เทคนิคการจองคิวช่างหน้าช่างผมระดับตัวท็อปมาไว้ในงานแต่ง

ว่าที่เจ้าคนไหนที่กำลังวางแผนแต่งงาน หลายคนอาจจะมี ช่างหน้าช่างผม อยู่ในใจกันแล้ว แต่จะทำยังไงถึงจะได้เหล่าตัวท็อปมาเสกความงามเนรมิตความสวยให้ได้กันล่ะ เพราะช่างระดับคิวทองเหล่านี้อาจจะมีงานที่รับไปจนถึงปลายปีหน้าแล้วก็ได้ อย่าเพิ่งเสียอกเสียใจและอย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะ แพรว wedding มีเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณว่าที่เจ้าสาวนั้นได้ช่างในดวงใจมาไว้ที่งานแต่ง

เช็คตัวเองรอบด้าน

ก่อนที่เจ้าสาวจะยกหูโทรจองคิวช่างแต่งหน้าและช่างทำผม คุณจะต้องเช็คความต้องการและข้อจำกัดของตัวเองซะก่อน โดยเราขอแนะนำให้ทำการบ้านสำรวจตัวเองให้แน่ใจ 100 % ดังนี้

  1. เช็คสไตล์หน้าผมที่คุณชื่นชอบ จะสายแบ๊ว สายหวาน หรือสายเปรี้ยวเผ็ช แต่ถ้านึกไม่ออกก็ลองหาเรฟเฟอร์เรนซ์ได้ใน Real Wedding 
  2. สรุปวันจัดงานแต่งงานให้เป๊ะ จะ 100% หรือหย่อนๆ แค่ 98% ก็ได้ แต่คุณเจ้าสาวต้องกำหนดวันแต่งงานให้ชัวร์ก่อนแล้ว เพื่อจะได้ระบุวันกับช่างหน้าผมได้แบบไม่ลังเล ประมาณว่าถามปุ๊บตอบได้ปั๊บแบบทันใจ เพื่อที่ช่างจะได้มั่นใจว่าจะไม่โดนคุณเท และอีกเรื่องสำคัญคือจัดที่ต่างจังหวัดหรือกรุงเทพฯ เพราะเรื่องสถานที่ก็มีผลต่อราคาด้วยเหมือนกันนะคะ
  3. หาช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ที่รู้สึกชื่นชอบผลงานเป็นพิเศษถึงขั้นติดตามอินสตาแกรมและกดเข้าไปดูเป็นว่าเล่น ประมาณว่าช่างคนนี้แหละที่เกิดมาเพื่อฉัน ซึ่งระหว่างทางเจ้าสาวอาจจะเจอช่างคนใหม่ที่ถูกใจเพิ่มมาอีกหนึ่งคนก็ได้ เพราะฉะนั้นก็ลองจัดลำดับความเลิฟและความอยากได้เผื่อไว้สำหรับเป็นตัวสำรอง เผื่อว่าช่างคิวทองคนแรกที่เล็งไว้ไม่ว่าง ก็ยังมีช่างอีกคนที่เรารู้สึกไว้ใจ
  4. ตั้งงบประมาณค่าหน้าผมไว้เท่าไหร่ เรื่องนี้ถึงเราไม่บอกคุณเจ้าสาวก็น่าจะรู้กันดี ว่าช่างระดับตัวท็อปหน่ะถ้างบไม่ถึงก็ต้องทำใจ และช่างแต่งหน้าทำผมระดับนี้จะคิดราคาแยกเป็นงานนะคะ เพราะฉะนั้นเริ่มสตาร์ทออมเงินกันได้เลย

เช็คช่างแต่งหน้า ช่างทำผมให้ชัวร์

หลังจากรู้ความต้องการและความสามารถในการจ่ายเงินของตัวเองแล้ว สิ่งต่อมาที่คุณว่าที่ต้องทำก็คือ เช็คช่างแต่งหน้าซึ่งข้อมูลทั้งหมดสามารถหาได้จากอินเตอร์เน็ต

  1. เช็คเอกลักษณ์ของช่างแต่งหน้าที่คุณจัดลิสต์ไว้ในใจว่าตรงกับจริตและสไตล์ที่คุณชื่นชอบหรือเปล่า อย่างบางคนเน้นที่การปรับรูปหน้า หรือบางคนเน้นน้อยแต่มาก หรือแต่งบางๆ แบบเผยผิว
  2. ราคาค่าตัวของช่างที่คุณปิ๊งในฝีมือ ว่ามีราคาแรงแค่ไหน และคุณต้องมั่นใจนะว่าราคาที่ได้มาเป็นราคาอัพเดตล่าสุด ไม่ใช่ราคาสมัยพระเจ้าเหายังไม่เกิด และลองดูว่างานเช้ากับงานเย็นคิดเท่ากันหรือเปล่า หรือว่ามีโปรราคาพิเศษเหมาทั้งงานเช้างานเย็นหรือไม่ สอบถามให้ชัวร์เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองนะจ๊ะ
  3. เขาทำงานเป็นทีมแบบที่ต้องมีผู้ช่วยข้างกายหรือเปล่า ช่างบางคนอาจไม่ได้ทำงานแค่คนเดียวแต่มีคู่หูในการทำผมแต่งหน้าร่วมกัน หรือบางทีคุณอาจจะเจอว่าจ้างช่างแต่งหน้าแล้วพ่วงช่างทำผมมาด้วยก็ได้ ซึ่งตรงนี้อาจทำให้งบประมาณงอกเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นเช็กให้ชัวร์ถามให้ดีนะคะ
  4. เช็คคอมเม้นท์และรีวิวต่างๆ เกี่ยวกับเสียงลือเสียงเล่าอ้างของคุณช่างในดวงใจ ว่าเหวี่ยงประมาณไหน มาตรงเวลาที่นัดเป๊ะหรือเปล่า หรือแต่งหน้าช้าละเมียดสุดๆ เพื่อที่คุณจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะเดินหน้าโทรหาหรือพอแค่นี้ แต่ถ้าอยากเดินหน้าต่อก็อย่าลืมเผื่อเวลากันไว้ให้ก็แล้วกัน
  5. เช็คความชอบส่วนตัวของช่างในดวงใจ ดูเหมือนไม่สำคัญแต่อยากบอกว่าจะช่วยเพิ่มคะแนนจิตพิสัยของคุณได้ค่ะ เช่น ช่างคนนี้ไม่ชอบการพูดจาเยิ่นเย้อประมาณว่ายกสายปั๊บยิงข้อมูลได้ทันที แบบนี้เป็นต้น
  6. เช็คเบอร์ติดต่อ ว่าสามารถติดต่อช่างได้โดยตรงหรือว่าท็อปฮิตขนาดต้องมีผจก.แบบดารา เช็กให้ดีจะได้โทรไปหาได้ถูกคน
  7. เช็ดว่าแต่งให้เองหรือเปล่า ช่างเบอร์ใหญ่บางคนบอกราคาเสร็จปุ๊บคุณว่าที่เจ้าสาวตกลงปั๊บ แต่พอถึงวันจริงกับเจอแต่ลูกทีมไม่เจอตัวแม่ก็มีถมไป เพราะฉะนั้นเช็คให้ชัวร์ว่าราคานี้คือตัวแม่มิใช่ตัวลูก(ทีม)

เตรียมตัวก่อนยกหู

เป็นช่วงที่คุณเจ้าสาวต้องตั้งสติให้ดี เพราะต้องจับข้อมูลของตัวเองและของช่างมาชนกันเพื่อจดสรุปเป็นข้อๆ จะได้มั่นใจว่าได้ทั้งคิวและใจของช่างด้วย

  1. มั่นใจเรื่องงบประมาณ ต่อให้คุณช่างเรียกมาเท่าไหร่คุณก็ไม่ยั่น ประมาณว่าเรามันสายเปย์อยู่แล้ว
  2. มั่นใจในวันและเวลาแต่งงาน กำหนดวันและเวลานัดว่าวันไหน เวลาไหน งานเช้าหรืองานเย็น ซึ่งการกำหนดเวลาก็อย่าลืมเผื่อสำหรับช่างที่ต้องใช้เวลาแต่งหน้านานๆ หรือช่างบางคนที่ชอบสายด้วย
  3. มั่นใจในลุคเจ้าสาวที่อยากได้ อธิบายลุคที่คุณอยากได้แบบคร่าวๆ อย่าแบบ “แล้วแต่พี่เลยค่ะ” แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาดเพราะช่างอาจเกิดอาการมึนตึ๊บๆ จนอาจจะแต่งออกมาไม่ได้แบบที่คุณเจ้าสาวหวังไว้ก็ได้
  4. เผื่อใจไว้เจ็บ เป็นกรณีที่ช่างที่คุณอยากได้ คิวแน่นเต็มเอี๊ยดมากจริงๆ อย่าเสียใจนานรีบโทรหาช่างในใจลำดับที่ 2 3 4 ต่อไป สู้เขาค่ะ

ถ้าคุณเจ้าสาวทำการบ้านได้ครบ เซย์เยสไดหมดทุกเงื่อนไข ก็อย่ารอช้ารีบโทรจองคิวกันด่วนๆ อย่าชะล่าใจ เพราะในขณะที่เราคิดว่าเราเร็วแล้ว ก็ยังมีเจ้าสาวคนอื่นที่อยากได้และเร็วกว่าเราเหมือนกันนะคะ ยิ่งโทรจองไว้เนิ่นๆ นานเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้คิวมาก็มากเท่านั้น ได้ปุ๊บแจ้งรายละเอียดวันเวลาและสถานที่ให้เรียบร้อย รับรองได้ชัวร์!!

ดูไอเดียความงามและสุขภาพเพิ่มเติม คลิกเลย!

ภาพ : www.southernliving.com

Recommended

ออกกำลังกาย

ทั้ง ออกกำลังกาย ทั้ง ไดเอท ทำไมน้ำหนักไม่ลด? อาจเป็นเพราะเหตุผลเหล่านี้ก็ได้!

ว่าที่เจ้าสาวที่กำลังคร่ำเคร่งกับการ ออกกำลังกาย เพื่อเตรียมหุ่นสวยให้ทันวันวิวาห์ แต่ชั่งน้ำหนักทีไร ทำไมตัวเลขแทบไม่ขยับลง? เราทำอะไรผิดไป? มาหาคำตอบกัน

น้ำดอกกุหลาบ

น้ำดอกกุหลาบ เจ้าสาวดื่มแล้วปิ๊ง แขกในงานดื่มแล้วเลิฟ

น้ำดอกกุหลาบ สรรพคุณด้านความงามระดับตำนาน พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนมีทุ่งดอกกุหลาบอยู่ในปากเลยทีเดียว แถมอยู่ในงานแต่งงานก็สวยใสไม่อายใครอีกต่างหาก

ปัดแก้ม

เคล็ดลับ ปัดแก้ม เจ้าสาวยังไงให้สวยเป๊ะ ตามรูปหน้าของแต่ละคน

การปัดแก้มใช่ว่าจะปัดยังไงก็ได้ เพราะว่ารูปหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงต้องมีวิธีการ ปัดแก้ม แบบเฉพาะของแต่ละคน เพื่อความสวยเป๊ะ ทุกมุมมอง

6 เทคนิคเลือกประดับเจ้าสาว ให้สวยปัง ไม่ลิเก

อีกหนึ่งความกังวลของคุณเจ้าสาวก็คือเรื่อง เลือกเครื่องประดับเจ้าสาว เนี่ยละ ว่าจะเลือกยังไงไม่ให้ดูเป็นลิเก แล้วเลือกอย่างไรให้ดูเข้ากันได้ดีกับชุดที่เลือกไว้ วันนี้เราจึงจัด 6 เทคนิคมิกซ์แอนด์แมตช์เครื่องประดับให้เข้ากับชุด แล้วยังสวยหวานเป็นเจ้าหญิง ไม่เล่นใหญ่เป็นลิเก 1.เลือกเครื่องประดับจากทรง Neckline ของชุด การ เลือกเครื่องประดับเจ้าสาว ไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอ ต่างหู ตลอดจนสร้อยข้อมือ มักอิงกับเนคไลน์ของชุด ฉะนั้นสาวๆ จึงต้องมีชุดแต่งงานที่จะใส่เสียก่อนเลือกเครื่องประดับนะจ๊ะ – ไร้สาย เป็นทรงเนคไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ซึ่งเป็นแบบที่ค่อนข้างจะอวดความผ่องของผิวเจ้าสาว ดังนั้นสร้อยคอที่เลือกก็ควรช่วยเพิ่มประกายของผิวด้วยเพชรตัวเส้นหนาประมาณหนึ่ง แต่ต้องไม่ยาวเกินขอบชุด และเลือกต่างหูชิ้นเรียบๆ เพื่อป้องกันการแย่งสายตา – รูปหัวใจ อีกทรงเนคไลน์ที่อวดความเซ็กซี่ของผู้หญิง เหมาะกับทั้งสาวๆ อกเล็กและอกใหญ่ สร้อยคอที่เลือกควรเป็นจี้รูปหยดน้ำ เพื่อขับเน้นหน้าอกหน้าใจให้ดูมีเสน่ห์ ในขณะที่ต่างหูก็ควรเป็นทรงเดียวกับจี้ เพื่อความสวยงาม Total Look ให้ดูเป็นไปในทิศทางเดียวกัน – คล้องคอ ชุดแต่งงานทรงคล้องคอที่เพิ่งกลับมาได้รับความนิยม เป็นทรงที่ไม่เหมาะกับการใส่สร้อยคอ แต่เพิ่มโอกาสให้เล่นกับต่างหูระย้า และสร้อยคอมือเพชร แต่ถ้าอยากได้ความเก๋ สร้อยคอมือมุกก็สวยไม่เบาเลยทีเดียว – คอวี ชุดแต่งงานคอวี หรือทรงผ่าอกก็ต้องเหมาะกับสายสร้อยยาวๆ ที่ไม่โดดเด่นมากนัก […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : praewwedding.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4862

E-MAIL : [email protected]


สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ praewwedding.com

ศศิวิมล สีดาว [tel. 08-6998-4543]

Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4354

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.