10 พฤติกรรมทำลายชีวิตคู่ รักมากแค่ไหนก็ไปไม่รอด!

คู่รักหลายคู่มักจะคิดว่าความรักของเรานั้นมั่นคงและแน่นอน ไม่มีใครมาทำให้พังลงได้ หลายคู่รักจึงมีเกราะป้องกันปัญหาภายนอกที่แข็งแกร่ง จนบางครั้งก็ลืมไปว่าปัญหาภายในที่เกิดจากคนสองคนนั่นแหละที่คอยบั่นทอนความสัมพันธ์ของพวกคุณอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะคู่ที่แต่งงานอยู่กินด้วยกันยิ่งต้องระวังให้มาก เพราะบางพฤติกรรมที่คุณคิดว่ารับได้เมื่อตอนแต่งแรกๆ อยู่ๆ ไปเริ่มรับไม่ไหว ใครที่อยากรู้ว่าพฤติกรรมอะไรบ้างที่จะทำให้ ชีวิตคู่ จบเห่ รีบตามมาอ่านด่วนๆ เลย!

1. ไม่รู้จักคำว่า “กึ่งกลาง”

ชีวิตคนเราเกิดมาร้อยพ่อพันแม่ ต่างคนต่างมีลักษณะนิสัยและความต้องการของตัวเองกันทุกคน แต่ในเมื่อต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันแล้วมันก็ต้องรู้จักคำว่า 50:50 บ้างนะคะ หลายคู่ต้องเลิกรากันไปเพราะหากึ่งกลางระหว่างกันไม่เจอ ฉันจะเอาอย่างนี้ เธอจะเอาอย่างนั้น ไม่มีใครยอมใคร ถือเอาความรู้สึกและความต้องการของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ พูดง่ายๆ ว่าต่างคนต่างเอาแต่ใจตัวเอง แล้วแบบนี้ชีวิตคู่มันจะไปกันรอดเหรอคะ ถามจริง?

2. หาไม่เจอว่าเธอต้องการอะไร

อย่างที่บอกไปข้อที่แล้วว่าต่างคนต่างมีความต้องการเป็นของตัวเอง และเมื่อมีคนรักแล้วก็หวังจะให้อีกคนเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ยังขาด แต่ในความเป็นจริงหลายคนมักที่จะไม่พูดออกมาตรงๆ ว่าอะไรคือสิ่งที่ตัวเองต้องการ และอีกหลายคนก็ปากหนักเกินจะถามว่าคนรักของคุณอยากได้สิ่งไหน ยิ่งไปกว่านั้นคือ คิดเองเออเองเสร็จสรรพว่าเขาก็ต้องการสิ่งเดียวกันกับคุณ ซึ่งบางทีมันก็ผิดนะจ๊ะ! ลองคิดดูว่าถ้าคุณไม่พูด เขาไม่ถาม แล้วจะรอให้ตรัสรู้ด้วยตัวเองหรือยังไง! (คนธรรมดานะไม่ใช่ผู้วิเศษ)

3. ต่างคนต่างก็เงียบหายไป

บางครั้งบางทีความเงียบก็ช่วยแก้ปัญหาได้ดีเหมือนกันนะ เพราะเมื่อเวลาทะเลาะกันแล้วลองปล่อยให้ความเงียบเข้ามาจัดการสถานการณ์สักพักอะไรๆ ก็มักจะดีขึ้น แต่! อย่าปล่อยให้เงียบนานจนเกินไป เมื่ออารมณ์คงที่เมื่อไหร่ควรหันหน้ามาคุยกันดีๆ เพราะถ้าขืนคุณเงียบหายไปนานๆ เป็นวันเป็นเดือน แบบนี้ความรักก็คงจะหายตามไปด้วยแน่นอน (เผลอๆ ไปเจอคนใหม่ไฉไลกว่าเดิมอีก!)

