How To งัดปากพร้อมเคล็ดลับเปิดใจให้อีกฝ่ายบอกรักแบบเนียนๆ

“ปากเธอแข็งรู้ไหม แต่ว่าฉันก็รับไหว ด้วยหัวใจที่รอ ได้แต่หวังสักครั้ง คำเดียวก็พอ อยากได้ยินว่ารักกัน…” อุ้ย! ร้องเพลงพี่ป้อม-พี่โต๊ะเพลินไปหน่อย พอดีว่ากำลังอินกับเพลงค่ะ ก็แหมจะไม่ให้อินได้ยังไงคะ ในเมื่อคนข้างกายไม่ บอกรัก ออกมาเลยสักคำเดียว ไอ้เราก็รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าปากจะอ่อนลงเลยแม้แต่นิด สาวๆ หนุ่มๆ คนไหนที่หลงรัก “คนปากแข็ง” และกำลังหาวิธีง้างปากกันอยู่ละก็ มาไม่ผิดทางค่ะ เพราะแพรวเวดดิ้งได้เสาะหาเคล็ดลับงัดปาก เปิดใจคนปากแข็งมาบอกกันค่ะ

1. หาที่ว่างให้ความสัมพันธ์

หนึ่งเหตุผลที่คนรักของคุณไม่เอ่ยคำว่ารักอาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกว่า “ยังไงก็ต้องเจอกัน อยู่ใกล้ชิดกันทุกวันอยู่แล้วนี่นา ไม่เห็นจะต้องบอกเลย” ถ้าเป็นอย่างนี้ เราขอแนะนำให้ลองเว้นที่ว่างระหว่างกันสักนิด ให้ความคิดถึงได้ทำงานบ้าง เชื่อเถอะค่ะว่าเมื่อไหร่ที่คำว่า “คิดถึง” หลุดออกมาจากปากเขาแล้วล่ะก็ คำว่า “รัก” ก็จะตามมาในไม่ช้าแน่นอน

2. เลี่ยงประโยคนี้ “ไม่รักกันเลยเหรอ?”

เข้าใจค่ะว่าหลายๆ คนที่มีแฟนเป็นคนปากแข็งมักจะมีคำถามนี้อยู่ในใจตลอดเวลา แต่อยากให้รู้ไว้สักนิดค่ะว่าถ้าถามคำถามนี้บ่อยๆ เข้า นอกจากจะเป็นการกดดันคนรักแล้ว ยังอาจทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดกับวิญญาณเจ้าแม่ดราม่าของคุณก็ได้นะ สุดท้ายไม่วายต้องทะเลาะกัน งอนกัน คราวนี้คำว่ารักก็ไม่ได้ยินแถมยังต้องผิดใจไม่มองหน้ากันไปอี๊ก เห้อ! ขอถอนหายใจหนึ่งที

3. บอกรักเขาไปก่อนเลย

ถ้าคุณมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองแล้วล่ะก็บอกเขาออกไปตรงๆ เลยค่ะว่า “คุณรักเขา” เพราะการบอกรักใครสักคนไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนี่คะ ถูกไหม? ในเมื่อคุณอยากเป็นผู้รับคำว่ารัก คุณก็ต้องเป็นผู้ให้ก่อน แต่ก็มีข้อแม้อยู่นิดนึงนะคะว่าคุณจะต้องเลือกเวลาพูดสักหน่อย อาจจะเป็นมื้อเย็นระหว่างที่คุณและเขากำลังใช้เวลาสุดสวีทด้วยกันก็ได้ เผลอๆ เขาอาจจะตอบกลับมาว่า “รักเหมือนกัน” คราวนี้ก็ถึงเวลาฟินกันสักที ยังไงก็แล้วแต่ห้ามบอกพร่ำเพรื่อเด็ดขาดนะ ไม่เช่นนั้นคำว่ารักที่ฟังแล้วซึ้งอาจจะกลายเป็นเลี่ยนไปทันที

