สกัด! สต๊อป! ความเยอะของญาติเพื่อการจัดงานแต่งงานอย่างมีความสุข

หรือ งานแต่งงาน จะพังไม่เป็นท่า เพราะความ “เยอะ” ของบรรดาญาติสนิท!!

การเตรียม งานแต่งงาน ถือเป็นช่วงที่วุ่นวายและยุ่งยากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากคู่รักจะต้องปรึกษาหารือในเรื่องรายละเอียดต่างๆ ของงานแต่งแล้ว ยังมีญาติพี่น้องที่มักจะออกความคิดเห็นนู่นนี่นั่นอยู่เสมอ เข้าใจนะคะว่าทุกอย่างเกิดจากความหวังดี แต่บางทีมันก็เยอะเกินไปจนทำให้บ่าวสาวอึดอัด เพราะฉะนั้นว่าที่บ่าวสาวทุกคนลองมาฝึกวิทยายุทธ์รับมือความเยอะของญาติๆ กับเรากันดีกว่า

“เยอะ” ในเรื่องอะไรบ้าง?

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการรับมือ เราอยากจะบอกให้รู้กันสักนิดว่าญาติผู้ใหญ่จะชอบมา “เยอะ” ใส่บ่าวสาวในเรื่องอะไรบ้าง เริ่ม!

1. “เยอะ” เรื่องความเป๊ะของพิธีการ ความเชื่อ และฤกษ์ยาม

ขบวนขันหมากต้องจัดแบบนี้สิ ฤกษ์นี้ต้องเริ่มก้าวเท้าไหนเคลื่อนขบวนขันหมาก ถึงบ้านเจ้าสาวต้องเวลานี้ สินสอดต้องวางด้านนั้น รดน้ำสังข์อย่างนี้ เจ้าสาวนั่งฝั่งนั้น เจ้าบ่าวนั่งฝั่งนี้ ต้องลุกขึ้นก่อนจะได้มีอำนาจเหนือเมีย และอีกสารพัดความ “เป๊ะเวอร์!” ที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกับประโยคที่ว่า “ฉันอาบน้ำร้อนมาก่อน ฉันรู้ดีกว่า” ประโยคเด็ดตลอดกาล เอาเป็นว่าทำใจร่มๆ ไว้ก่อนนะ

2. “เยอะ” เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของเจ้าสาว

เรื่องชุดเจ้าบ่าวคงไม่มีอะไรให้ผู้หลักผู้ใหญ่จะต้องพูดมาก แต่! ชุดเจ้าสาวและหน้าผมก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่มักได้การตอบรับดี (รึเปล่า) เสมอ เช่น ทำไมใส่ชุดยกน้ำชาเป็นสีชมพูล่ะ ทำไมไม่ใส่สีแดง ไม่เป็นมงคลเลย (อันนี้สำหรับอาหมวยทุกคน) หรืออาจจะเป็น ชุดเจ้าสาวแบบเกาะอกมันโป๊เกินไปนะ ทรงผมก็ดูเรียบเกินไป แต่งหน้าซีดไปหน่อย ฯลฯ เจ้าสาวที่ได้ยินก็อย่าเพิ่งปรี๊ดนะคะ Keep Calm and Smile เข้าไว้

3. “เยอะ” เรื่องการเชิญแขก

เรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหาถ้าครอบครัวรักกันดีและมีเงินเยอะ ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะอะไร? เพราะบ่าวสาวบางคู่มีงบสำหรับงานแต่งจำกัด และสถานที่จัดงานไม่ได้ใหญ่มาก แต่ผู้ใหญ่บางครอบครัวจะเกิดความเยอะที่ว่า ต้องเชิญแขกคนนี้ ห้ามตัดรายชื่อแขกคนนั้น ต้องเชิญครอบครัวนั้นมาทั้งหมดเพราะคุณพ่อสนิทมาก ยิ่งไปกว่านั้นก็จะเจอปัญหาที่ว่าอาเจ๊กคนนี้จะไม่มาเพราะว่าไม่ถูกกับอาแปะอีกคนหนึ่ง เฮ้อ…ท่องไว้นะคะว่า อดทน อดทน อดทน!