ภาพจาก : www.groundworkcounseling.com
ภาพจาก : www.groundworkcounseling.com

4. ปล่อยให้ความรักจืดชืด

สิ่งที่ควรทำสำหรับชีวิตคู่คือ หมั่นเติมความหวานให้กันอยู่เสมอ จะดูหนัง ฟังเพลง หรืออะไรก็ทำเถอะค่ะ เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่คุณปล่อยปละละเลยความสัมพันธ์ระหว่างกัน ไม่เติมเชื้อรักให้กับชีวิตคู่ เมื่อนั้นความรักที่มีก็คงจะระเหิดระเหยหายไป จากคำว่าคู่รักก็อาจเหลือเพียงแค่คนสองคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังเดียวกันแค่นั้นเอง

5. ไม่ใส่ใจกันและกัน

เรื่องนี้มักจะเกิดกับฝ่ายชายซะเป็นส่วนใหญ่ ไอ้อาการอัลไซเมอร์ชั่วขณะ ไม่ว่าจะลืมวันเกิด ลืมวันครบรอบ ลืมนัดสำคัญ ลืมนั่นลืมนี่ ติดเพื่อน ติดเกมส์ บางทีถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ ก็ทำให้อีกฝ่ายคิดได้ว่าตัวเธอนั้นไม่มีความสำคัญพอให้จดจำเลยหรือ? นานวันไปกลายเป็นความน้อยใจ สุดท้ายทนไม่ไหวก็ขอบอกลาเลยแล้วกัน

6. เก็บงำทุกอย่างเอาไว้ในใจ

ปัญหานี้เกิดขึ้นกับทุกคนเลยนะคะ บางครั้งเวลาเราเจอเรื่องร้ายๆ ของคนรักทีไร ถ้ามันไม่หนักหนามากเกินไปก็เลือกที่จะเก็บเอาไว้ในใจไม่พูดไม่เคลียร์ ปล่อยให้มันผ่านไปเงียบๆ แต่! พอเจอพฤติกรรมเดิมๆ บ่อยๆ เข้า สิ่งที่เก็บไว้เริ่มจะเยอะจนล้นใจกลายเป็นระเบิดเวลา วันดีคืนดีหมดความอดทนเมื่อไหร่ก็ตู้ม-ม-ม! ปล่อยออกมาหมด รัศมีทำลายล้างเสียจนความรักพังทลายกู้คืนมาไม่ได้อีกแล้ว

ภาพจาก : www.quotesgram.com
ภาพจาก : www.quotesgram.com

7. ไม่แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

เมื่อชีวิตคู่เจอปัญหาจนบางครั้งทำให้คุณทั้งคู่ทะเลาะกัน แต่พอพายุอารมณ์สงบ ต่างคนก็ต่างพูดคำว่าไม่เป็นไร ช่างมัน ปล่อยไปเถอะ แล้วก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมต่อไป แบบนี้เหตุการณ์ดูเหมือนจะดีนะ แต่สุดท้ายปัญหาเดิมๆ ก็กลับมาเยือนอีก ทะเลาะกันอีก เป็นแบบนี้วนลูปไปเรื่อยๆ โดยที่ปัญหาไม่ได้ถูกแก้ไข ไม่ได้ถูกปรับความเข้าใจ สุดท้ายทะเลาะกันจนเหนื่อย ประคองความรักไปต่อไม่ไหวก็ถอดใจเลิกกันไปอยู่ดี

8. ชอบเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่

ปัญหาข้อนี้เป็นงานถนัดของฝ่ายหญิงค่ะ เอะอะอะไรก็ขุดคุ้ยเรื่องเก่าขึ้นมาพูด ย้อนหลังไปถึงความผิดพลาดในอดีตที่ผ่านมา แบบนี้ขอบอกเลยว่าไม่มีใครชอบหรอกค่ะ ร้อยทั้งร้อยถ้าโดนบ่อยๆ ก็อยากจะเซย์กู๊ดบายกันทั้งนั้น รวมไปถึงพฤติกรรมจู้จี้จุกจิก คิดเล็กคิดน้อยโดยไม่จำเป็นของผู้หญิงด้วยนะ ถ้าทำพฤติกรรมเช่นนี้เป็นประจำรับรองเลยว่าผู้ชายขอเลิกแน่!

9. ปล่อยให้ความเครียดเข้ามาครอบงำ

ปฏิเสธไม่ได้หรอกนะคะว่าชีวิตคนเรามันมีเรื่องวุ่นวายมาให้เครียดอยู่เสมอ บางคนจัดการกับความเครียดได้ดีก็รอดตัวไป แต่บางคนรับมือกับความเครียดไม่ได้จนส่งผลกระทบกับชีวิตคู่ เครียดจากที่ทำงานก็มาบ่นมาลงกับคนในบ้าน ทำให้คนรักออกอาการเอือมระอา เจอแบบนี้บ่อยๆ ทั้งคุณและคนรักก็ยิ่งเครียดหนักเข้าไปใหญ่ กลายเป็นการสร้างรอยร้าวให้ความสัมพันธ์ อีกหน่อยก็ต้องเลิกรากันไป เหมือนเพลงของคุณอิทธิที่ร้องว่า “แก้วที่มันร้าวไม่นานก็คงจะแตก!”

