าวสาวตั้งใจจะเชิญพวกเขามาร่วมงานแต่งด้วยจริงๆ ซึ่งส่วนมากแล้วปาร์ตี้สละโสดมักจะมีแต่เพื่อนสนิท หรือแก๊งเพื่อนที่คุณวางตัวไว้ว่าจะให้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่นแหละค่ะ เพราะคงไม่ดีแน่หากแขกที่คุณเชิญมาร่วมงานปาร์ตี้ กลับไม่ได้รับเชิญให้ไปร่วมในงานแต่งงานของคุณ เพราะเขาคงจะเสียใจและเสียความรู้สึกไม่น้อยเลยนะคะ

2. หลีกเลี่ยงการเชิญแขกผ่านทางข้อความหรือโซเชียลมีเดีย

ถ้าเป็นไปได้บ่าวสาวไม่ควรจะเชิญแขกให้มาร่วมงานแต่งงานของคุณผ่านทางข้อความหรือทางโซเชียลมีเดีย แต่ควรจะแสดงความจริงใจว่าคุณอยากให้เขามาร่วมงานแต่งงานของคุณจริงๆ ด้วยการส่งการ์ดเชิญไปให้อย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นการเอาไปให้ด้วยตัวเอง ส่งไปรษณีย์ หรือฝากคนใกล้ชิดหรือคนรู้จัก ก็ล้วนเป็นการแสดงความจริงใจที่อยากให้พวกเขามางานได้ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะแขกที่เป็นแขกผู้ใหญ่ที่ว่าที่บ่าวสาวควรจะไปเรียนเชิญและมอบการ์ดแต่งงานให้ด้วยตัวเอง แต่งานนี้เราไม่ได้ห้ามให้ชักชวนผ่านทางโซเชียลนะจ๊ะ ชวนได้แต่ก็อย่าลืมส่งการ์ดเชิญไปให้อย่างเป็นทางการด้วยก็แค่นั้นเอง

3. หากเผลอบอกใคร หรือบังเอิญมีคนรู้เรื่องคุณจะแต่งงาน ก็ถือโอกาสชวนเขาไปเลย

ถ้าหากว่าที่บ่าวสาวบอกใครสักคนถึงวันแต่งงาน หรือคนๆ นั้นดันทราบวันที่คุณจะแต่งงานโดยบังเอิญ ก็อย่าลืมเชิญพวกเขาไปร่วมงานแต่งงานตามมารยาทด้วยนะคะ ถึงแม้ว่าเขาคนนั้นจะบอกคุณแล้วก็ตามว่าเขา (อาจจะ) ไม่สะดวกที่จะไปร่วมงานแต่งของคุณก็ตาม ซึ่งว่าที่บ่าวสาวอาจจะเลือกเชิญแขกกลุ่มนี้ด้วยปากเปล่าเพียงอย่างเดียวก็ได้ หรือจะส่งการ์ดเชิญตามหลังไปให้ก็แล้วแต่ความสะดวกของว่าที่บ่าวสาวเลยค่า

งานแต่ง

4. หากแขกที่เชิญมามีคู่ อย่าลืมเพิ่มชื่อคู่ของเขาไปด้วย

หากแขกที่บ่าวสาวเชิญมีคู่รักหรือเป็นคู่สามีภรรยา นอกจากที่จะเขียนชื่อของแขกที่บ่าวสาวตั้งใจจะเชิญแล้ว อย่าลืมเขียนชื่อคนรักหรือสามี/ ภรรยาของแขกคนนั้นด้วย ซึ่งถ้าหากทราบชื่อก็ควรจะเขียนชื่อไปเลย แต่ถ้าหากไม่ทราบชื่อก็อาจจะเขียนเป็น …..+สามี/ ภรรยา/ ครอบครัว/ แฟน เป็นต้น เพื่อที่เขาจะได้ไม่ลังเลว่างานนี้ได้รับเชิญคนเดียว หรือไปเป็นคู่ได้กันแน่

5. อย่าลืมให้ความสำคัญกับวงดนตรี

แน่นอนว่าภายในงานต้องมีเสียงเพลงคอยขับกล่อมบรรเลงให้บรรยากาศภายในงานมีสีสัน ซึ่งถ้าหากบ่าวสาวเลือกใช้บริการวงดนตรีสด ไม่ว่าจะเป็นในช่วงฉลองมงคลสมรสหรือช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ก็ตาม แน่นอนว่าวงดนตรีวงนั้นจะต้องอยู่กับบ่าวสาวไปจนเสร็จสิ้นพิธีการหรือจนจบงานเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นในช่วงพักเบรกหรือหลังเสร็จงานแล้ว ว่าที่บ่าวสาวอย่าลืมใส่ใจพวกเขาด้วยการให้เวดดิ้งแพลนเนอร์ หรือทางสถานที่จัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไว้ให้กับวงดนตรีของคุณด้วยนะคะ เพราะกว่าดนตรีจะเลิกเล่นถึงตอนนั้นซุ้มอาหารหรือซุ้มค็อกเทลต่างๆ ก็คงจะโดนกวาดเกลี้ยงไปหมดแล้ว!!

