เรื่องเงินต้องพูด “งานไหนใครจ่าย” ในงานแต่งงานของสองเรา

เรามักจะเน้นเรื่องเงินๆ ทองๆ สำหรับคู่รักอยู่หลายครั้ง เพราะเห็นมาหลายคู่แล้วที่รักกัน แต่พอจะจัด งานแต่งงาน ที่ต้องใช้เงินเยอะกลับเคลียร์เรื่องนี้ไม่ลงตัวจนถึงขั้นเลิกรา ถ้าว่าที่สามีของใครเป็นพ่อบุญทุ่มออกให้ทุกบาททุกสตางค์ก็อย่าไปปฏิเสธเขานะคะ (ดีจะตาย!)

แบ่งให้ดี เคลียร์ให้ลงตัว งานแต่งงาน ของเราใครจะจ่ายส่วนไหนบ้าง

Photo by Karolina Grabowska from Pexels

ส่วนใครที่ไม่ได้โชคดีขนาดนั้นก็มักจะใช้วิธี “แบ่งกันจ่าย” ซึ่งมักจะเกิดปัญหาแบ่งกันไม่ลงตัว ไม่รู้ว่าใครควรจะจ่ายส่วนไหน แพรว wedding เลยนำเทคนิคการแบ่งความรับผิดชอบจากประสบการณ์ของบ่าวสาวหลายคู่ที่บอกว่า แบ่งกันแบบนี้ไร้ปัญหากวนใจ เวิร์กสุดๆ!

1. ตกลงกันก่อนว่าจะจัดกี่วัน จัดกี่พิธี แล้วใครจ่ายเงินพิธีไหน?

เรื่องนี้เราอยากให้ว่าที่บ่าวสาวคุยกันตั้งแต่ต้นค่ะ เพราะเราจะได้รู้ว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ จ่ายไปกับส่วนไหนบ้าง อีกทั้งยังเหมาะกับทุกคู่รัก ทุกชาติ ทุกศาสนา ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณเป็นคู่รักที่นับถือศาสนาเดียวกัน อาจเลือกจัดพิธีทางศาสนา 1 พิธี แล้วตามด้วยพิธีฉลองมงคลสมรสอีก 1 พิธี คราวนี้ก็ตกลงกันไปเลยว่าใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในพิธีไหน แบบนี้เป็นต้น

สำหรับคู่รักต่างศาสนาก็ไม่ยากอะไรค่ะ ส่วนใหญ่ที่เราพบเจอมาเขาจะแบ่งกันแบบนี้คือ พิธีทางศาสนาของใครคนนั้นก็รับผิดชอบไป ส่วนพิธีฉลองมงคลสมรสก็แล้วแต่ว่าเจ้าบ่าวจะใจป้ำออกหมด มีคุณพ่อคุณแม่เป็นสปอนเซอร์ หรือจะช่วยกันจ่ายคนละครึ่งแบบนี้ก็แฟร์ๆ ดีค่ะ

2. ตัดสินยังไงว่าใครจะจ่ายส่วนไหนบ้าง?

อย่างที่เราบอกไปข้างต้นว่า “แบ่งรับผิดชอบกันคนละพิธี” แบบนี้ก็ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีรายละเอียดยิบย่อยที่ต้องพิจารณากันอีกว่า อันนี้ใครจะจ่าย เพื่อไม่ให้สับสนเราเลยลิสต์มาให้ดูเป็นข้อๆ เลยจ้า

2.1 แบ่งกันจ่ายตามประเพณี

ส่วนใหญ่แล้วพิธียกขันหมากตามประเพณีไทยหรือแม้แต่พิธียกน้ำชาแบบจีนมักจะให้ความสำคัญกับฝ่ายหญิงและจัดขึ้นที่บ้านของฝ่ายหญิง ซี่งทางเจ้าสาวก็จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในเรื่องการจัดตกแต่งสถานที่รับขันหมากและเรื่องอาหารเลี้ยงแขกหลังเสร็จพิธี ส่วนสินสอดทองหมั้นและของในขบวนขันหมาก แน่นอนว่าฝ่ายชายรับไปนะจ๊ะ