ใครที่มีแนวโน้มจะ “เยอะ” ได้บ้าง

ข้อนี้ไม่สามารถระบุเฉพาะเจาะจงได้ว่าเป็นใคร แต่! ทุกคนในครอบครัวมีสิทธิ์จะ “เยอะ” ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา พี่ น้อง แต่ขอให้บ่าวสาวจำไว้ว่าที่ท่านพูดก็เพราะท่านหวังดี อยากให้ทุกอย่างถูกต้องตามประเพณีเป๊ะๆ

สกัดความเยอะ ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม!

สิ่งที่อยากให้บ่าวสาวทำตั้งแต่เริ่มเตรียมงานแต่งคือ “ประเมินสถานการณ์” ลองสำรวจดูทั้งครอบครัวของคุณและครอบครัวของแฟนว่า ใครมีความเป็นไปได้ว่าจะ “เยอะ” ใส่คุณมากที่สุด และท่านจะเยอะในเรื่องอะไร จากนั้นให้เตรียมคำตอบพร้อมเหตุผลดีๆ ไว้อธิบายให้ท่านฟังด้วย

ในอีกกรณีหนึ่งถ้าท่านเหล่านั้นอยากจะมีส่วนร่วมและช่วยจัดงานแต่ง คุณอาจจะแบ่งหน้าที่การเตรียมงานในส่วนต่างๆ ให้ท่านช่วยรับผิดชอบไปเลย เช่น แบ่งให้ผู้ใหญ่ช่วยจัดงานพิธีเช้าที่ต้องทำตามประเพณี ส่วนคู่บ่าวสาวก็มาเต็มที่ตามสไตล์ของตัวเองในงานช่วงเย็นแทน แบบนี้ก็เวิร์ก!

สต๊อปความ “เยอะ” แบบเฉพาะหน้า!

ถ้าคุณเตรียมการไปได้สักพักแล้ว เกิดมาเจอกับความเยอะที่อยู่ๆ โผล่มาแบบเซอร์ไพร้ส์จนคุณไม่ทันตั้งตัว (ประเมินสถานการณ์พลาด!) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแขก เรื่องพิธีการ หรือเรื่องของเสื้อผ้า คราวนี้ถึงเวลาที่จะต้องมานั่งจับเข่าคุยกันแล้วว่าทำไมคุณถึงเลือกจัดงานแบบนี้ ทำไมถึงเลือกใส่ชุดนี้ และทำไมถึงไม่สามารถเชิญแขกท่านนั้นท่านนี้ได้ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลด้านเวลา ความสะดวก งบประมาณ และสถานที่ที่เตรียมไว้ แต่ขอให้ระวังเป็นอย่างมากในเรื่องของอารมณ์และน้ำเสียงที่คุณใช้ เพราะว่าคุณเด็กว่า อายุน้อยกว่า ฉะนั้นคุณจะต้องอธิบายเหตุผลด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ และห้ามวีนแตกแบบพ่อไม่เข้าใจตุ้มเด็ดขาด!

อีกวิธีหนึ่งก็คือ “การต่อรอง” อาจจะขอท่านๆ ทั้งหลายว่า หนูชอบงานแบบนี้ แต่ญาติๆ อยากได้แบบนี้ “งั้นเรามาเจอกันคนละครึ่งทางดีไหม” ใครครึ่งไหนก็แล้วแต่จะตกลงกัน

ส่วนวิธีที่ซอฟท์ที่สุด ละมุนละม่อมที่สุดคงเป็นการ “ยอม” อย่างที่บอกไปว่า ผู้ใหญ่ท่านเยอะใส่เพราะว่าความหวังดี อันไหนที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็ยอมลงให้ท่านหน่อยก็แล้วกัน ปัญหาจะได้ไม่บานปลายใหญ่โตไปกระทบชีวิตหลังแต่ง

ช่วงระหว่างการเตรียมงานแต่งว่าที่บ่าวสาวหลายคู่อาจเจอสารพัดปัญหาเข้ามาทักทาย ซึ่งถือเป็นบททดสอบก่อนเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างดี ไม่ว่าจะเจอใครมา “เยอะ” ใส่คุณสักแค่ไหนก็ขอให้คุณทั้งคู่ Strong! Strong! Strong! เข้าไว้ละกันนะจ๊ะ ไฟท์ติ้ง!!!

