‘โกหกให้รู้สึกดี’ เหตุผลฟังดูดีแต่คนรักกันไม่ควรใช้

หนึ่งในเหตุผลของการโกหกที่หลายคนใช้เพื่อให้สถานการณ์หมางใจตรงหน้าดีขึ้นคือ โกหกให้รู้สึกดี ซึ่งบางคนคิดเข้าข้างตัวเองว่า ขอเลวเองที่เป็นคนโกหกดีกว่าพูดออกไปแล้วเธอไม่มีความสุข แต่แบบนั้นน่ะ คุณว่าเป็นการกระทำที่คนรักกันควรทำให้กันจริงเหรอคะ แล้วคุณเคยคิดบ้างไหมว่าถ้าอีกฝ่ายรู้ในเหตุผลนี้จะซึ้งหรือเศร้า

เอาล่ะค่ะ ก่อนจะมารู้ว่าคนที่ได้รับการ “โกหก” จะ “รู้สึกดี” จริงอย่างที่หวังหรือเปล่า มาฟังเหตุผลมราเราสรุปมาให้จากใจคนโกหกถึงความคิดที่ทำให้ตัดสินใจ “โกหกให้รู้สึกดี” ด้วยเหตุผลนี้กันดีกว่า

  • เพราะคิดว่ารู้จักนิสัยของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี

เพราะมั่นใจว่ารู้จักนิสัยของคนรักเป็นอย่างดีในเรื่องที่ว่า ปัญหาไหนหรือเหตุการณ์อะไรที่คนรักรับไม่ได้แน่นอนหรือรู้เรื่องแล้วต้องคิดมากเสียความรู้สึกจนชีวิตคู่หม่นหมอง แต่สิ่งที่คุณต้องทำก็เลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ฉะนั้นการโกหกด้วยเหตุผลว่าอยากให้รู้สึกดีจึงเกิดขึ้น ด้วยประการฉะนี้ แต่เราขอบอกในฐานะคนโดนกระทำว่า “อย่าคิดแทนได้ไหม”

  • เพราะทำผิดจริงแต่บังเอิญว่ารู้จุดอ่อน

คนที่ทำผิดจริงแต่พยายามหาทางออกให้กับตัวเอง มักเลือกการโกหกเพื่อเอาตัวรอด โดยงัดเอาคำว่าอยากให้รู้สึกดีเป็นไม้ตาย เพราะรู้ดีว่าถ้าคุณได้ยินคำนี้คุณเป็นต้องใจอ่อนยอมยกโทษให้แน่นอน อ้าวแหม…ก็พอฟังแล้วจะรู้สึกถึงความรักที่อีกฝ่ายมีให้เต็มหัวใจ ประมาณว่า เขาคิดถึงเราเนอะเลยต้องโกหก คนรักของคุณก็เลยใช้คำพูดนี้เสมอเมื่อทำผิด ส่วนคุณน่ะเหรอ ซึ้งใจไปค่ะ อุ้ยตาย! เขารักฉันไม่อยากให้คิดมาก ก็เพ้อกันไปแบบหลอกตัวเองเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวอ่ะค่ะ

  • เพราะคุณไม่เชื่อความจริง

เขาอาจเพียรพยายามพูดความจริงแบบสุดพลังแต่คุณก็ยังไม่เชื่อ อาจเพราะฝังใจกับความผิดเก่าหรือยึดติดกับความคิดของตัวเองบวกกับมีเพื่อนเป่าข้างหูจนลืมมองความจริง สุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาเลือกทำเพื่อให้จบสถานการณ์น่าอึดอัดตรงหน้าคือ ไหนๆ บอกความจริงก็ไม่เชื่อ ถ้างั้นก็ฟังเวอร์ชั่นโกหกไปเลยละกันนะที่รัก ซึ่งแน่นอนว่าที่ต้องพูดเวอร์ชั่นโกหกก็จะเพื่ออะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะอยากให้คุณรู้สึกดี แหม…ถ้าด้วยเหตุผลนี้ก็น่าสงสารอยู่เหมือนกันนะเนี่ย

  • เพราะทำซะเคยจนเป็น…นิสัย

แรกๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะโกหกให้รู้สึกดีหรอกค่ะ แต่เพราะใช้เหตุผลนี้บ่อยครั้งเข้าแล้วได้ผลเสมอเลยเหมือนเป็นเหตุผลอัตโนมัติไปซะแล้ว เวลาเกิดเรื่องขึ้นมาปากก็เลยพูดออกไปก่อนเลยว่าที่โกหกไปเพราะอยากให้รู้สึกดี พูดแบบนี้จนเป็นนิสัยทุกทีทุกรอบจนแก้ไม่ได้เหมือนเป็นมุกแก้ตัวแรกประจำตัวไปเลยก็ว่าได้ ทีนี้พอเรื่องอะไรก็ตามเกิดขึ้นก็จะพูดทันทีว่า ไม่ได้อยากโกหกแต่อยากให้รู้สึกดี…ดี๊ดีเนอะ!!