2.2 เสื้อผ้า หน้าผม จ่ายใครจ่ายมัน

เรื่องนี้บอกคงต้องบอกว่า “ดูแลตัวเอง” กันนะคะ เจ้าสาวอยากใส่ชุดไหน ใส่กี่ชุด เชื่อมือช่างแต่งหน้าทำผมคนไหนก็ลงทุนออกเงินเองเลยค่ะ เจ้าบ่าวก็เช่นกันนะ อยากหล่ออยากเท่ยังไงก็จ่ายตังค์เอง อาจจะโชคดีหน่อยถ้าคุณรู้จักมองหาโปรโมชั่นควบสอง อย่างเช่น ซื้อชุดเจ้าสาวแถมชุดเจ้าบ่าว แถมช่างแต่งหน้าทำผมแบบ one stop service อย่างนี้จะหารกันจ่ายก็ได้นะ

2.3 การ์ดและของชำร่วย

ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ต้องตกลงกันให้ดีค่ะ หลายคู่ใช้วิธีแบ่งจ่ายตามจำนวนแขกฝั่งตัวเองแล้วสบายใจก็ทำได้ หรือจะอเมริกันแชร์คนละครึ่งไม่แบ่งแขกฉันแขกเธอแบบนี้ก็เริดอยู่ คนส่วนใหญ่ก็ทำอย่างนี้แหละ หรือถ้าจะให้แอดวานซ์หน่อยก็แบ่งกันไปเลยว่า การ์ดและของชำร่วยงานเช้าเธอจ่าย ส่วนงานเย็นฉันจ่าย จะเลือกแบบไหนก็ตกลงกันให้ดี เอาที่สบายใจทั้งคู่แล้วกันเนอะ

การแต่งงานเป็นอีกหนึ่งอีเวนท์สำคัญในชีวิต ไม่แปลกอะไรที่จะต้องใช้จ่ายเงินมากเป็นพิเศษ แต่ถ้าไม่ได้โชคดีมีพ่อบุญทุ่มแม่บุญทุ่มออกค่าใช้จ่ายให้ครบเสร็จสรรพ ว่าที่บ่าวสาวทั้งหลายคงต้องชัดเจนในเรื่องการแบ่งจ่ายใช้งบประมาณกันสักนิด ป้องกันการสับสนและปัญหาที่จะตามมาในอนาคตนะ

ถ้าแบ่งค่าใช้จ่ายกันเรียบร้อยลงตัว อีกหนึ่งสเต็ปที่บ่าวสาวต้องวางแผนก็คือการหาผู้ช่วยจัดงานอย่างเวดดิ้งแพลนเนอร์ เพราะฉะนั้นหากบ่าวสาวแน่ใจว่างานนี้ต้องใช้บริการผู้เชี่ยวชาญแน่ๆ ก็ต้องไปศึกษา >> 3 สเต็ปพิชิตงานแต่งงานในฝันก่อนไปหาเวดดิ้งแพลนเนอร์ << กันต่อเลย

ภาพ : www.time.com

Recommended

แฟนเป็นนักอ่าน

เนิร์ดแล้วไง! นี่คือ 8 เหตุผลดี๊ดีที่คุณควรมี “แฟนเป็นนักอ่าน”

