6 เรื่องต้องคิดให้ดีสักนิดก่อนตัดสินใจแต่งงานกับพ่อแม่เรือพ่วง

เราเข้าใจดีว่าความรักไม่เข้าใครออกใคร ดังนั้นเราจึงเห็นกันอยู่บ่อยๆ ว่ามีคนโสดตกหลุมรักกับพ่อหรือแม่หม้ายลูกติด บางคู่รักกันมากจนถึงขั้นคิดจะแต่งงานรอบสอง ไอ้เรื่องแต่งงานน่ะมันก็เป็นเรื่องน่ายินดีค่ะ แต่! แพรวเวดดิ้งอยากให้คนที่อยู่ในสถานการณ์นี้คิดให้รอบคอบก่อนจะเซย์เยส แต่มีเรื่องอะไรที่ต้องคิดต้องคุยกันก่อนตัดสินใจแต่งงานกับ พ่อแม่เรือพ่วง บ้าง ไปดูกันค่ะ

1. ลูกเขากับเราเข้ากันได้หรือไม่

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเลยค่ะ แค่คุณสองคนรักกันอย่างเดียวคงไม่พอ ความรู้สึกของเด็กก็สำคัญเช่นกัน ลองประเมินตัวคุณเองและลูกของคนรักดูสิว่า เข้ากันได้หรือไม่ ตัวเด็กฉายแววต่อต้านหรือแสดงท่าทีคัดค้านกับการแต่งงานหรือเปล่า ถ้าลูกของเขายินดีและยอมรับคุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แพรวเวดดิ้งก็ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ เพราะถือว่าคุณได้ผ่านบททดสอบสำคัญไปหนึ่งข้อแล้ว

2. รักลูกเขาเหมือนเป็นลูกตัวเองได้ไหม

สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือ คุณจะสามารถรักเด็กคนนั้นให้เหมือนเป็นลูกคุณเองได้หรือไม่ รวมถึงถ้าวันหนึ่งคุณมีลูกของตัวเอง คุณจะให้ความรักกับเขาทั้งสองคนได้เท่าเทียมกันหรือเปล่า มันอาจจะฟังดูยากที่จะให้รักลูกคนอื่นเท่ากับลูกของตัวเอง แต่อย่าลืมนะคะ เมื่อคุณตกลงแต่งงานกับผู้ปกครองของเขา นั่นเท่ากับว่าคุณได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขา และชีวิตเขา และถ้าคุณไม่สามารถทำได้ มันต้องกลายเป็นปมในใจของเด็กแน่นอน เพราะฉะนั้นต้องคิดเรื่องนี้ให้หนักด้วยนะ

3. รับพันธะของคนรักได้หรือไม่

หากว่าคนรักของคุณเป็นพ่อหม้ายหรือแม่หม้ายที่คู่คนก่อนเสียชีวิตไปเรื่องนี้คงสบายใจไปเปราะหนึ่ง แต่ถ้าเป็นการหย่าขาดจากกัน คุณคงต้องคิดสักหน่อยว่าความสัมพันธ์ของเขาและคนเก่าในตอนนี้เป็นเช่นไร เหลือไว้เพียงแค่การเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูกเท่านั้นหรือไม่ และคุณรับได้แค่ไหนกับการที่เขายังต้องติดต่อกันเรื่องลูกหรือแวะมาหาลูกของเขาบ้าง ซึ่งคุณเองก็ไม่สามารถห้ามได้ นี่ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่คุณควรจะถามใจตัวเองให้ดีว่า “รับได้หรือไม่” ถ้าคำตอบคือ “ไม่” แพรวเวดดิ้งขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งแต่งจะดีกว่าค่ะ

4. เรื่องการเงินก็ต้องคิดนะ

เรื่องเงินก็สำคัญเช่นกันค่ะ คุณควรสังเกต (หรือถ้าจะให้ดีก็ถามเลย) ว่าคนรักของคุณมีภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูกของเขาอย่างไรบ้าง เช่น ค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ ในกรณีฝ่ายชายอาจต้องดูเพิ่มอีกว่า เขายังต้องส่งเสียค่าเลี้ยงดูให้กับภรรยาเก่าหรือไม่ จากนั้นก็กลับมาคิดสิว่า ถ้ามีเราเพิ่มเข้าไปในครอบครัวอีกคนเขาจะดูแลเราไหวหรือเปล่า รวมถึงเราจะต้องส่งเสียเลี้ยงดูลูกของเขาด้วยไหม เรื่องนี้ต้องเคลียร์กันให้ชัดเจนนะคะ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภายหลัง

5. จะมีลูกของเราเองด้วยไหม?

นอกจากจะต้องคิดเรื่องลูกของเขาแล้ว อยากให้คุณและคนรักเปิดใจคุยกันเรื่องลูกของตัวเองด้วย เพราะบางทีการที่คุณมีลูกคนใหม่อาจไปกระทบจิตใจของลูกอีกคน (ลูกคนเก่า) โดยเฉพาะเรื่องการดูแลเอาใจใส่และการแบ่งปันความรัก มีหลายคู่ที่ตกลงกันว่าจะไม่มีลูกใหม่ เพราะเขารักลูกของเขามากและไม่อยากให้ลูกรู้สึกไม่ดี สำหรับคู่ที่ตัดสินใจว่าอยากมีลูกของตัวเองก็ต้องให้ความรักกับทั้งสองคนได้อย่างเท่าเทียมกันด้วย (แนะนำให้กลับไปอ่านข้อ 2  อีกครั้งนะคะ)

6. จะให้เด็กเรียกคุณว่าอะไร?

ถ้าคุณตอบทุกคำถามและผ่านมาจนถึงข้อนี้คงแสดงให้เห็นว่าคุณจะแต่งงานแน่แล้ว อีกหนึ่งเรื่องสุดท้ายที่อยากให้คิดก็คือ “ลูกของเขาจะเรียกคุณว่าอะไร?” ซึ่งเรื่องนี้คงต้องให้เด็กเป็นคนตัดสินใจเองนะคะ แต่อย่าไปบังคับให้เขาเรียกพ่อหรือแม่ถ้าเขาไม่เต็มใจเด็ดขาด เพราะบางครั้งคำสำคัญเหล่านี้เขาคงอยากเก็บไว้ให้มีแค่คนเดียวที่ได้ฟังนะ จำไว้ว่าต้อง “แล้วแต่เขาจะเรียก” เท่านั้นค่ะ

สำหรับใครที่กำลังมีความรักกับคุณพ่อคุณแม่เรือพ่วงและกำลังจะตัดสินใจแต่งงาน แพรวเวดดิ้งอยากจะให้คุณลองคิดถึงสิ่งสำคัญที่เราแนะนำมาให้อ่านทั้ง 6 ข้อนี้ และมองให้รอบด้านก่อนตอบตกลงแต่งงาน เพราะบางครั้งความสุขก็ไม่ได้จบลงที่การแต่งงานเสมอไปหรอกจริงไหม

>> อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ที่นี่อีกเพียบ คลิกเลย <<