หลังจากที่รู้ถึงความคิดที่คนโกหกใช้เหตุผลว่าอยากให้ “รู้สึกดี” กันไปแล้ว มาดูความคิดคนที่เป็นผู้ได้รับการโกหกกันบ้างไหมว่ารู้สึกยังไง…คำตอบสั้นๆ ที่เรียกได้ว่าเกือบ 100% ของทั้งชายและหญิงคือ สำหรับคนที่โดนโกหกไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหนก็ตาม แม้จะเข้าใจในเหตุผล แต่ลึกๆ แล้วก้ไม่สามารถยอมรับได้เต็มที่ เพราะไม่มีใครชอบหรอกที่จะฟังเรื่องเท็จ และที่สำคัญถ้าทุ่มใจให้เต็มที่ จริงใจให้เต็มร้อย ไม่เคยพูดโกหกใส่เลยแม้แต่ครั้งเดียว ความคาดหวังที่จะได้รับความจริงใจจะมีตามมา

และสุดท้ายของความรู้สึกของคนที่โดนโกหกให้รู้สึกดีที่อยากบอกก็คือ “คนรักกันไม่ควรโกหก แต่ควรเลือกที่จะพูดความจริงกันมาเสียตั้งแต่แรก และอย่าได้คิดแทนว่าอีกฝ่ายจะคิดยังไง คนที่จะตัดสินว่ารับได้ไหมกับสิ่งที่เกิดคือเจ้าตัวเอง ไม่ใช่คุณ”

จำไว้นะคะ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ถ้าคุณพูดความจริงตั้งแต่วันแรกกับคนที่รัก ความจริงนั้นยังคงเป็นความจริงอยู่เสมอ และคนๆ นั้นจะรู้สึกดีกับความจริงใจที่คุณได้แสดงออกมาแม้คุณจะทำความผิดไม่ว่าจะตั้งใจหรือจำเป็นที่ต้องทำ ถ้าคนรักของคุณรักคุณจริงๆ ก็พร้อมจะเข้าใจในเหตุผลทั้งหมดได้ แต่ถ้าคุณเลือกที่จะโกหกแล้วไปไม่รอดหรือแม้แต่ลืมว่าเคยโกหกว่ายังไงไว้ กลับมาพูดอีกครั้งคนละเรื่องคนละราว คนที่จำได้จะรู้สึกแย่มาก และความสัมพันธ์ดีๆ ที่คุณคิดไว้จะลดลงไปจนอาจหายไปสิ้น

ฉะนั้นเพื่อให้การอยู่ร่วมกันของคุณและคนรักเป็นไปได้อย่างที่ใจปรารถนา จงพูดแต่ความจริงให้กัน เพราะต่อให้ความจริงนั้นเลวร้าย หรือทำร้ายความรู้สึก ก็คือความจริงที่ยังดีกว่าเจอความจริงที่โหดร้ายแบบบวกเพิ่มความโกหกเพราะปรารถนาดีค่ะ

>> อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์และชีวิตคู่เพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย! <<

ภาพ : www.inovasee.com

Recommended

คาถามหาเสน่ห์

7 คาถามหาเสน่ห์ เสริมความเนื้อหอมแบบไม่ต้องพึ่งน้ำหอม!!

อยากให้แฟนรักแฟนหลงมานั่งล้อมวงตรงนี้ เพราะเรารวบรวมสารพัด คาถามหาเสน่ห์ มาฝากคุณสาวๆ เอาไว้เพิ่มเสน่ห์และความมั่นใจ ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มบริกรรมคาถาได้เลย

อยู่ก่อนแต่ง

อยู่ก่อนแต่งให้สบายใจกับ 6 เรื่องสำคัญที่คู่รักต้องเคลียร์ให้ชัด

คงต้องยอมรับว่า ในยุคนี้รูปแบบการลองใช้ชีวิตคู่แบบ อยู่ก่อนแต่ง ในบ้านเรามีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นะคะ ซึ่งบางคู่ที่ลองแล้วดีก็นำไปสู่การแต่งงานและสร้างครอบครัวร่วมกันอย่างจริงจัง แต่บางคู่ที่ลองแล้วไม่เวิร์คก็แยกย้ายกลายเป็นเพื่อน ซึ่งแปลว่าไม่ดันทุรังแต่งงานกันให้กลายเป็นครอบครัวมีปัญหา ดังนั้นเพื่อความสบายใจของคุณทั้งคู่ แพรวเวดดิ้งขอให้คุณคุยกันให้เคลียร์ใน 6 เรื่องต่อไปนี้ก่อนจะแพ็กกระเป๋ามาอยู่ร่วมชายคา เคลียร์ใจเรื่องพ่อแม่ แจ้งบอกกับพ่อแม่ผู้ปกครองที่คุณเคารพถึงการตัดสินใจของคุณในการที่จะลองอยู่ก่อนแต่งกับคนที่คุณเลือกเป็นอย่างแรก อย่างน้อยแม้ท่านจะไม่เห็นด้วยแต่การแจ้งบอกคือแสดงความเคารพ ไม่ใช่อยู่ๆ นึกจะไปอยู่ก็ไป ซึ่งการบอกนี้ควรมีเหตุผลในการตัดสินใจและรายละเอียดที่อยู่สักนิด ไม่ใช่แค่แจ้งให้ทราบว่าจะย้ายไปอยู่นะแล้วจบ นอกจากนี้ถ้าเป็นไปได้ควรพาท่านไปดูที่อยู่ใหม่ของคุณสักหน่อย เพื่อความสบายใจว่าอย่างน้อยสภาพที่อยู่อาศัยก็โอเคและรู้ว่าอยู่หนใดไม่ใช่เมืองลับแล เคลียร์ใจเรื่องเงินทองค่าใช้จ่าย จะเป็นการย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่เพิ่งซื้อหรือบ้านเก่าของใครก็ตาม อย่าลืมเคลียร์ความสบายใจเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านให้ชัดเจน ไม่เกี่ยงว่าคุณคือฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง เปิดประเด็นนี้ก่อนได้เลย ไม่มีใครว่าผิดหรืองกแน่นอน เพราะเมื่อมาอยู่ร่วมกันแล้วก็ต้องช่วยกันดูแลรับผิดชอบ อย่าเข้าใจไปเองว่าบ้านเธอ งั้นเธอต้องจ่ายสิ หรือเธอคือคนอาศัยต้องจ่ายมา ถ้ารักกันจริงและอยากสบายใจอย่าคิดเอาเอง ถามให้ชัด ตกลงให้ชัวร์ มีปัญหาติดขัดต้องบอก รวมถึงจ่ายได้มากน้อยแค่ไหนอย่ากั๊ก ทำตามนี้รับรองสบายใจทั้งสองฝ่าย เคลียร์ใจเรื่องอาหารการกิน ก่อนจะย้ายมาอยู่ด้วยกันคุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า อีกฝ่ายคิดยังไงกับบรรยากาศการทำกับข้าวที่มีควันมีกลิ่นอาหารลอยในบ้านหรือไม่ชอบทำอาหารเพราะไม่ชอบล้างจานหรือเปล่า อะไรแบบนั้น ซึ่งถ้าไลฟ์สไตล์ในเรื่องนี้ต่างกันก็ต้องคุยกันแล้วล่ะ เพราะถ้าคนนึงชอบกินแต่อาหารฟู้ดคอร์ทง่ายๆ จ่ายตังค์นั่งกินให้พ้นเป็นมื้อๆ แต่อีกคนฝันถึงความเป็นคู่รักกระหนุงกระหนิงในห้องครัว ก็ต้องหาจุดตรงกลางที่ลงตัว หรือถ้าวันไหนเราอยู่บ้านด้วยกันทั้งวัน จะเอายังไงกับอาหารทั้งสามมื้อดี ถ้าทำอาหารเธอจะทำหรือเราจะช่วยกันดี เคลียร์ใจเรื่องการสื่อสารระหว่างกัน ก่อนจะอยู่ด้วยกันคุณอาจสื่อสารกันทางมือถือเช่นโทรฯ หาหรือไลน์หาตลอดๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ไปเจอมาในแต่ละวันให้กันฟัง แต่พออยู่ด้วยกันตลอดเวลา […]

ก่อนแต่งงาน

5 ข้อตกลง “ไม่ควรมี” ก่อนแต่งงาน ถ้าไม่อยากให้ชีวิตคู่ต้องอึดอัด

เราเคยแนะนำคุณผู้อ่านที่กำลังจะตัดสินใจแต่งงานกันแล้วว่า ก่อนที่คุณสองคนจะเซย์เยสใช้ชีวิตคู่ พวกคุณควรจะพูดคุยและมีข้อตกลงกันให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นชีวิตคู่ของคุณคงอึดอัดไม่น้อย

หวานน้ำตาลขึ้น น้ำตารื้น งานแต่ง อั๋น – ภูวนาท

ฤกษ์งามยามดีวันครู 16 มกราคม หนุ่ม อั๋น – ภูวนาท คุณผลิน ควงสาวเก่งที่คบกันมานานถึง 9 ปี จ๋า – อลิสา พันธุศักดิ์ เจ้าของทิฟฟานี่โชว์เข้าสู่ประตูวิวาห์บอกเลยว่างานนี้เป็นงานยักษ์ งานใหญ่เปิดศักราช 2560 แขกเหรื่อคับคั่ง ดารา นักร้อง เซเลป ตบเท้าเข้าร่วมงานเพียบ แถมความประทับใจยังมากล้น เพราะเรียกน้ำตาแห่งความซาบซึ้งยินดีได้ในทุกช่วงของงาน งานนี้เราไม่พลาดหยิบภาพประทับใจมาให้ทุกคนได้ร่วมแสดงความยินดีกับคู่รักคู่นี้ ขอบคุณภาพสวยๆ จาก OAT-CHAIYASITH and PAAP Production โทร. 08-6392-3939 (Thailand)