คุณเคยได้ยินประโยคนี้กันมั้ยคะ “ถ้าคุณเดินตามใครออกจากผับกลับไปที่ห้องของเขาแล้วไม่เจอหนังสือสักเล่ม ก็อย่าสานสัมพันธ์กับเขาเลย” ถือเป็นคำแนะนำที่เยี่ยมมากจริงๆนะ ก็หนุ่มๆชอบอ่านหนังสือน่ะเท่จะตายไป จะเป็นนิยายหรือหนังสือประวัติศาสตร์เครียดๆ หรือแบบไหนก็น่าสนใจทั้งนั้น เราเลยจะบอกคุณว่าอย่าคิดจะมองข้ามสายอ่านที่บางคนลุคอาจจะดูเนิร์ดไปบ้างในสายตาคุณ ลองมี “แฟนเป็นนักอ่าน” ดูบ้างก็ดีน้า ไม่เชื่อลองดู 😉   1.แฟนที่ชอบอ่านหนังสือจะรอได้หากคุณต้องทำงานเลิกค่ำมืดดึกดื่น หรือช้อปปิ้งมารธอนแบบนอนสต๊อป แถมไม่บ่นสักคำ เพราะว่าเค้าสามารถอยู่กับตัวเองได้เพียงแค่มีหนังสือในมือ ดี๊ดีแบบนี้คุณเองก็คลายกังวล 2.มีงานวิจัยบอกว่าคนชอบอ่านหนังสือหรือนิยายทั่วไปจะมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากเลยนะ ไม่เชื่อคุณลองสังเกตดูว่าพวกเขามักจะชอบอ่านแล้วอินไปกับตัวละครในหนังสือหรือเรื่องราวที่อ่าน คนจิตใจดีแบบนี้ห้ามเมินทีเดียวเชียวนะ 3.เวลาที่คุณมีปัญหาหนักอกหนักใจที่ต้องแก้ไข หรือต้องตัดสินใจในบางเรื่อง คุณแฟนนักอ่านมักช่วยคุณได้ เค้ามีทักษะในการคิดวิเคราะห์ที่เป็นระบบ พร้อมช่วยคุณประเมินสถานการณ์และหาทางแก้ไขได้อย่างดีเยี่ยมแบบที่คุณสบายใจได้เวลามีเค้าอยู่ข้างๆ 4.คนชอบอ่านหนังสือมักจะไม่บ่นพร่ำเพรื่อเรื่องชีวิตประจำวันเพราะรู้ว่าชีวิตของตนเองนั้นยังดีกว่าตัวละครในนิยายหลายๆ ตัวที่เคยอ่านมา การอ่านหนังสือเป็นการเปิดโลกว้างและเกิดมุมมองหลากหลาย ถ้ารวมๆแล้วเราจะเรียกว่าฉลาดก็คงไม่ผิดนัก 5.การเอาอกเอาใจคุณแฟนหนอนหนังสือเหล่านี้ก็ง่ายแสนง่าย แค่พาไปร้านหนังสือดีๆ หรือแผงหนังสือตามถนนคนเดินก็ฟินสุดๆ แล้ว พวกเขาส่วนมากมีความสุขเรียบง่ายที่มาจากการได้นั่งอ่านหนังสือดีๆ สักเล่มแค่นั้นเอง 6.นักอ่านจะมีความจำละเอียดดีมาก อย่างที่เรารู้กันมาตลอดว่าการอ่านช่วยพัฒนาความจำได้เป็นอย่างดี เอาล่ะ.. ทีนี้ไม่ว่าคุณชอบดื่มอะไร แม่ของคุณเกิดวันไหน คุณเกลียดตัวอะไรบ้างก็จำได้หมดทั้งนั้นแหละ เป็นความเอาใจใส่ที่ใครหลายคนปรารถนาเลย 7.คงจะดีถ้ามีใครซักคนคอยรับฟังไม่ว่าเรื่องที่คุณกำลังพูดอยู่นั้นมันจะน่าเบื่อแค่ไหน หรือคุณจะพูดเรื่องนี้มาเป็นรอบที่ร้อยแล้วก็เถอะ หนอนหนังสือน่ะผู้ฟังชั้นดีเลยนะคะ ก็ถ้าอ่านเรื่องของคนอื่นเป็นชั่วโมงเป็นวันได้ กับเรื่องของคุณที่เป็นคนรักนี่หายห่วงได้เลย 8.สุดท้ายแล้ว.. เค้าจะเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเริ่มหยิบหนังสืออ่านบ้าง คุณจะได้พัฒนาตัวเองจากการอ่านหนังสือ  ลองจินตนาการภาพที่คุณทั้งคู่นอนอ่านหนังสือบนเตียงข้างกันก่อนนอนดูสิคะ มันโรแมนติคจะตาย คุณว่ามั้ย… 😉 […]

