เคล็ดลับรักทางไกล รักยังไงให้แฮปปี้ ถึงไกลแค่ไหนรักยังอยู่ดี

ขอบอกก่อนเลยค่ะว่า จุดเริ่มต้นของบทความ รักทางไกล จากแพรวเวดดิ้งนี้มาจากการท่องโลกอินเทอร์เน็ตและพบเห็นหนุ่มๆ สาวๆ หลายคนชอบตั้งกระทู้ว่า “อยู่ไกลกับแฟนจะดูแลความสัมพันธ์อย่างไรดี” บางคนก็โอดครวญว่าความรักไปไม่รอดเพราะรักแท้แพ้ระยะทาง รักแท้แพ้ความห่างไกล รักแท้แพ้คนใกล้ชิด และอีกสารพัดความพ่ายแพ้ของ “รักระยะไกล” แต่แม้จะรักกันแบบไกลๆ ก็มีวิธีดูแลให้รักยังดีอยู่ได้ค่ะ เชื่อเรา!

1. อัพเดตเรื่องราวของกันและกันทุกวัน

ยุคนี้มันยุคเทคโนโลยีครองโลกนะคะทุกคน เพราะฉะนั้นต่อให้อยู่ไกลกันขนาดไหนก็ยังเห็นหน้าและได้ยินเสียงกันสบายมาก ไม่ว่าจะเฟสไทม์ วิดีโอคอล ไลน์ เฟซบุ๊ก และแอพพลิเคชั่นอีกหลายอย่างที่จะเป็นตัวช่วยให้คุณและคนรักได้แบ่งปันเรื่องราวที่ตัวเองพบเจอในแต่ละวันมาเล่าให้กันและกันฟัง แบบนี้ก็สามารถช่วยย่นระยะความห่างไกลและความคิดถึงได้เพราะฉะนั้นแนะนำว่าให้ “คุยกันทุกวัน” ดีกว่านะ

2. เข้าใจในช่วงเวลาของกันและกัน

สำหรับคู่รักที่อยู่กันคนละประเทศ คนละทวีป และช่วงเวลาไม่ตรงกัน ขอแนะนำว่าให้ทำข้อตกลงเรื่องเวลากันให้ดีว่า จะโทรหากันตอนไหน คุยกันตอนกี่โมง เรื่องนี้สำคัญค่ะ เพราะบางคู่ที่อยู่กันคนละทวีป ไทม์โซนตรงข้ามกัน เช่น ตัวคุณอยู่ไทยแต่แฟนอยู่อเมริกา ระยะเวลาห่างกันตั้ง 12 ชั่วโมง แบบนี้ควรตกลงเวลาที่จะนัดคุยกันให้ดี เอาที่คุณและคนรักสะดวก เราเคยเจอมาว่ามีบางคนถึงกับต้องตั้งนาฬิกาปลุกตอนตีสองทุกคืนเพื่อตื่นมาคุยโทรศัพท์กับคนรักเลยนะ น่านับถือในความรักจริงๆ ค่ะ

3. ไม่โกหกกันคือเรื่องสำคัญ

ถึงแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีช่วยย่นระยะทางแล้ว แต่ปัญหาทางใจก็ยังเกิดขึ้นได้เสมอค่ะ คู่รักส่วนใหญ่ที่อยู่ไกลกันมักจะทะเลาะกัน เช่น ฝ่ายหญิงไม่พูดความจริง เพราะคิดว่าอยู่ไกลกันขนาดนี้ฝ่ายชายคงไม่รู้เรื่องอะไรหรอก ขอบอกไว้เลยนะคะว่าห้ามคิดแบบนี้เด็ดขาด ถ้าเกิดเขาจับได้ขึ้นมา รับรองว่าความรักจะไม่ราบรื่น ต้องมานั่งระแวงระวังกันไม่มีที่สิ้นสุด เพราะฉะนั้นพูดความจริงเป็นทางที่ดีที่สุด ถ้าจะออกไปสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงก็บอกตรงๆ ไปเลย ไม่ต้องอ้างเรื่องอื่นหรือโกหกเรื่องไหน

4. เชื่อใจและไม่คิดมาก

ข้อนี้ก็สำคัญไม่น้อยกว่าข้อข้างบนนะคะ เพราะในเมื่อเขาหรือเธอเลือกที่จะพูดความจริงแล้ว คุณก็ต้องเชื่อใจและอย่าไปคิดมากให้ฟุ้งซ่าน ไม่เช่นนั้นตัวคุณเองนั่นแหละที่จะกระวนกระวายใจจนไม่เป็นอันทำอะไรอย่างอื่น เพราะฉะนั้นแค่รับรู้ว่าเขาไปทำอะไร ที่ไหน กลับเมื่อไหร่ ก็ดีกว่าคอยตามคอยจิกจนเขาไม่บอกอะไรให้เรารู้เลย แบบนี้ความรักคงไปไม่รอดแน่ๆ

5. หมั่นเติมความหวานให้กันบ้าง

คู่รักหลายคู่อาจเกิดคำถามว่า “อยู่ไกลกันจะเติมความหวานให้กันอย่างไร” เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เพราะคุณก็สามารถทำเซอร์ไพร้ส์หรือเติมความหวานให้กันได้ ด้วยการส่งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ไปให้ เช่น จดหมายแห่งความคิดถึง ก็เป็นอีกหนึ่งของขวัญที่ยังคลาสสิกทุกยุคทุกสมัย หรือจะเป็นของขวัญทำมือ การ์ดวันเกิด การ์ดปีใหม่ หรือไปพบเจออะไรที่แฟนคุณชอบหรือสิ่งของน่ารักๆ ก็ซื้อส่งไปให้เขาก็ได้เช่นกัน

6. ส่งเพลงเพราะๆ ซึ้งๆ แทนความคิดถึง

ข้อนี้ถือเป็นข้อ recommend เลยนะคะ เพราะว่าเพลงสำหรับคนรักที่อยู่ไกลกันเนี่ยเยอะมากกก! แถมแต่ละเพลงความหมายก็กินใจสุดๆ ใช้เป็นตัวแทนความคิดถึงและความห่วงใยได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเพลง หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ (เวอร์ชั่นออริจินัลก็ไพเราะอมตะ แต่ถ้าอยากเปลี่ยนเมโลดี้เบาๆ ขอแนะนำเวอร์ชั่นวง sofa ค่ะ), ห่างไกลเหลือเกิน (บอย โกสิยพงษ์), อดทนกับความเหงา (วง Klear), ไกล (Musketeers), อยากเจอ (วง Blue Shade), มองได้แต่อย่าชอบ (ลุลา), ห่างไม่ไกล (ลุลา), ประตูวิเศษ (มิ้น สวรรยา), กระโดดกอด (วง Klear), และอีกหลายเพลง รับรองว่าคนฟังต้องนั่งยิ้มแก้มปริแน่นอน

7. มีเวลาก็มาหากัน

การใช้เวลาอยู่ด้วยกันก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญค่ะ แต่ด้วยความที่คุณทั้งคู่ไม่ได้อยู่ใกล้กันหรือใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากเหมือนคู่อื่นๆ เพราะฉะนั้นถ้ามีวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาวๆ ก็อย่าลืมนัดมาเจอกันนะคะ ได้จูงมือเดินเที่ยว โอบกอด และทำกิจกรรมด้วยกันบ้าง ความรักจะได้สดชื่นหวานฉ่ำอยู่เสมอ

ส่วนใครที่อยู่ไกลโพ้นคนละทวีป คงต้องขยันเก็บเงินค่าตั๋วเครื่องบินกันหน่อยนะคะ หรือจะนัดเจอกันคนละครึ่งทาง (ประเทศที่อยู่ตรงกลาง) ก็ดีนะ ได้เที่ยวต่างประเทศเพิ่มความโรแมนติกพร้อมกับซ้อมฮันนีมูนไปในตัว

“Distance means so little when someone means so much…ระยะทางไกลจะไร้ความหมาย หากว่าใครคนนั้นมีความหมายมากกว่า” ประโยคสุดฮิตจากโลกโซเชียลสำหรับคนที่มีรักระยะไกลที่เราไปเจอมา เลยปิ๊งความคิดขึ้นมาว่า ถ้าคนๆ นั้นเป็นคนที่สำคัญสำหรับคุณจริงๆ เป็นคนที่คุณรักจริงๆ ก็ขอให้คุณมั่นคงในความรักเข้าไว้ แล้วเชื่อเถอะค่ะว่า “รักแท้จะไม่แพ้อะไรทั้งนั้น”

>> อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ที่นี่อีกเพียบ คลิกเลย <<

cr : consciousreminder.com

Recommended

ชวนส่อง ความคืบหน้างานแต่งงานสุดอลัง ของ ปารีส ฮิลตัน

ขึ้นชื่อว่าเป็น ปารีส ฮิลตัน งานแต่งงานต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ล่าสุดเราได้ข่าวคราวความคืบหน้าของงานแต่งงานเธอ รวมทั้งข่าวเกี่ยวกับชุดเจ้าสาวของเธอด้วย

แฟนเก่า

7 วิธีเผชิญหน้าแฟนเก่าแบบไหลลื่นไม่กระอักกระอ่วนทั้งสองฝ่าย

หากวันหนึ่งที่โลกใบนี้เหวี่ยงคุณและคนรักเก่าให้กลับมาเจอกันอีกครั้ง คราวนี้จะทำตัวยังไงให้การเผชิญหน้าไหลลื่นไม่ติดขัด หรือจะเลี่ยงอย่างไรให้เจอกันน้อยที่สุด เรารวบรวมวิธีเจอหน้าแฟนเก่ามาฝากค่ะ...

อาการแบบนี้เฟิร์มว่าเธอ…เสร็จชัวร์

วันนี้มาตอบคำถามหนุ่มช่างสงสัยและสาวช่างซักที่ว่า “เวลาถึงจุดสุดยอดเนี่ย ผู้หญิงจะเกิดอาการแบบไหน” ประเด็นคือฝ่ายชายก็ไม่รู้ว่าสาวเจ้าถึงจุดสุดยอดจริงอย่างปากว่าหรือเปล่า ส่วนแม่สาวก็ดันไม่แน่ใจว่าสิ่งที่รู้สึกนั้นเรียกว่าถึงจุดสุดยอดหรือเปล่า งั้นมาดูกันดีกว่าค่ะว่า อาการที่ว่าเป็นแบบนี้หรือเปล่า

ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้

ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ แม่เปิดศึกภรรยา แล้วคนกลางอย่างผมควรทำไงดี?

ปัญหาคลาสสิกของชีวิตคู่มีมากมาย แต่หนึ่งอย่างที่ไม่มีใครอยากเผชิญมากที่สุดคือ ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ นี่แหละ ลองคิดดูว่า เมื่อผู้หญิงที่สำคัญในชีวิตของคุณทั้งสองคนต้องมาบาดหมางกัน ในฐานะลูกและสามีจะวางตัวยังไงดี ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ แล้วคนตรงกลางอย่างผู้ชายจะช่วยอะไรได้บ้าง 1. ทำตัวเป็นกลางไว้ก่อน ในฐานะที่ต้องเป็นคนกลาง สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือ อย่าเข้าข้างใครเป็นพิเศษ มันก็จริงอยู่ว่าในฐานะคนเป็นลูก ถ้าแฟนตัวเองพูดอะไรในแง่ลบเกี่ยวกับแม่ คุณก็คงรับไม่ได้ ในขณะเดียวกันคุณก็มีสถานะเป็นสามีด้วย หากว่าแม่พูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับภรรยาที่คุณเลือกมาเป็นคู่ชีวิต คุณเองก็คงไม่สบายใจเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขอให้หนักแน่น อย่าเพิ่งโวยวายตัดสินว่าแม่หรือเมียใครเป็นคนผิด ควรใจเย็นและทำตัวเป็นกลางเข้าไว้ ทำหน้าที่รับฟังแต่ยังไม่ต้องออกความคิดเห็นหรือเก็บเอามาเป็นอารมณ์ รอดูสถานการณ์ก่อน ทั้งแม่และลูกสะใภ้อาจมีวิธีแก้ปัญหาในแบบของผู้หญิงก็ได้ 2. เปิดใจคุยกับแม่และภรรยา หลังจากนิ่งเป็นพระอิฐพระปูนมาแล้วระยะหนึ่ง หากว่าดูท่าสงครามน้อยๆ ครั้งนี้จะไม่จบลงง่ายๆ และมีทีท่าว่าจะกลายเป็นมหากาพย์ คงถึงคราวต้องเปิดอกคุยกับคุณแม่และภรรยาแล้ว แนะนำว่าอย่าเรียกมาคุยพร้อมกัน ให้แยกกันคุยคนละรอบ ตามแต่โอกาสและเวลาที่เหมาะสม สิ่งที่ควรพูดกันให้รู้เรื่อง คือ หนึ่ง คุณต้องบอกให้ชัดเจนถึงความอึดอัดและความกดดันในฐานะคนกลางที่ไม่อยากเลือกข้าง เพราะทั้งสองคนเป็นคนสำคัญในชีวิตคุณทั้งคู่ เวลาคุยกับแม่ คุณควรถามแม่ว่าทำไมถึงไม่ชอบภรรยาของคุณ มีเหตุผลอะไรหรือเปล่า ในขณะเดียวกันก็แสดงออกให้แม่เห็นว่าภรรยาของคุณเป็นคนดีที่คุณอยู่ด้วยแล้วมีความสุข ไม่ได้แย่อย่างที่แม่คิด คุยแบบเดียวกันนี้กับภรรยาของคุณด้วย อย่าลืมที่จะบอกเธอว่า แม่เป็นผู้มีบุญคุณและรักคุณไม่ต่างจากที่ภรรยารัก สอง เล่าเรื่องดีๆ ของแต่ละฝ่ายให้ฟัง ถ้าภรรยารักคุณมาก งานบ้านงานเรือนไม่เคยบกพร่อง ดูแลคุณอย่างดี […]