10. จะเอาชนะอย่างเดียว

หลายคู่รักอยู่ด้วยกันไม่ได้เพราะคิดอยู่แค่ว่าฉันจะต้องเป็นฝ่ายชนะ ฉันจะต้องได้ทุกอย่าง ฉันถูกเสมอ ฉันไม่ยอมและยอมไม่ได้ (อย่างกับนางร้ายในละคร) กลายเป็นปัญหาใหญ่โต ทะเลาะกันไปมา เพราะเธอก็ไม่ยอมและฉันก็ไม่ยอม สรุปว่าพอไม่มีใครยอมใครความสัมพันธ์และความรักก็เลยหักเป็น 2 ท่อน และส่วนใหญ่มักจะต่อไม่ติดซะด้วย แม้จะใช้กาวอย่างดีมาทาก็ยังมีรอยต่ออยู่ดีนั่นแหละ

ลองเช็คกันดูซิว่าคุณและคนรักมีพฤติกรรมแย่ๆ ทั้ง 10 ข้อตามที่ว่ามาหรือไม่ ถ้าเกิดว่ามีตามนี้ ก็คงถึงเวลาที่คุณทั้งคู่ต้องรีบหาทางแก้ไข หากว่ายังอยากประคับประคองชีวิตคู่ให้อยู่ตลอดรอดฝั่ง สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้คงต้องเริ่มจากการปรับปรุงตัวเองเสียก่อนเป็นอย่างแรก แล้วลองนึกดูสิว่าคุณรักกันเพราะอะไร แต่งงานกันเพราะอะไร แล้วอยากจะให้ชีวิตคู่เป็นแบบไหน สิ่งสำคัญเมื่อเกิดปัญหาก็คือ ลองถอยกันคนละก้าวให้ใจเย็นลงสักนิด พิจารณาว่าอะไรทำให้เกิดปัญหา และจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร สุดท้ายท่องจำให้ขึ้นใจว่า “ใครขอโทษก่อนชนะ” จากนั้นให้ปรับความเข้าใจกัน แบบนี้ก็จะช่วยให้คุณทะนุถนอมชีวิตคู่ได้ยืดยาว

>> อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์เพิ่มเติม คลิกเลย! <<

เรียบเรียง : www.brides.com
ภาพ : quotesgram.com,  groundworkcounseling.com, huffingtonpost.com