Read More 6 เรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมการไว้ให้พร้อมก่อนเริ่มวางแผนจัดงานแต่งงาน

ภาพ : chrishughesphotography.co.uk, pinterest

Recommended

หวานน้ำตาลขึ้น น้ำตารื้น งานแต่ง อั๋น – ภูวนาท

ฤกษ์งามยามดีวันครู 16 มกราคม หนุ่ม อั๋น – ภูวนาท คุณผลิน ควงสาวเก่งที่คบกันมานานถึง 9 ปี จ๋า – อลิสา พันธุศักดิ์ เจ้าของทิฟฟานี่โชว์เข้าสู่ประตูวิวาห์บอกเลยว่างานนี้เป็นงานยักษ์ งานใหญ่เปิดศักราช 2560 แขกเหรื่อคับคั่ง ดารา นักร้อง เซเลป ตบเท้าเข้าร่วมงานเพียบ แถมความประทับใจยังมากล้น เพราะเรียกน้ำตาแห่งความซาบซึ้งยินดีได้ในทุกช่วงของงาน งานนี้เราไม่พลาดหยิบภาพประทับใจมาให้ทุกคนได้ร่วมแสดงความยินดีกับคู่รักคู่นี้ ขอบคุณภาพสวยๆ จาก OAT-CHAIYASITH and PAAP Production โทร. 08-6392-3939 (Thailand)

ชีวิตหลังแต่งงาน

8 คำถามที่มาพร้อมคำตอบกับ ชีวิตหลังแต่งงาน เรามีทางออกให้แล้ว

เช็กด่วน! คุณกำลังเจอปัญหา ชีวิตหลังแต่งงาน เหล่านี้อยู่หรือเปล่า? การแต่งงานเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ ชีวิตหลังแต่งงาน นี่สิของจริง! แพรวเวดดิ้งได้รวบรวมปัญหา พร้อมคำตอบในการรับมือกับ ปัญหาหลังแต่งงานที่คุณอาจจะต้องเจอมาให้แล้ว รับรองได้ว่า เวลาเจอกับตัวเมื่อไหร่ ไม่เกิดอาการน็อกคาบ้านแน่นอน Q : ใครบ้างในครอบครัวของอีกฝ่ายที่มีความเสี่ยงจะขัดแย้งกับเรามากที่สุด A : ขอบอกเลยว่า ทุกคนในบ้านมีสิทธิ์วางมวยกับคุณทั้งหมด อยู่ที่ว่าจริตใครจะโดนต่อมขัดใจของใครก็เท่านั้น เพราะการที่เข้าไปเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านหลังใหม่ จะต้องมีการปรับตัวเข้าหากันทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริง การที่จะให้คนเก่าที่เคยอยู่กันอย่างมีความสุข มาปรับตัวเพื่อคนใหม่เพียงคนเดียวก็คงจะยาก ฉะนั้นคนที่มีโอกาสขัดแย้งกันมากที่สุดคือ คนที่ไม่ยอมปรับตัวเอง นั่นเองจ้า Q : บ้านสามีคาดหวังให้สะใภ้เป็นแม่บ้านแม่เรือน เพียบพร้อมทุกด้าน แต่เราเป็นคนทำงานนอกบ้านเก่ง แต่เรื่องในบ้านห่วยแตก จะทำอย่างไรดี A : ถ้าอยากให้ครอบครัวของสามียอมรับในสิ่งที่ไม่ได้เป็นไปตามคาดหวัง คุณก็ต้องมีสิ่งอื่นมาทดแทนความเป็นแม่บ้านแม่เรือน เช่น คุณอาจหาแม่บ้านมืออาชีพมาช่วยงาน หรือแม้จะทำอาหารไม่อร่อยแต่ก็พยายามเรียนรู้ รวมทั้งการได้รับการยอมรับและชื่นชมในฝีมือการทำงานนอกบ้านจากคนอื่นๆ ก็สามารถทำให้พวกเขาเห็นว่าคุณมีคุณค่ามากกว่าการเป็นแม่บ้านแม่เรือนแล้วละ (แต่บอกไว้ด้วยความหวังดีนะ แม้จะทำงานบ้านได้ห่วยแตก แต่ยังขึ้นชื่อว่าได้ทำ ก็ยังโอเคกว่าไม่ทำเลยนะ) Q : น้องสาวสามีชอบชวนสามีไปไหนต่อไหนด้วยจนแทบไม่เหลือเวลาส่วนตัว จะมีวิธีใดทำให้รู้สึกสบายใจและได้เวลาของสามีกลับมาเป็นของตัวเองบ้าง A […]

ชีวิตคู่

6 ข้อดีของการมีชีวิตคู่ที่รู้แล้วจะซึ้งใจว่ามีรักที่ดีมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

