เรื่องเงินต้องพูด “งานไหนใครจ่าย” ในงานแต่งงานของสองเรา

เรามักจะเน้นเรื่องเงินๆ ทองๆ สำหรับคู่รักอยู่หลายครั้ง เพราะเห็นมาหลายคู่แล้วที่รักกัน แต่พอจะจัด งานแต่งงาน ที่ต้องใช้เงินเยอะกลับเคลียร์เรื่องนี้ไม่ลงตัวจนถึงขั้นเลิกลา ถ้าว่าที่สามีของใครเป็นพ่อบุญทุ่มออกให้ทุกบาททุกสตางค์ก็อย่าไปปฏิเสธเขานะคะ (ดีจะตาย!) ส่วนใครที่ไม่ได้โชคดีขนาดนั้นก็มักจะใช้วิธี “แบ่งกันจ่าย” ซึ่งมักจะเกิดปัญหาแบ่งกันไม่ลงตัว ไม่รู้ว่าใครควรจะจ่ายส่วนไหน แพรว wedding เลยนำเทคนิคการแบ่งความรับผิดชอบจากประสบการณ์ของบ่าวสาวหลายคู่ที่บอกว่า แบ่งกันแบบนี้ไร้ปัญหากวนใจ เวิร์กสุดๆ!

1. ตกลงกันก่อนว่าจะจัดกี่วัน จัดกี่พิธี แล้วใครจ่ายเงินพิธีไหน?

เรื่องนี้เราอยากให้ว่าที่บ่าวสาวคุยกันตั้งแต่ต้นค่ะ เพราะเราจะได้รู้ว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ จ่ายไปกับส่วนไหนบ้าง อีกทั้งยังเหมาะกับทุกคู่รัก ทุกชาติ ทุกศาสนา ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณเป็นคู่รักที่นับถือศาสนาเดียวกัน อาจเลือกจัดพิธีทางศาสนา 1 พิธี แล้วตามด้วยพิธีฉลองมงคลสมรสอีก 1 พิธี คราวนี้ก็ตกลงกันไปเลยว่าใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในพิธีไหน แบบนี้เป็นต้น

สำหรับคู่รักต่างศาสนาก็ไม่ยากอะไรค่ะ ส่วนใหญ่ที่เราพบเจอมาเขาจะแบ่งกันแบบนี้คือ พิธีทางศาสนาของใครคนนั้นก็รับผิดชอบไป ส่วนพิธีฉลองมงคลสมรสก็แล้วแต่ว่าเจ้าบ่าวจะใจป้ำออกหมด มีคุณพ่อคุณแม่เป็นสปอนเซอร์ หรือจะช่วยกันจ่ายคนละครึ่งแบบนี้ก็แฟร์ๆ ดีค่ะ

2. ตัดสินยังไงว่าใครจะจ่ายส่วนไหนบ้าง?

อย่างที่เราบอกไปข้างต้นว่า “แบ่งรับผิดชอบกันคนละพิธี” แบบนี้ก็ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีรายละเอียดยิบย่อยที่ต้องพิจารณากันอีกว่า อันนี้ใครจะจ่าย เพื่อไม่ให้สับสนเราเลยลิสต์มาให้ดูเป็นข้อๆ เลยจ้า

2.1 แบ่งกันจ่ายตามประเพณี

ส่วนใหญ่แล้วพิธียกขันหมากตามประเพณีไทยหรือแม้แต่พิธียกน้ำชาแบบจีนมักจะให้ความสำคัญกับฝ่ายหญิงและจัดขึ้นที่บ้านของฝ่ายหญิง ซี่งทางเจ้าสาวก็จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในเรื่องการจัดตกแต่งสถานที่รับขันหมากและเรื่องอาหารเลี้ยงแขกหลังเสร็จพิธี ส่วนสินสอดทองหมั้นและของในขบวนขันหมาก แน่นอนว่าฝ่ายชายรับไปนะจ๊ะ