เตรียมงานแต่งงาน

4 ทิปส์สร้างความโรแมนติกของคู่รักให้ยังคงอยู่ระหว่างช่วงเตรียมงานแต่งงาน

อย่าให้การ เตรียมงานแต่งงาน นั้นทำให้คุณต้องห่างเหินกับคนรักหรือคนสนิทใกล้ตัว แพรว wedding มีทิปส์ดีๆ ที่จะทำให้ช่วงนี้มีความสุขมาฝาก

ปฏิเสธเซ็กส์

ผู้หญิงต้องรู้! เหตุผลที่เขาปฎิเสธเซ็กส์ไม่ได้มีแค่จัดมาเต็มคราบจากนอกบ้าน

ถือว่าเป็นสิ่งที่ค้างคาใจสาวๆ ที่ไม่ค่อยจัดเซ็กส์กับแฟนมาตลอด เนื่องจากเขาคนนั้นเซย์โนวเสมอเมื่อยามที่คุณศรีภรรยาทำการสะกิด จนเกิดเป็นความคิดหนึ่งขึ้นมาว่า หรือเพราะว่าเขาไปจัดมาแล้วก่อนเข้าบ้าน โอ๊ย…คุณขา ในเรื่องนี้อ่ะนะ มาดามขอบอกให้รู้เลยว่า จริงๆ แล้วเหตุผลที่หนุ่มๆ จะ ปฏิเสธเซ็กส์ เรื่องนี้มันมีมากกว่าที่คุณคิด ส่วนว่าจะมีอะไรบ้าง ลองมาเช็คไปพร้อมๆ กับมาดามเลยไหมล่ะ   เหนื่อย สั้นๆ ง่ายๆ แต่เป็นคำที่สาวๆ โดนมาแทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะบอกว่าเหนื่อยกับการทำงาน หรือเหนื่อยที่ต้องฝ่าการจราจรอันแสนติดขัดกว่าจะถึงบ้าน ซึ่งมีส่วนจริงอยู่นะคะ ลองคิดแบบยุติธรรมๆ หน่อยว่า แค่คุณขับรถกลับบ้าน คุณเองก็ยังเหนื่อย คุณทำงานใช้สมองคุณก็เหนื่อย เขาก็คนเหมือนกัน จึงมีสิทธิ์จะเหนื่อยได้ เพียงแต่ว่าถ้าเหตุผลนี้โผล่ขึ้นมาเสมอแบบทุกครั้งที่ชวนพ่อคุณก็บอกว่าเหนื่อยๆๆๆ คงต้องสืบค้นกันแล้วว่า ต้นตอความเหนื่อยที่ว่ามันอะไรกันแน่ อย่าเพิ่งผลีผลามวีนเขาซะก่อนล่ะ ไม่งั้นจะกลายเป็นการชวนทะเลาะเพราะไม่เชื่อใจ ทีนี้แหละเรื่องยาว   ไม่พร้อม สงสัยใช่ไหมล่ะว่าอะไรไม่พร้อม ก็คือไม่พร้อมจะมีอะไรกับคุณไงคะ อ้าว..ไม่ต้องทำหน้างง ขยายความให้อีกนิดก็คือ อาวุธของเขาไม่พร้อมจะออกรบ จะด้วยอาการเหนื่อยล้าอย่างที่เขาบอก หรือเขาอาจจะกำลังประสบปัญหาบางอย่างที่ทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัวจนไม่สามารถปฏิบัติการได้ นั่นก็เข้าข่ายว่าไม่พร้อม ซึ่งถ้าคุณยังสงสัยอีกว่า แบบนั้นก็ได้เหรอ แหม…วิธีพิสูจน์ความจริงง่ายนิดเดียว แค่เล้าโลมเขาดู ถ้าน้องชายไม่มีอาการดึ๋งดั๋งขึ้นมา ก็พิสูจน์ได้ในระดับหนึ่งว่าเขาพูดความจริง แต่ถ้าลองเล้าโลมแล้วเกิดดึ๋งดั๋งขึ้นมาก็ขอให้ดูไปสักพักว่าไปต่อจนสุดทางไหม […]