4. บอกอ้อมๆ ผ่านบทเพลง

การใช้เสียงเพลงเป็นสื่อกลางถือว่าเป็นวิธีคลาสสิกทำกันมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะสุขหรือเศร้า รู้สึกอะไรก็บอกกันผ่านเนื้อเพลง แต่สำหรับคนที่อยากได้ยินคำว่ารักจากคนปากแข็งล่ะก็ ลองหาเพลงที่ส่งความหมายประมาณว่า ฉันรักเธอนะ แต่ไม่รู้เธอจะรักฉันเหมือนกันไหม ส่งไปให้เขาฟัง หรืออาจเป็นเพลงประเภทกลัวคำตอบจะทำให้ผิดหวังเพราะเธอยังไม่เคยเอ่ยปากบอกว่ารักฉันเลย (เราขอแนะนำ 3 เพลงเด็ดที่ใช้ได้ผลมานักต่อนักอย่าง “อยากรู้แต่ไม่อยากถาม” วง Calories Blah Blah , “ดาว” ของคริสติน หรือ “คำเชยๆ” วง Big & The Super band) ลองเลือกเอาตามที่ชอบแล้วไปเปิดให้คนข้างๆ ฟังรับรองว่าได้ผล!

5. ถามแบบเนียนๆ

วิธีที่ 5 นี้ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่คุณลองทำอะไรน่ารักๆ ให้เขาเห็น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว ของขวัญ หรืออะไรก็ได้ที่คุณรู้สึกว่าถ้าทำแล้วเขาต้องชมออกมาว่า “น่ารักจังเลย” เมื่อได้ยินอย่างนี้แล้วอย่าปล่อยให้โอกาสดีๆ ผ่านไปค่ะ ให้คุณถามกลับไปทันทีว่า “แล้วรักมั้ยล่ะ” เท่านี้เอง รับรองว่าคำตอบคงไม่หนีไปจากคำว่า “รัก” แน่นอน

6. ถามตรงๆ เลยว่า “รักเค้ามั้ยตะเอง?”

ถ้าบอกรักไปแล้วเขายังเฉย ฝากเสียงเพลงไปบอกแล้วยังเงียบ หรือเนียนถามแล้วก็ยังนิ่งสนิท ถึงเวลาแล้วค่ะที่จะต้องถามออกไปตรงๆ ว่า “รักเค้ามั้ยตะเอง?” แนะนำให้ทำเสียงออดอ้อนด้วยนะ เขาจะได้ใจอ่อนปากอ่อนหลุดคำว่ารักออกมาให้ได้ยินกัน แต่ยังไงก็ช่วยเลือกถามเวลาที่เขาอารมณ์ดีๆ หรืออยู่ในบรรยากาศซึ้งๆ โรแมนติกนะ ผลลัพธ์จะได้ออกมาเป็นคำที่คุณอยากได้ยิน

7. แกล้งป่วยพิสูจน์รัก

หากว่า 6 ขั้นตอนด้านบนยังใช้ไม่ได้ผล วิธีการ “แกล้งป่วย” ก็น่าจะเวิร์คนะ แม้จะไม่อยากทำ ไม่อยากโกหก แต่ถ้ามันทนไม่ไหว ยังไงต้องฟังคำนั้นให้ได้ ก็ลองทำเถอะ แต่สิ่งสำคัญก็คือ คุณควรรู้นิสัยเจ้าตัวก่อนว่าคุณสามารถแกล้งเขาได้แค่ไหน และเขาจะรับได้หรือไม่เมื่อถึงเวลาเฉลยความจริง ส่วนจะเล่นใหญ่แค่ไหนอันนี้ก็แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน หากมีผู้ร่วมขบวนการด้วยแนะนำว่าจะต้องเป็นคนใกล้ชิดที่เก็บความลับได้ดี ไม่กระโตกกระตากจนทำให้แผนล่ม และที่สำคัญหากเกิดผิดแผนโดนคนรักโกรธขึ้นมาผู้ร่วมขบวนการก็ต้องมีความสามารถไกล่เกลี่ยให้เราได้ด้วยนะ

ส่วนใครที่ร่ำร้องว่าทำไปหมดแล้วทั้ง 7 วิธีแต่เขาก็ยังไม่ยอมปริปากออกมาอยู่ดี เห้อ! อย่าเพิ่งท้อแท้ค่ะ เพราะเราเชื่อว่าถ้าทำกันขนาดนี้เขายังไม่พูดออกมาอีก แถมยังทนให้เรากดดันแบบนี้อีกด้วย แสดงว่าเขาต้องรักเราแน่นอน เอาไว้คราวหน้า เราจะมาบอกว่าวิธีที่คนปากแข็งแสดงออกว่ารักนั้นมีอะไรบ้าง คอยติดตามตอนต่อไปนะคะ >> อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ที่นี่อีกเพียบ คลิกเลย!

Recommended

ดอกไม้งานแต่งพุฒ

ดอกไม้งานแต่งพุฒ – จุ๋ย อบอุ่นอ่อนหวานท่ามกลางดอกไม้ไทย

ช่วงปลายปีแบบนี้ เป็นช่วงที่อบอุ่นอวลไปด้วยความรักมีงานแต่งมากมายเกิดขึ้น และปีนี้หนึ่งในคู่รักสุดหวาน เจ้าของ  #ทุกที่คือพรีเวดดิ้ง ดีเจพุฒ – พุฒิชัย เกษตรสิน และนางเอกสาว จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา ก็ถึงเวลาลั่นระฆังวิวาห์เสียที แต่คู่รักที่มีธีมแต่งตัวคู่กันทุกครั้งแบบนี้ ดอกไม้งานแต่งพุฒ – จุ๋ย จะไม่มีธีมได้อย่างไรกัน ดอกไม้ในงานแต่งครั้งนี้ได้ คุณเฟี๊ยต เจ้าของ Gettava ผู้มีสไตล์จัดดอกไม้ที่ให้ความสำคัญกับความละเอียด อ่อนช้อย และมอบความสวยงามของดอกไม้ไทยให้สวยไม่แพ้ดอกไม้จากต่างประเทศ มารังสรรค์ความอ่อนหวานให้กับงานแต่งนี้   คุณเฟี๊ยตบอกเล่าการการจัดดอกไม้ในงานแต่งว่า ต้องสะท้อนตัวตนของคู่บ่าวสาวออกมาให้มากที่สุด ซึ่งตัวตนของบ่าวสาวคู่นี้ก็เป็นคู่รักที่เรียบง่าย มีความเป็นไทยสูง และทั้งคู่ต่างก็ชื่นชอบสีขาว ดังนั้นดอกไม้ในงานแต่งจึงใช้ดอกไม้ไทยเกือบทั้งหมด และเน้นดอกไม้สีขาวซึ่งเป็นสีที่ทั้งคู่ชอบแล้วเพิ่มความหวานด้วยสีชมพูพีช ในธีม ไทยโคโลเนียล… ดอกไม้งานแต่งพุฒ – จุ๋ย จะเน้นที่งานร้อยเหล่าเครื่องแขวน ซึ่งเป็นศิลปะตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยความยากไม่ได้อยู่ที่เพียงที่เทคนิคการร้อยดอกไม้เท่านั้น แต่ดอกไม้ทั้งหมดที่ใช้เป็นดอกไม้สดจึงยิ่งทำให้ยากมากขึ้น เนื่องจากดอกไม้ไทยเป็นดอกไม้ขนาดเล็กช้ำง่าย และอายุสั้น ในขั้นตอนการร้อยจึงต้องใช้ความประณีตอย่างสูงกว่าจะออกมาเป็นเครื่องแขวนที่สวยงามได้ ในเมื่อเจ้าบ่าวชื่อ “พุฒ” ดอกไม้ที่ใช้ในงานแน่นอนว่าต้องมี “ดอกพุด” เป็นหัวใจหลัก และที่สำคัญยังเป็นดอกไม้ที่ปลูกขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ  ร่วมด้วยดอกกล้วยไม้ ดอกกุหลาบสีขาวซึ่งเป็นดอกไม้ที่ว่าที่เจ้าบ่าวมอบให้ว่าที่เจ้าสาวอยู่บ่อยๆ […]