2.2 เสื้อผ้า หน้าผม จ่ายใครจ่ายมัน

เรื่องนี้บอกคงต้องบอกว่า “ดูแลตัวเอง” กันนะคะ เจ้าสาวอยากใส่ชุดไหน ใส่กี่ชุด เชื่อมือช่างแต่งหน้าทำผมคนไหนก็ลงทุนออกเงินเองเลยค่ะ เจ้าบ่าวก็เช่นกันนะ อยากหล่ออยากเท่ยังไงก็จ่ายตังค์เอง อาจจะโชคดีหน่อยถ้าคุณรู้จักมองหาโปรโมชั่นควบสอง อย่างเช่น ซื้อชุดเจ้าสาวแถมชุดเจ้าบ่าว แถมช่างแต่งหน้าทำผมแบบ one stop service อย่างนี้จะหารกันจ่ายก็ได้นะ

2.3 การ์ดและของชำร่วย

ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ต้องตกลงกันให้ดีค่ะ หลายคู่ใช้วิธีแบ่งจ่ายตามจำนวนแขกฝั่งตัวเองแล้วสบายใจก็ทำได้ หรือจะอเมริกันแชร์คนละครึ่งไม่แบ่งแขกฉันแขกเธอแบบนี้ก็เริดอยู่ คนส่วนใหญ่ก็ทำอย่างนี้แหละ หรือถ้าจะให้แอดวานซ์หน่อยก็แบ่งกันไปเลยว่า การ์ดและของชำร่วยงานเช้าเธอจ่าย ส่วนงานเย็นฉันจ่าย จะเลือกแบบไหนก็ตกลงกันให้ดี เอาที่สบายใจทั้งคู่แล้วกันเนอะ

การแต่งงานเป็นอีกหนึ่งอีเวนท์สำคัญในชีวิต ไม่แปลกอะไรที่จะต้องใช้จ่ายเงินมากเป็นพิเศษ แต่ถ้าไม่ได้โชคดีมีพ่อบุญทุ่มแม่บุญทุ่มออกค่าใช้จ่ายให้ครบเสร็จสรรพ ว่าที่บ่าวสาวทั้งหลายคงต้องชัดเจนในเรื่องการแบ่งจ่ายใช้งบประมาณกันสักนิด ป้องกันการสับสนและปัญหาที่จะตามมาในอนาคตนะ

ถ้าแบ่งค่าใช้จ่ายกันเรียบร้อยลงตัว อีกหนึ่งสเต็ปที่บ่าวสาวต้องวางแผนก็คือการหาผู้ช่วยจัดงานอย่างเวดดิ้งแพลนเนอร์ เพราะฉะนั้นหากบ่าวสาวแน่ใจว่างานนี้ต้องใช้บริการผู้เชี่ยวชาญแน่ๆ ก็ต้องไปศึกษา >> 3 สเต็ปพิชิตงานแต่งงานในฝันก่อนไปหาเวดดิ้งแพลนเนอร์ << กันต่อเลย

ภาพ : www.time.com

Recommended

เทคนิคจัดกระเป๋าเที่ยวรอบโลกเอาใจสามี

ช่วงปลายปีแบบนี้ คงไม่มีกิจกรรมไหนจะฮอตฮิตไปกว่าการท่องเที่ยวอีกแล้วเราจึงขอเอาใจคู่รักสายเที่ยวทั้งหลายด้วยเทคนิคการจัดกระเป๋าเดินทางเที่ยวรอบโลก ที่คุณภรรยาจะจัดให้คุณสามีก็ได้หรือคุณสามีจะจัดเองก็ดี ใครจัดก็ง้ายง่าย ดี๊ดี เที่ยวสบายหายห่วงทั้งนั้น แต่ก่อนอื่นมาเริ่มต้นด้วยการเช็คสภาพอากาศก่อนเตรียมเสื้อผ้ากันก่อน