เพราะเห็นตัวอย่างความรักที่ผิดหวังหรือเคยมีประสบการรักสุดแป้กมาจนสุดทน สาวๆ ยุคนี้ก็เลยเกิดอาการขยาดที่จะฝากหัวใจให้ใครดูแล แต่อย่าเพิ่งผลีผลามตัดสินใจครองตัวโสดไปตลอดช่วงอายุขัยค่ะ ลองมาอ่านข้อดีของการมี ชีวิตคู่ จากแพรวเวดดิ้งกันก่อนเพราะทั้ง 6 ข้อข้างล่างนี้ คือเรื่องดีๆ ที่คนมีคู่เขาโหวตมาแล้วว่านี่แหละคือข้อดีที่เธอและเขาตัดสินใจเป็นคู่ชีวิตกัน  1. มีเพื่อนอยู่ด้วยเสมอเรื่อยๆ ไปจนแก่ ข้อดีสุดฮอตที่แทบจะทุกคนที่ตัดสินใจแต่งงานกันบอกกับเราก็คือ ความรู้สึกที่ว่าจะมีเพื่อนอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ  จนแก่เฒ่า ซึ่งแม้การอยู่นั้นจะเป็นการอยู่แบบเลิฟมากไม่มีนาทีไหนทะเลาะกันเลยหรือยู่แบบลิ้นกับฟันที่กระทบกันมากบ้างน้อยมาก แต่สุดท้ายก็คือความเป็นเพื่อนที่แฝงอยู่นฐานะสามีภรรยาที่ไม่เคยทิ้งกัน ทำให้บ้านหลังนั้นไม่เงียบเหงา และอย่างน้อยๆ เดินไปในบ้านยังมีเพื่อนคนนี้นั่งอยู่เสมอ 2. มีคนคอยอยู่ดูแลกันไม่ห่างเมื่อยามเจ็บป่วย จริงอยู่ที่ความไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ แต่ใครบ้างจะไม่มีโรคจริงไหมค่ะ ซึ่งนี่แหละคืออีกหนึ่งข้อดีของการมีคู่ นั่นคือเมื่อคุณเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาเมื่อไหร่ จะมีคนๆ หนึ่งที่คอยอยู่ดูแลคุณไม่ห่าง หรือแม้บางคู่ที่อาจจะเถียงว่า ไม่จริงอะ เวลาป่วยยังต้องไปหาหมอคนเดียวเลย แต่ลองคิดดีๆ สิคะ อย่างน้อยๆ คุณก็บอกอีกคนใช่ไหมล่ะว่าป่วย ซึ่งหลังจากนั้น คุณจะได้รับความห่วงใยดูแลไม่มากก็น้อยในสไตล์ของคนๆ นั้น ซึ่งนั่นก็คือรูปแบบหนึ่งของการดูแลกันไงคะ 3. ได้ที่ปรึกษาส่วนตัว เวลาที่มีปัญหากับที่ทำงานหรือเรื่องส่วนตัว คู่ชีวิตของเรานี่แหละที่เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวที่คุณจะเอ่ยปากบ่นละขอความเห็นเป็นอันดับแรก เพราะคุณก็อยู่กันแค่สองคนผัวเมียแล้วจะบ่นให้ใครฟัง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อบ่นไปแล้ว คุณจะได้คำปรึกษาหรือความเห็นกลับมาไม่มากก็น้อย ซึ่งจะมีประโยชน์ไหมก็ว่ากันไปแล้วแต่กรณี แต่อย่างน้อยๆ คุณก็ไม่ต้องนั่งคิดคนเดียวให้ปวดหัว เพราะสามีหรือภรรยาของคุณคือเพื่อนคู่คิดที่พร้อมจะให้คำปรึกษากับคุณเสมอ 4. ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายในโลกกว้าง คู่รักนักเที่ยวบอกกับเราว่า การมีคู่ชีวิตคือมีบัดดี้ไปไหนต่อไหนด้วยกันเสมอ […]

ก่อนแต่งงาน

คิดจะแต่งงานกันทั้งที 5 เรื่องต่อไปนี้ต้องคุยกันให้ดีก่อนแต่งงาน

5 เรื่องสำคัญที่คู่รักทุกคู่ควรจะเปิดอกคุยก่อนจะตัดสินใจลงไปอยู่ในเรือลำเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงอาการตัวใครตัวมันในอนาคต