ทิปส์จัดงานแต่งงานแบบมีเหล่าสัตว์มาร่วมสร้างสีสันในงานแต่ง

สำหรับคู่บ่าวสาวที่รักสัตว์และอยากจะ จัดงานแต่งงาน แบบมีเพื่อนซี้ขนปุยมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานแต่งงานด้วย ไม่ว่าจะนำมาถ่ายภาพด้วยกันหน้าแบ็คดร็อป หรือจะให้เจ้าสี่ขานำขบวนเข้างานไปเลย หรือบางคู่รักอาจจะอยากสร้างความประทับใจที่ไม่เหมือนใครด้วยการขี่ม้าเข้ามาในงานแต่ง หรือยกฟาร์มแกะมาไว้ในงาน หากคุณเป็นคนรักสัตว์ที่กำลังมีความคิดเหล่านี้อยู่แล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่จำนวนมากเท่าไหร่ก็ตาม มีสิ่งที่บ่าวสาวจะต้องคิดและพิจารณาให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ

และนี่คือ 7 เคล็ดลับจัดงานแต่งงานที่มีสัตว์ในงานแต่ง ที่จะช่วยให้บ่าวสาวได้วางแผนว่าต้องทำอย่างไรบ้างหากจะนำเหล่าสัตว์เลี้ยงเข้ามาร่วมในงานแต่งงานของคุณ

 

  • สถานที่แต่งงานอนุญาตให้นำสัตว์เข้าไปได้

ข้อนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่แต่งงานของบ่าวสาวล้วนๆ ว่าอนุญาตให้นำสัตว์เข้าไปในสถานที่นั้นๆ ได้หรือไม่ บางสถานที่อาจจะอนุญาตให้นำเข้ามาได้แค่บริเวณภายนอกตัวอาคาร แต่ไม่สามารถนำเข้ามาภายในโรงแรมหรือห้องบอลรูม แต่ถ้าหากบ่าวสาวดันได้สถานที่ที่เป็นใจอนุญาตให้นำสัตว์เข้าไปไดด้ ก็ไม่ใช่ว่าจะสบายได้เลยนะ เพราะยังมีสิ่งที่บ่าวสาวต้องคำนึงอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น การเคลื่อนย้ายสัตว์, เสียงร้องที่อาจจะรบกวนแขกของโรงแรมท่านอื่น, กลิ่นของสัตว์ชนิดต่างๆ, และสิ่งปฏิกูลที่เราไม่สามารถควบคุมได เพราะฉะนั้นบ่าวสาวจะต้องสอบถามเรื่องเหล่านี้กับสถานที่ให้ดีว่า การนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่ และใครจะเป็นผู้คอยดูแลสัตว์เหล่านี้

  • พื้นที่ภายในงานเพียงพอสำหรับสัตว์ด้วยหรือไม่

เรื่องนี้สำคัญมากที่บ่าวสาวจะต้องคิดให้ดี หากคุณจะให้แขกที่มางานสามารถพาสัตว์เลี้ยงของพวกเขามาได้ด้วย หรือคุณจะมีม้าแคระ ฟาร์มแกะ หรือกระต่ายตัวน้อย สิ่งที่บ่าวสาวจะต้องพิจารณาก็คือ มีพื้นที่เพียงพอที่จะรองรับพวกเขาหรือไม่ ซึ่งถ้าหากบ่าวสาวเชิญแขกเยอะ และสถานที่แต่งงานก็ค่อนข้างจำกัด ไม่กว้างขวางพอที่จะรองรับพวกสัตว์ทั้งหลาย แบบนี้ก็คงต้องตัดใจไปก่อนเนอะ

  • ผู้ดูแลสัตว์เป็นสิ่งจำเป็น

หากสัตว์ที่บ่าวสาวจะนำมาไว้ในงานแต่งไม่ใช่สัตว์เลี้ยงหรือสัตว์บ้าน แต่เป็นสัตว์ใหญ่อย่าง ม้า ม้าแคระ ลา หรือแกะ สัตว์เหล่านี้ไม่ใช่ว่าจะลงจากรถแล้วมาอยู่ในงานแต่งคุณได้เลยนะ แต่พวกเขาจะต้องมาพร้อมกับผู้ดูแลที่มีความเชี่ยวชาญด้านสัตว์นั้นๆ โดยเฉพาะ เช่น รู้อารมณ์และการควบคุมสัตว์ไม่ให้ตื่นคน เป็นต้น

หรือแม้แต่ในกรณีที่บ่าวสาวจะนำสัตว์เลี้ยงแสนรักของตัวเองมาร่วมงานแต่ง คุณเองก็ต้องจัดหาผู้ดูแลมาดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณเช่นกัน เพราะในวันนั้นไม่ใช่วันที่บ่าวสาวจะต้องมาคอยวุ่นวายดูแลหรือไล่จับเจ้าสัตว์เลี้ยงแสนซนหรอกนะ ฉะนั้นบ่าวสาวจะต้องจัดหาคนที่คุ้นชินและสัตว์เลี้ยงของคุณไว้ใจ (และบ่าวสาวก็ไว้ใจเขาด้วย) มาช่วยดูแล ไม่ว่าจะให้อาหารหรือพาไปเดินถ้าจำเป็น

  • เรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์ที่จะนำเข้ามา

สัตว์ที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง อย่างสัตว์ใหญ่ที่คุณจะนำมาใช้งานหรือโชว์นั้น บ่าวสาวจะต้องมั่นใจว่าสัตว์เหล่านั้นได้ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี และไม่ตื่นคน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นมากที่บ่าวสาวจะต้องแจ้งให้กับผู้ดูแลสัตว์ได้ทราบว่า สัตว์เหล่านั้นจะต้องมาทำอะไรในงานแต่งบ้าง เพื่อที่ผู้ดูแลจะได้ฝึกซ้อมสัตว์ของพวกเขาก่อนที่จะนำมาในงานแต่งงานของคุณ

หรือถ้าหากสัตว์เลี้ยงของของคุณไม่เป็นมิตรหรือเข้ากับบุคคลแปลกหน้าได้ยากเราขอแนะนำว่า ให้คุณปล่อยพวกเขาให้นอนเล่นอยู่ที่บ้านอย่างสบายใจ ดีกว่าจะมานั่งกังวลว่าสัตว์เลี้ยงของคุณจะเป็นอย่างไรในงาน หรือไปทำร้ายแขกหรือเปล่าเนอะ

  • แจ้งแขกที่จะมางานให้ทราบล่วงหน้า

การแจ้งให้แขกที่จะมางานแต่งงานได้ทราบล่วงหน้าเป็นสิ่งจำเป็น เพราะแขกบางคนอาจจะนำหรือไม่นำสัตว์มาร่วมในงานแต่ง หรือหากคุณจะมีการแสดงหรือมีฟาร์มสัตว์เล็กๆ ในงานก็ต้องแจ้งให้แขกได้ทราบล่วงหน้าเช่นกัน ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่บ่าวสาวอยากจะเซอร์ไพร้ซ์แขกก็ตาม เพราะหากแขกมาเจอเอาหน้างานบางทีอาจจะเซอร์ไพร้ซ์มากกว่า เพราะกลัวหรือมีความทรงจำที่ไม่ดีกับสัตว์เหล่านั้น ฉะนั้นไม่ว่าจะแจ้งทางการ์ดแต่งงาน, อีการ์ด, หรือใช้บอกให้เพื่อนหรือครอบครัวไปบอกต่อ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่บ่าวสาวห้ามลืมทำเด็ดขาดนะ

  • ครอบครัวหรือแขกในงานมีอาการภูมิแพ้หรือไม่

หากสัตว์ที่คุณนำเข้ามาในงานไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ใดๆ ก็ถือว่าปลอดภัย แต่ถึงอย่างนั้นบ่าวสาวก็ไม่ควรที่จะนิ่งนอนใจ ทันทีที่บ่าวสาวกระจายข่าวว่าจะมีสัตว์ในงานแต่ง และได้ฟีดแบ็คกลับมาว่าแขกคนใดคนหนึ่งมีอาการแพ้แล้วล่ะก็ บ่าวสาวต้องรีบหาวิธีแก้ไขโดยด่วน เช่น จัดพื้นที่สำหรับสัตว์แยกไว้ที่ด้านนอก หรือมียาสำหรับแก้แพ้หรือผดผื่นสำรองเอาไว้ด้วย เป็นต้น ที่สำคัญอย่าลืมรักษาความสะอาด อาบน้ำ กำจัดเห็บหมัดเหล่าสัตว์มาให้เรียบร้อยก่อนงานแต่งด้วยนะ

  • แจ้งทุกหน่วยงานในงานแต่งงานให้ทราบ

เช่นเดียวกับการแจ้งธีมงานและจำนวนแขกของคุณให้สถานที่จัดงานแต่งงาน และเวดดิ้งแพลเนอร์ได้ทราบ ว่าคุณจะมีสัตว์มาอยู่ในงานแต่งงานของคุณด้วย โดยแจ้งให้ละเอียดว่า มีสัตว์ประเภทไหนบ้าง จำนวนเท่าไหร่ และจะอยู่บริเวณไหนของงาน เพื่อให้ผู้จัดงานได้วางแผนภาพรวมของงานแต่ง และเตรียมแผนการที่จำเป็นเพื่อรองรับเหล่าสัตว์เหล่านั้น เช่น อุปกรณ์สำหรับกำจัดกลิ่นและสิ่งปฏิกูล หรืออาหาร เป็นต้น และอย่าลืมแจ้งช่างภาพงานและช่างวิดีโอในงานแต่งให้ทราบด้วย เพื่อที่พวกเขาจะได้จัดเตรียมความพร้อมและอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม

สุดท้ายสิ่งที่บ่าวสาวจะต้องระวังก็คือ สัตว์เหล่านั้นที่อยู่ในงานจะไม่ไปทำลายการตกแต่งสวยงามใดๆ ในงานแต่งงานของคุณเอานะ

ดูไอเดียและคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงานเพิ่มเติมอีกเพียบได้ที่นี่ คลิกเลย!

ภาพ popsugar.com, pinterest

Recommended

Milan Bridal Couture & Wedding Studio ร้านชุดแต่งงาน ที่เป็นมากกว่าแค่ร้านชุด

Milan Bridal Couture & Wedding Studio ร้านชุดแต่งงาน ที่มีเอกลักษณ์ พร้อมบริการหลากหลาย ช่วยเจ้าสาวเซฟเวลา ไม่ต้องหามืออาชีพอื่นๆ ให้เหนื่อยแรง

จัดงานแต่ง

4 เทคนิคให้บ่าวสาวพิชิตชนะทุกหน่วยเพื่อจัดงานแต่งสวยๆ ในฝัน

ช่วงเตรียม จัดงานแต่ง งานเป็นช่วงที่บ่าวสาวเกิดอาการไฝว้กันได้ง่ายมากๆ โดยเฉพาะเรื่องความต้องการในรายละเอียดภายในงานที่อาจไม่ตรงกัน แล้วทีนี้จะทำยังไงเพื่อให้การไฝว้ของคุณบรรลุผลรอบด้านจนคุณมีงานแต่งสวยๆ อย่างใจฝันใช่ไหมล่ะ บอกเลยว่าไม่ยากเท่าไหร่ แค่คุณต้องเตรียมพร้อมสักนิดโดยมี 4 เทคนิคนี้เป็นที่ตั้ง   1. เตรียมข้อมูลความต้องการส่วนตัวให้พร้อม เทคนิคแรกเริ่มที่ตัวคุณเองก่อนจะดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นว่าที่เจ้าบ่าวหรือว่าที่เจ้าสาว ถ้าอยากให้ในงานแต่งมีอะไร หาข้อมูลในทุกสิ่งที่ต้องการเอาไว้ให้พร้อม สรุปมาเลยว่าชุดแบบนี้แหละที่ฝันไว้ ธีมงานแบบไหนที่ต้องการ หรือแม้แต่สถานที่จัดงานแต่งงานในฝันต้องมีคุณสมบัติประมาณไหน ฯลฯ คุณควรหาข้อมูลเอาไว้ให้พร้อมสรรพ จากนั้นเดินหน้าสู่เทคนิคข้อต่อไปค่ะ 2. หาข้อมูลมาเปรียบเทียบเสมอ อย่ามัดมือชกอีกฝ่ายที่คุณจะนำความต้องการไปไฝว้กับเขาด้วยทางเลือกเดียวเท่านั้น กรุณาหาข้อมูลเปรียบเทียบไว้ด้วย เพื่อให้ฝ่ายนั้นยังรู้สึกดีที่ไม่ถูกบังคับและคุณไม่ได้เป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองสุดๆ อย่างเรื่องชุดที่คุณอาจมีแบบทั้งของคุณและอีกฝ่ายในใจเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องหาแบบสำรองสักหน่อยว่าถ้าชุดแบบนี้ใส่จริงแล้วไม่รุ่งจะเป็นแบบไหนแทน รวมถึงร้านสำหรับตัดชุดด้วยนะคะ อย่าหาแค่ร้านเดียว แล้วสืบราคาเตรียมไว้ เพื่อเวลาที่นำเสนอความต้องการกับอีกฝ่าย (หรือคนที่ช่วยเป็นสปอนเซอร์ให้อย่างบุพการี) จะได้มีทางเลือกมาเทียบเคียง หรืออย่างเรื่องสถานที่ ก็ควรหาที่ๆ มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันมานำเสนอ ซึ่งจะเสนอ 2 หรือ 3 ที่ก็ว่ากันไป โดยให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันสักหน่อยทั้งกับที่คุณต้องการและกับความจริงตรงหน้า 3. แลดูงบประมาณรอบด้านเสมอ ในระหว่างที่หาข้อมูลเปรียบเทียบต้องมีเรื่องราคาเข้ามาเอี่ยวเสมอ ดังนั้นในการตั้งงบประมาณสำหรับอะไรก็ตามที่เป็นความฝันของคุณ อย่าลืมหันไปดูงบประมาณกองกลางด้วยว่า สิ่งที่ต้องการอยู่ในงบที่ตั้งไหม และถ้าคุณแบ่งก้อนงบประมาณเป็นก้อนเล็กๆ ที่คุณอาจเป็นคนจ่ายเอง ก็ต้องมองดูด้วยว่า งบนั้นจับคู่กับสิ่งที่ต้องการได้อย่างลงตัวแน่นอนใช่ไหม […]

ประหยัดงบงานแต่ง

เคล็ดลับ ประหยัดงบงานแต่ง ให้บ่าวสาวมีเงินเหลือใช้ไม่ปวดหัว

เมื่อถึงเวลาต้องวางแผนเรื่องเงินๆ ทองๆ สำหรับจัดงานแต่งงานก็ถึงขั้นกุมขมับ แพรว wedding เลยมีเคล็ดลับ ประหยัดงบงานแต่ง มาฝาก