สารพัดวิธีบอกรัก ตะล่อมคนข้างกายให้พูดคำว่า ‘รัก’ ให้เราให้ได้

หากรู้สึกว่าความรักไม่ค่อยหวานชื่นเพราะมีแฟนปากแข็ง กว่าจะได้ยินคำว่ารักแต่ละทีนั้นช่างยากเย็นเหลือเกิน ลองนำสารพัด วิธีบอกรัก พร้อมเทคนิคตะล่อมเขาให้พูดความในใจของ เราไปใช้กันดูสิคะ ถ้าแฟนคุณเขาไม่ได้เป็นใบ้ รับรองว่าต้องปริปากออกมาจนได้แหละค่ะ

แกล้งงอนให้ง้อด้วยคำรัก

เรียกว่าเป็นวิธีเบสิกที่บางครั้งก็เป็นสถานการณ์จริงๆ ไม่ได้แกล้งงอนแต่อย่างใด เพราะไม่ว่าจะเป็นสาวๆ หรือหนุ่มๆ ถ้าต้องเจอกับคุณแฟนปากแข็งก็ย่อมจะงอนตุ๊บป่องเป็นธรรมดา พองอนได้ที่เมื่อไหร่ก็ถึงคราวไล่บี้ให้เขาเอาคำรักซึ้งๆ มางอนง้อแล้วล่ะค่ะ แต่ต้องระวังหน่อยว่าอย่างอนมากจนเกินงาม เพราะถ้าเขาไม่ง้อขึ้นมาจะหน้าแตกเอาได้

แกล้งป่วยให้ช่วยดูใจ

ติ่งซีรีย์เกาหลีทั้งหลายคงจะรู้ดีว่าวิธีนี้ใช้ได้ผลขนาดไหน เพราะคนเรามักจะเห็นอกเห็นใจกันในยามป่วยไข้นี่แหละค่ะ ลองแกล้งป่วยเบาๆหรือถือโอกาสตอนป่วยจริงก็ได้ ออดอ้อนออเซาะขอกำลังใจเป็นความในใจหวานๆ จากเขา ถ้าป่วยขนาดนี้แล้วเขายังไม่รีบเอ่ยปากบอกรักก็ใจแข็งเกินไปหน่อยแล้วล่ะค่ะ

แกล้งสตรองให้คิดหนัก

ถ้าอยากเอาชนะคนปากแข็งให้ได้ ลองใช้วิธีแข็งใส่ดูสิคะ แสดงให้เขาเห็นไปเลยว่าคุณสตรองนะไม่มีเขาคุณก็อยู่ได้ มัวปากแข็งอยู่นักใช่ไหม ถ้าคุณเชิดใส่เมื่อไหร่ ระวังจะเสียใจไม่รู้ตัว ทีนี้แหละค่ะเขาจะเริ่มคิดหนักแล้วว่ากลัวจะเสียคุณไป และรีบทำอะไรสักอย่าง ซึ่งสิ่งแรกที่เขาควรจะทำและทำได้ก็คือเผยความในใจให้คุณรู้ยังไงล่ะค่ะ

พูดก่อนให้พูดกลับ

หากถามเขาฝ่ายเดียวแล้วยังเงียบเป็นเป่าสาก ลองใช้วิธีเผยใจให้เขารู้ก่อนสิคะ เชื่อว่าน่าจะโดนใจสำหรับสาวๆ หนุ่มๆ ที่รักความแฟร์ คุณพูดไปเขาก็พูดกลับ ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ แถมยังได้รู้ความในใจกันทั้งสองฝ่าย ไม่ต้องเก็บเอาไว้ให้ค้างคาใจกันเสียเปล่าๆ

พูดสิ…มีรางวัลให้

สำหรับบางคนอาจขาดแรงจูงใจในการเผยความในใจ ดังนั้นลองใช้วิธีหลอกล่อด้วยของรางวัลสิคะ ซึ่งของรางวัลที่ว่านั้นไม่จำเป็นต้องเป็นข้าวของเสมอไป อาจจะเป็นไออุ่นจากอ้อมกอดหรือหอมแก้มฟอดใหญ่ๆ ก็ได้ เรียกว่าของรางวัลล่อตาล่อใจขนาดนี้ คุณอาจจะได้ฟังคำรักหวานๆ กันจนหูชาเลยทีเดียว

ถ้าไม่พูดจะเดินจากไปแล้วนะ

ถ้าต้องเจอกับคุณแฟนที่ปากแข็งเสียยิ่งกว่าหิน คงถึงคราวต้องยื่นคำขาดตามตำราสายโหดกันแล้วล่ะค่ะ ประมาณว่า “ถ้าไม่ยอมเผยความในใจเสียที ฉันคงต้องเดินจากไปแล้วนะ” บอกกันตรงจัดชัดเจนขนาดนี้ ถ้าเขายังไม่สนใจใยดี ก็เตรียมเซย์กู๊ดบายได้เลย

หลอกให้พูดแบบเนียนๆ

อีกหนึ่งวิธีตะล่อมแบบบ้านๆ ที่ได้ผลมาแล้วนักต่อนัก โดยในระหว่างที่เขากำลังทำอะไรอยู่อย่างเพลินๆ หรือคุยกันจนเคลิ้ม ก็ปฏิบัติการแบบเนียนๆ เลย เช่น โชว์ของบางอย่างแล้วถามเขาว่าน่ารักไหม ถ้าเขาตอบว่าน่ารักก็ถามต่อทันทีว่า น่ารักแล้วรักไหมล่ะ โดนมุกนี้เข้าไป รับรองว่าเขาต้องตั้งตัวไม่ทันจนเอ่ยปากบอกว่ารักออกมาแน่นอน