ภาพ : www.genesismasterofevents.wordpress.com

Recommended

ทะเลาะกัน

7 ข้อเตือนใจระหว่างคู่รักที่ควรจะต้องทำหลังการทะเลาะกันจบลง

จริงอยู่ที่การ ทะเลาะกัน อาจไม่ใช่เรื่องที่แย่เสมอไป เพราะหากคุณสามารถปรับความเข้าใจกันได้ มันก็จะยิ่งช่วยให้คุณรู้จักตัวตนของอีกฝ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ดี หากช่วงนี้คุณกำลังมีปากเสียงกับคนรัก ให้ลองนำคำแนะนำข้างล่างนี้ไปปรับใช้ดู เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยรักษาความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่ให้ผ่านวันแย่ๆ ไปได้อย่างแน่นอน 1. พักเบรคทางอารมณ์ การที่คุณกับแฟนกำลังอยู่ในช่วงอารมณ์ร้อน นั่นอาจทำให้คุณและเขาคุยกันไม่รู้เรื่องค่ะ ทั้งนี้การยุติศึกชั่วคราวแล้วให้ต่างฝ่ายไปสงบสติอารมณ์เสียก่อน จากนั้นค่อยกลับมาคุยกันใหม่ก็อาจช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ค่ะ 2. รับฟังความคิดเห็นอีกฝ่าย การที่คุณมัวแต่จมปลักกับความเชื่อของตัวเองโดยไม่รับฟังคำอธิบายของคนรัก อาจทำให้เรื่องบานปลายและไม่มีข้อยุติค่ะ บางทีการให้โอกาสอีกฝ่ายได้พูดสิ่งที่เขาคิดหรือได้ชี้แจงความจริง ก็จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้ค่ะ 3. หลีกเลี่ยงการทำท่าทางไม่พอใจ การแสดงสีหน้าหรือท่าทางว่าคุณกำลังโกรธจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม ถ้าอยากเคลียร์ปัญหาให้จบไวๆ คุณทั้งคู่ควรใจเย็นและพูดจากันดีๆ โดยพยายามหลีกเลี่ยงการขึ้นเสียงหรือใช้กำลังค่ะ 4. อย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต ทุกครั้งที่คุณและคนรักมีปากเสียงกัน สิ่งที่คุณทั้งคู่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งคือการขุดเรื่องในอดีตมาพูดค่ะ เพราะนอกจากจะไม่ทำให้อะไรๆดีขึ้นมาแล้ว มันก็ยังค่อยๆบั่นทอนความสัมพันธ์โดยที่คุณไม่รู้ตัว 5. อย่าพูดคำว่าหย่า หรือเลิก เข้าใจว่าอารมณ์กำลังขึ้น แต่การพูดคำว่าหย่า หรือเลิก ในขณะที่คุณทั้งคู่กำลังอยู่ในอารมณ์ฉุนเฉียวถือเป็นคำต้องห้ามเลยค่ะ เพราะมันเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จะทำให้ความสัมพันธ์เปราะบางลงและนำไปสู่การเลิกราได้ในที่สุด 6. เป็นฝ่ายขอโทษก่อน การเอ่ยคำว่าขอโทษโดยที่คุณไม่ได้เป็นฝ่ายผิด จะช่วยลดอารมณ์โกรธหรือขุ่นเคืองใจของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าอาจดูเหมือนไม่แฟร์แต่เชื่อเถอะค่ะว่าการจะมีชีวิตรักที่ยืนยาวได้นั้น บางทีอาจต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมถอยให้สักก้าวค่ะ 7. เยียวยาด้วยกอด เป็นเรื่องปกติของชีวิตคู่ที่จะต้องมีปากเสียงกันบ้าง แต่หากมันเกิดบ่อยครั้งเกินไป ก็อาจทำให้ความรู้สึกดีๆค่อยๆเลือนหายไปด้วย ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ความสัมพันธ์สั่นคลอน คุณก็อย่าอายที่จะบอกรักหรือกอดหลังจากทะเลาะกันด้วยค่ะ อ่านบทความเพิ่มเติม ข้อควรรู้ชีวิตหลังแต่งงาน ให้สามีภรรยาป้ายแดงสดใสเหมือนข้าวใหม่ปลามันทุกวัน วางแผนชีวิตคู่ให้ปลอดภัย เพื่องานแต่งงาน […]

แฟนเก่า

ปล่อยให้เป็นแค่เรื่องเก่าๆ…เลิกคิดมากเรื่อง แฟนเก่า ของเขาซักทีเถอะนะ

เป็นเรื่องปกติที่คุณมักจะรู้สึกไม่ถูกชะตากับ แฟนเก่า ของคนรักนัก ทั้งๆ ที่คุณอาจไม่เคยเจอหรือรู้จักกันเลยด้วยซ้ำ จริงๆแล้วเรื่องนี้มันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย

แก้กรรมความรัก

มาดูวิธี แก้กรรมความรัก ให้ชีวิตคู่ราบรื่นพร้อมวิธีทำบุญเสริมให้รักมั่นคง

ปรับปรุงตัวเท่าไหร่ ทำดีแค่ไหน รักก็พัง ไม่ปังสักที เรามีทางออก มาดูวิธี แก้กรรมความรัก ให้ชีวิตคู่ราบรื่นพร้อมวิธีทำบุญเสริมให้รักมั่นคงกันดีกว่า

คู่ชีวิต

ใช่หรือไม่? กับ 7 สัญญาณกระตุ้นหัวใจว่าคนนี้แหละคือคู่ชีวิต

หากยังไม่แน่ใจว่าคนข้างกายของคุณจะใช่คู่ชีวิตตัวจริงเสียงจริงหรือเปล่า ลองสังเกต 7 สัญญาณกระตุ้นหัวใจดังต่อไปนี้ ถ้ามีครบเมื่อไหร่ก็มั่นใจได้เลย