6. ส่งการ์ดขอบคุณให้กับแขกที่มอบของขวัญให้คุณ

หากมีแขกท่านใดที่มอบของขวัญสุดพิเศษให้กับบ่าวสาวในวันแต่งงานนอกเหนือจากซองแต่งงานแล้วล่ะก็ อย่าลืมแสดงน้ำใจเพื่อเป็นการขอบคุณพวกเขาด้วยการส่งการ์ดที่คุณทั้งคู่เขียนข้อความขอบคุณเอาไว้ด้วยตัวเองอย่างสุดซึ้ง และจัดส่งไปให้ถึงมือของผู้ที่ให้ของขวัญแก่คุณทั้งคู่ด้วยนะคะ

Read More : ว่าที่เจ้าบ่าวช่วยได้! กับ 6 เรื่องการเตรียมงานแต่งที่คุณผู้ชายควรออกหน้า

CR. taylor-dawn.com

Recommended

หลีเป๊ะ

หลีเป๊ะ เกาะรักในฝัน สวรรค์อันดามันของคู่รักนักท่องเที่ยว

“เกาะหลีเป๊ะ”จังหวัดสตูล หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่จะเปลี่ยนฤดูร้อนดั่งไฟให้กลายเป็นฤดูรักชุ่มช่ำ

มารยาทโต๊ะจีน

ทำตัวแบบนี้ไม่โดนนินทากับ 7 มารยาทในการนั่งร่วมกินโต๊ะจีนกับคนแปลกหน้าในงานแต่ง

แพรวเวดดิ้งเชื่อล้านเปอร์เซ็นต์เลยว่า ใครก็ตามที่เคยมีประสบการณ์เป็นแขกในงานแต่งงานที่เลี้ยงแบบโต๊ะจีนต้องเคยเกิดอาการวางตัวไม่ถูกเมื่อต้องนั่งร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า และปัญหาสำคัญใหญ่บิ๊กก็คือ ใครจะเริ่มตักก่อนเบิ้ลได้ไหม และต้องคุยอะไรไหม วันนี้เราก็เลยทำสรุปมาให้ว่า มารยาทโต๊ะจีน ที่ควรปฏิบัติเมื่อนั่งกินกับคนแปลกหน้ามีอะไรบ้าง  1. กำลังจะนั่งก็ถามสักหน่อย การเลี้ยงแบบโต๊ะจีนจะไม่ได้มีระบุที่นั่งชัดเจนแบบงานเลี้ยงซิตดาวน์ดินเนอร์ แต่ส่วนใหญ่เจ้าภาพจะใช้วิธีจัดโต๊ะตามกลุ่มความสัมพันธ่น กลุ่มที่ทำงาน เพื่อนมหาวิทยาลัย แต่ในกรณีที่คุณไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้นๆ และต้องนั่งกับโต๊ะแขกทั่วไป หากเป็นโต๊ะโล่งๆ ก็สบายไปเพราะคุณคือคนแรกที่ได้เลือกที่นั่งที่ชอบ แต่ถ้าคุณต้องไปแจมกับโต๊ะอื่นเมื่อไหร่ ถามคนที่นั่งก่อนสักหน่อยว่า ที่ว่างบนโต๊ะมีคนนั่งหรือยัง ไม่ใช่เห็นว่าเห็นว่างก็นั่งพรวดลงไป แม้คุณจะคิดว่าก็ไม่ได้ระบุนี่นาทำไมจะนั่งไม่ได้ แต่ก็ควรเช็คนะคะว่า คนที่นั่งก่อนมากับใคร มากี่คน จริงไหม 2. กั๊กที่ได้แต่ก็ต้องปล่อยที่ได้ เคยมีใช่ไหมละค่ะที่คุณทำการจองที่นั่งไว้ให้กับเพื่อนหรือคนที่นัดแนะว่าจะมาร่วมโต๊ะด้วย ซึ่งในช่วงแรกๆ ที่แขกยังมาไม่เยอะ คุณอาจพูดบอกกับแขกที่มาสอบถามหาที่นั่งว่างได้อยู่ แต่ถ้าในกรณีที่โต๊ะแทบจะเต็มอยู่แล้วทุกโต๊ะ คนที่นัดแนะว่าจะมานั่งด้วยยังไม่มา คุณก็ควรมีมารยาทในการปล่อยที่นั่งนั้นให้คนอื่นได้นั่งนะคะ ยิ่งถ้างานกำลังจะเริ่ม แล้วคนที่ว่ายังไม่มา อย่าไปกั๊กเลยค่ะ สงสารแขกท่านอื่นเนอะ 3. ใครเปิดก่อนดี เวลาที่อาหารลงวางบนกลางโต๊ะ สิ่งที่เจอกันแทบทั้งนั้นคือ อาการลังเลหรือเรียกอีกอย่างว่าดูเชิงจะเกิดขึ้นทันทีประมาณคนไหนบนโต๊ะจะเริ่มต้นตักอาหารก่อนนะ วิธีง่ายๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นมารยาทที่ควรทำคือ ลองสังเกตดูว่ามีผู้อาวุโสอยู่ร่วมโต๊ะหรือเปล่า ซึ่งแม้คุณจะไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ก็ควรเชื้อเชิญบอกกล่าวแขกผู้อาวุโสท่านนั้นให้ทานก่อน เพราะเป็นมารยาทที่ผู้อ่อนวัยกว่าพึงกระทำ แต่ในกรณีที่ดูๆ แล้วน่าจะเป็นคนวัยเดียวกัน คุณจะเปิดก่อนก็ไม่ผิด แต่อย่าลืมหันไปชวนคนร่วมโต๊ะทานสักนิดนะคะ 4. […]

วันแต่งงาน

5 พฤติกรรมที่บ่าวสาวไม่ควรทำต้องลดละเลิก 1 สัปดาห์ก่อนวันแต่งงาน

ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวหลายคนที่กำลังนับถอยหลังสู่วันสำคัญที่ใกล้เข้ามาทุกทีกรุณาเข้ามามุงด่วนค่ะ เพราะว่ารักและเป็นห่วงสาวๆของเราทุกคน ก็ วันแต่งงาน ที่สาวๆรอคอยน่ะสำคัญกับเราเหมือนกันนี่คะ วันนี้ แพรว wedding จึงลิสต์ 5 พฤติกรรมเสี่ยงทำร่างและอารมณ์พังมาฝากกันไว้ก่อน เอาเป็นว่านับถอยหลังเจ็ดวันสุดท้ายเมื่อไร จงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ให้ไกลเลยนะคะสาวๆ 😉   ไม่หลับไม่นอน การนอนคือสิ่งสำคัญที่เจ้าสาวควรทำก่อนงานแต่งงาน การนอนมีความสำคัญและประโยชน์ในการช่วยลดน้ำหนัก อารมณ์ และความทรงจำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับงานแต่งงาน อย่าอดหลับอดนอนจนรอยคล้ำใต้ตามาเยือนในวันสำคัญเลยนะคะ ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เราเข้าใจว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเจ้าสาวหลายคนสำหรับการลดน้ำหนักเพื่อความสวยงามในวันแต่งงาน แต่เป็นเรื่องยากที่จะลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วก่อนงานแต่งงาน เพราะนอกจากเป็นไปไม่ได้แล้วและยังเพิ่มความเครียดอีกด้วย ดังนั้นแทนที่จะมารีบลดน้ำหนักก่อนงานแต่งงาน ควรเริ่มหลังจากการหมั้นหรือเริ่มการเตรียมงานแต่งงานโดยการจัดตารางลดน้ำหนักและควบคุมอาหารที่จะได้ผลสำหรับตัวเองดีกว่านะคะ ลืมบำรุงผิวพรรณ การบำรุงรักษาหน้าและผิวควรทำก่อนล่วงหน้างานแต่งงานอย่างน้อยสัก 1-2 สัปดาห์เพื่อหลีกเลี่ยงรอยกระดำกระด่างหรือรองแดงของผิวในวันงานแต่งงาน เตรียมไว้แต่เนิ่นๆดีกว่าแน่นอนค่ะ ทำสีผมใหม่ ถ้าต้องการเปลี่ยนสีผมควรทำก่อนงานแต่งงานสักเดือนสองเดือนเป็นอย่างน้อยนะคะ เพราะคุณเองจะได้มีเวลาแก้ไขก่อนงานแต่งงานถ้าเกิดเปลี่ยนใจไม่ชอบหรือดูไม่ใช่ขึ้นมา คุณเองก็จะได้กลับตัวทันสำหรับการเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในวันที่สำคัญที่สุด ดื่มมากเกินไป การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่แค่ทำให้ท้องอืด แต่ทำให้ผิวแห้งด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เจ้าสาวดูซีดและแห้งไม่สดใสสวยงามสำหรับการเป็นเจ้าสาวในงานสำคัญ ดังนั้นถ้าหากอยากดื่มจริงๆ ควรรอดื่มในงานเลี้ยงงานแต่งงานไปเลยจะดีกว่า อดใจไว้หน่อยนะคะสาวๆ ดูเรื่องราวเกี่ยวกับความสวยความงามและสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย! Cr : shefinds.com, studiodizon.com

ผิวขาว

เจ้าสาวคนไหนอยากมี ผิวขาว เชิญทางนี้ เรามีเคล็ดลับดีๆมาบอก

เจ้าสาวหลายคนอยากมี ผิวขาว ออร่าในวันงาน เราก็ต้องเตรียมตัวกันแต่เนิ่นๆ เพราะของอย่างนี้ไม่ใช่วันสองวันจะขาวปิ๊ง ดังใจ แพรว wedding มีเคล็ดลับมาบอก