ถ้าเขาบอกรักแล้วก็มาอ่านเรื่องนี้กันต่อเลย >> เทคนิค เติมความหวาน ง่ายๆ แบบน้ำตาลเรียกแม่ที่คู่รักต้องทำ <<

Recommended

ไม่อยากให้รักเสียหลัก ต้องรู้จักวางแผนการเงิน (ร่วมกัน)

KTB ZERO TAX MAX เงินฝากปลอดภาษีจากธนาคารกรุงไทย แนวทางเจ๋งๆ ในการวางแผนการเงินร่วมกันมาฝาก เพื่อให้ทุกคู่รักได้เตรียมพร้อมกันไว้เนิ่นๆ การันตีว่าแค่ทำตามรักของคุณจะไม่สะดุด การเงินของคุณจะไม่เสียหลักอย่างแน่นอน

เสริมดวงความรัก

เสริมดวงความรักให้มั่นคง ด้วย 7 ไม้มงคลไว้ปลูกในเรือนหอ

คู่รักที่กำลังสร้างเรือนหอ ขอแนะนำให้มีมุมสำหรับไม้มงคลไว้ในบ้าน จะได้ เสริมดวงความรัก ให้มั่นคงยาวนาน แถมยังช่วยกันปลูกช่วยกันรดน้ำจะได้กระชับความรักไปด้วย

ขอพรเรื่องความรัก

ขอได้ไม่นก! แชร์พิกัด ขอพรเรื่องความรัก วัดดังทั่วเอเชีย

เฮ้อออ ความโสดมันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ เลยนะคะ ในเมื่อหาแฟนด้วยตัวเองไม่ได้งานนี้ต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันซะหน่อย ลองเปลี่ยนบรรยากาศอยู่บ้านแบบแหงาๆ ไปตะลอนทัวร์ ขอพรเรื่องความรัก กับ 5 วัดในเอเชียดูไหมล่ะค้าา

ย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย

5 นิสัยคนมีคู่ต้องรู้และต้องเปลี่ยนเมื่อคิดจะย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย

หลังแต่งงานจะอยู่บ้านใครไม่ใช่ประเด็น เพราะสำคัญกว่านั้นคือ การย้ายเข้าไปอยู่กับครอบครัวของอีกฝ่าย คุณจะใช้นิสัยแบบเดิมๆ เมื่อครั้งอยู่กับครอบครัวตัวเองไม่ได้เด็ดขาด แล้วมีนิสัยอะไรบ้างล่ะ ที่คุณต้องเปลี่ยนเมื่อคิดจะ ย้ายเข้าบ้านอีกฝ่าย มาดูกันค่ะ 1. นอนตื่นสาย ตอนอยู่กับครอบครัวตัวเอง คุณจะทำตัวเป็นคุณนายตื่นสาย หรือเจ้าชายสายเสมอไม่มีใครว่า แต่เมื่อเข้ามาอยู่กับบ้านอีกฝ่ายจะทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด เพราะอย่าลืมว่า แต่ละบ้านก็มีกิจกรรมยามเช้าที่ต่างกัน เช่น การร่วมกันกินข้าวเช้า การทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ ลองคิดดูสิว่า ขณะที่คนทั้งบ้านตื่นมาทำนั่นนี่แต่คุณนอนสายตะวันโด่งกว่าจะลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว มันดูดีซะที่ไหน 2. ไม่ช่วยงานบ้าน แม้อยู่ที่บ้านของตัวเอง คุณจะมีใครต่อใครทำงานบ้านให้จนคุณแทบไม่ต้องกระดิกตัว แต่เมื่อมาอยู่บ้านอีกฝ่าย ต้องรู้จักหยิบจับทำนั่นนี่ซะบ้าง และแม้ว่าบ้านหลังใหม่ที่คุณย้ายเข้าไป จะมีคนช่วยทำงานบ้านให้ก็เถอะ คุณเองก็ควรช่วยเป็นหูเป็นตา หรือลงมือช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆ บ้าง ไม่ใช่เอาแต่ชี้นิ้วสั่ง หรือรอให้ฝุ่นปลิวหายไปเอง 3. ช่างติ แม้คุณจะรู้สึกว่า ที่บ้านคุณไม่ได้มีวิถีชีวิตแบบนี้ก็เถอะ อย่าลืมว่าบ้านใครบ้านมัน บ้านหลังนี้คือครอบครัวใหม่ที่คุณเข้ามาอยู่ การเรียนรู้และเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามสำคัญมาก เห็นอะไรไม่ถูกใจอย่าเพิ่งเปิดปากเอาแต่ติ ลองดูไปสักพักเพื่อให้ได้ข้อมูลก่อนว่า ก่อนคุณจะเข้ามาอยู่ คนที่นี่เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร ถ้าสิ่งที่เป็นอยู่ไม่เข้าท่า เลือกใช้คำพูดดูดีที่ไม่ใช่การเอาแต่ติ หรือแต่พูดว่าที่บ้านของคุณเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ 4. หัดมีน้ำใจและช่วยจ่ายซะบ้าง แม้ครอบครัวของอีกฝ่ายร่ำรวยเงินทองแต่นั่นก็คือเงินของครอบครัวฝ่ายนั้น อะไรที่คุณช่วยดูแลจับจ่ายให้ได้ก็ควรแสดงน้ำใจ […]