Recommended

อยู่ก่อนแต่ง

อยู่ก่อนแต่งให้สบายใจกับ 6 เรื่องสำคัญที่คู่รักต้องเคลียร์ให้ชัด

คงต้องยอมรับว่า ในยุคนี้รูปแบบการลองใช้ชีวิตคู่แบบ อยู่ก่อนแต่ง ในบ้านเรามีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นะคะ ซึ่งบางคู่ที่ลองแล้วดีก็นำไปสู่การแต่งงานและสร้างครอบครัวร่วมกันอย่างจริงจัง แต่บางคู่ที่ลองแล้วไม่เวิร์คก็แยกย้ายกลายเป็นเพื่อน ซึ่งแปลว่าไม่ดันทุรังแต่งงานกันให้กลายเป็นครอบครัวมีปัญหา ดังนั้นเพื่อความสบายใจของคุณทั้งคู่ แพรวเวดดิ้งขอให้คุณคุยกันให้เคลียร์ใน 6 เรื่องต่อไปนี้ก่อนจะแพ็กกระเป๋ามาอยู่ร่วมชายคา เคลียร์ใจเรื่องพ่อแม่ แจ้งบอกกับพ่อแม่ผู้ปกครองที่คุณเคารพถึงการตัดสินใจของคุณในการที่จะลองอยู่ก่อนแต่งกับคนที่คุณเลือกเป็นอย่างแรก อย่างน้อยแม้ท่านจะไม่เห็นด้วยแต่การแจ้งบอกคือแสดงความเคารพ ไม่ใช่อยู่ๆ นึกจะไปอยู่ก็ไป ซึ่งการบอกนี้ควรมีเหตุผลในการตัดสินใจและรายละเอียดที่อยู่สักนิด ไม่ใช่แค่แจ้งให้ทราบว่าจะย้ายไปอยู่นะแล้วจบ นอกจากนี้ถ้าเป็นไปได้ควรพาท่านไปดูที่อยู่ใหม่ของคุณสักหน่อย เพื่อความสบายใจว่าอย่างน้อยสภาพที่อยู่อาศัยก็โอเคและรู้ว่าอยู่หนใดไม่ใช่เมืองลับแล เคลียร์ใจเรื่องเงินทองค่าใช้จ่าย จะเป็นการย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่เพิ่งซื้อหรือบ้านเก่าของใครก็ตาม อย่าลืมเคลียร์ความสบายใจเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านให้ชัดเจน ไม่เกี่ยงว่าคุณคือฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง เปิดประเด็นนี้ก่อนได้เลย ไม่มีใครว่าผิดหรืองกแน่นอน เพราะเมื่อมาอยู่ร่วมกันแล้วก็ต้องช่วยกันดูแลรับผิดชอบ อย่าเข้าใจไปเองว่าบ้านเธอ งั้นเธอต้องจ่ายสิ หรือเธอคือคนอาศัยต้องจ่ายมา ถ้ารักกันจริงและอยากสบายใจอย่าคิดเอาเอง ถามให้ชัด ตกลงให้ชัวร์ มีปัญหาติดขัดต้องบอก รวมถึงจ่ายได้มากน้อยแค่ไหนอย่ากั๊ก ทำตามนี้รับรองสบายใจทั้งสองฝ่าย เคลียร์ใจเรื่องอาหารการกิน ก่อนจะย้ายมาอยู่ด้วยกันคุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า อีกฝ่ายคิดยังไงกับบรรยากาศการทำกับข้าวที่มีควันมีกลิ่นอาหารลอยในบ้านหรือไม่ชอบทำอาหารเพราะไม่ชอบล้างจานหรือเปล่า อะไรแบบนั้น ซึ่งถ้าไลฟ์สไตล์ในเรื่องนี้ต่างกันก็ต้องคุยกันแล้วล่ะ เพราะถ้าคนนึงชอบกินแต่อาหารฟู้ดคอร์ทง่ายๆ จ่ายตังค์นั่งกินให้พ้นเป็นมื้อๆ แต่อีกคนฝันถึงความเป็นคู่รักกระหนุงกระหนิงในห้องครัว ก็ต้องหาจุดตรงกลางที่ลงตัว หรือถ้าวันไหนเราอยู่บ้านด้วยกันทั้งวัน จะเอายังไงกับอาหารทั้งสามมื้อดี ถ้าทำอาหารเธอจะทำหรือเราจะช่วยกันดี เคลียร์ใจเรื่องการสื่อสารระหว่างกัน ก่อนจะอยู่ด้วยกันคุณอาจสื่อสารกันทางมือถือเช่นโทรฯ หาหรือไลน์หาตลอดๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ไปเจอมาในแต่ละวันให้กันฟัง แต่พออยู่ด้วยกันตลอดเวลา […]

5 เคล็ดลับวางแผนควงกันเที่ยวสุดคุ้ม ประหยัดเงินแถมไม่ตีกัน

คู่รักหลายคู่น่าจะเคยประสบปัญหาทริปล่มตั้งแต่เริ่มต้น เหตุเพราะตกลงกันไม่ได้ เพราะใจฉันไม่ตรงใจเธอสักที วันนี้เรามีวิธีวางแผนเที่ยวให้ประหยัด คุ้มและดีมาฝาก

เพื่อนเจ้าสาว

ว่าที่เจ้าสาวจงทำตาม 7 วิธีนี้รับรองเพื่อนเจ้าสาวไม่มีน้อยอกน้อยใจ

ทันทีที่รู้ข่าวดีว่าคุณจะแต่งงาน เชื่อได้เลยว่ามีเพื่อนสาวหลายคนเสนอตัวมาช่วยงานเป็นจำนวนมาก แต่จะให้ทุกนางมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวแต่งตัวสวยเดินเด่นทั้งหมดก็คงไม่ได้ แล้วจะทำยังไงให้เพื่อนที่เหลือรู้สึกว่าคุณยังเห็นความสำคัญ