3 ชุดสุดฮอตที่หนุ่มๆ อยากให้สาวใส่และมีเซ็กส์…กันเถอะ

เคยได้ยินมาว่ารสนิยมของหนุ่มๆ ที่อยากให้แฟนสาวใส่ชุดนั้นชุดนี้เวลาจะมีเซ็กส์ไม่ได้มีแค่ในหนังเอวีเท่านั้น ฟังๆ ไปก็เกิดอาการสงสัยว่า แล้วมีชุดแบบไหนที่หนุ่มๆ นิยมให้ใส่กันบ้าง ว่าแล้วมาดามก็เลยจัดโหวตลับกับหนุ่มๆ จนได้ข้อสรุป

เล้าโลม

เล้าโลมให้เครื่องติดกับ 5 เทคนิคได้ผลแน่แค่ลองทำ

‘เล้าโลมก่อนร่วมเพศ’ มาดามเชื่อว่าคำๆ นี้ทุกคนต้องเคยได้ยินมาแล้วแน่นอน และแทบจะทุกคู่ก็ทำตามกันมาทุกยุค แต่เชื่อไหมคะว่าจนป่านนี้ก็ยังมีหลายคู่ที่ เล้าโลม ให้โดนจุดไม่เป็น เพราะทำตั้งหน้าตั้งตาทำไปเถอะ อีกฝ่ายยังนอนนิ่ง วันนี้ก็เลยประมวลทีเด็ดในการเล้าโลมมาฝากกัน บอกตรงนี้เลยว่า ได้ผล! อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่ทำ   ใช้เวลากับการเล้าโลมมากหน่อย คอนเซ็ปต์ของการเล้าโลมคือการค่อยๆ ทำเพื่อค่อยๆ กระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่ายให้กระเจิงค่ะ ซึ่งการจะให้อารมณ์อีกฝ่ายพวยพุ่งจะใช้เวลาแค่ดีดนิ้วทีนึงแล้วปึ๋งปั๋งคงไม่ได้ เวลาเหมาะๆ แบบว่ามาตรฐานทั่วไปจะอยู่ประมาณ 15 นาที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของคุณที่จะทำถูกจุดไหม เพราะบางทีถ้าคุณทำถูกทำเป็นละก็เวลา 15 นาทีอาจมากไปด้วยซ้ำ แต่ไม่ว่าจะยังไง อย่าลืมเด็ดขาดว่า ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ บิ้วท์ แล้วจะดีเอง   Eye Contact ต้องมี ขอเถอะค่ะอย่าเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำการเล้าโลมแต่อย่างเดียว เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายที่ได้รับการเล้าโลมหรือกำลังเล้าโลมอีกฝ่าย การได้เงยหน้าสบตาประสานกันเป็นระยะๆ จะช่วยเพิ่มอารมณ์ให้พุ่งขึ้นได้ง่ายกว่าการให้อีกฝ่ายเห็นแต่หนังหัวหรือหน้าผาก ก็ลองคิดดูสิว่า ถ้าในจังหวะที่คุณกำลังได้รับการปรนเปรอด้วยริมฝีปากจากอีกฝ่ายอย่างเป็นสุข คุณได้สบตาประสานกันไปด้วย ความคิด ณ ขณะนั้นจะกระเจิงไปทางไหนบ้าง คุณและอีกฝ่ายอาจกำลังเคลิ้มจนพูดไม่ออกบอกไม่ได้ว่ากำลังเพลิดเพลินสุดๆ แต่เชื่อเถอะว่าสายตาตอบทุกอย่างได้   ใช้เสียงช่วยสื่อสาร มีคนเคยบอกมาดามว่า จริงๆ แล้วในเวลาที่เล้าโลมไม่ควรต้องเงียบนิ่งเสมอไป […]

รักทางไกล

รักทางไกลทำยังไงให้เวิร์ก รับรองว่ารักระยะไกลก็เป็นรักที่ดีได้ไม่แพ้รักไหนๆ เลย

ถ้าคุณกำลังอยู่ในภาวะ รักระยะไกล ที่กำลังเหงามาทำจิตใจให้เบิกบานแล้วทำตาม 8 ข้อนี้ดีกว่า ถ้าทำได้รับรองเลยว่ารักระยะไกลของคุณจะเป็นรักที่ดี๊ดีไม่แพ้รักไหนๆ