8 เคล็ดวิชา ลบคำสบประมาท “นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ”

ถ้าคุณคือหนึ่งในจอมยุทธ์นักรักที่สร้างสถิติพาตัวเองพุ่งสู่สวรรค์ในเวลาต่ำกว่า 3 นาที จนถูกครหาว่าคุณเป็นจอมยุทธ์นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ

แปลกตรงไหนถ้าผู้ชายจะ “โกนขน”

“คิดยังไงกับผู้ชายโกนขน” ถามกันตรงๆ แบบนี้ก็คงต้องขอถามกลับไปตรงๆ ต่ออีกนิดว่า ขนที่ว่ามันคือตรงไหนล่ะ แต่งานนี้มาดามขอโฟกัสกันที่จุดๆ เดียว แบบว่าเอาตรงจุดไฮไลน์กันเลยอย่าง “ขนเพชร” ละกัน

วางแผนชีวิตคู่

วางแผนชีวิตคู่ให้ปลอดภัย เพื่องานแต่งงาน บ้านใหม่ และเจ้าตัวเล็ก

การ วางแผนชีวิตคู่ เป็นอีกก้าวสำคัญในชีวิต เกิดจากคนสองคนต่างครอบครัวตัดสินใจสร้างครอบครัวร่วมกัน ช่วยกันสร้างฐานะความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นและให้กำเนิดทายาทรุ่นต่อไป โดยทั้งก่อนและหลังสร้างครอบครัวใหม่ ต้องทยอยเก็บเงินสำหรับค่าใช้จ่ายใหญ่ 3 ประเภท คือ งานแต่งงาน บ้านใหม่ และเจ้าตัวเล็กในอนาคตนั่นเองนะคะ เพราะการเตรียมตัวเพื่ออนาคตนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แพรวเวดดิ้งจึงนำเทคนิคดีๆ มีประโยชน์โดยกูรูเรื่องการวางแผนจากธนาคารกรุงศรีอยุยามาฝากกันค่ะ ว่า 3 เรื่องหลักที่ว่านั้น เราควรจัดการอย่างไรให้ไม่พลาดกัน 😉   งานแต่งงาน          จงวางแผนใช้ชีวิตร่วมกัน หลังจากตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะใช้ชีวิตคู่ ก็ควรพูดคุยทำความเข้าใจกันเพื่อให้ชีวิตคู่ราบรื่น โดยเรื่องเงินเป็นประเด็นหลักอันหนึ่งที่ควรคุยกันให้ชัดเจน ตกลงกันว่าเป้าหมายทรัพย์สินที่ต้องการมีมากน้อยเพียงใด จะบริหารทรัพย์สินเหล่านี้ยังไง รายได้-ค่าใช้จ่ายต่างๆ ใครเป็นผู้ดูแล เงินออม-หนี้สินควบคุมควรอยู่ในระดับใด อะไรประะมาณนี้เป็นต้นนะคะ จงหาข้อมูลก่อนจ่ายเงินเสมอ เคยไหมจ่ายเงินไปแล้วรู้สึกว่าเสียดายเงิน รู้งี้หาข้อมูลก่อนซื้อน่าจะดี สมัยนี้ข้อมูลมีให้ศึกษากันเต็มโลกออนไลน์ ควรหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าที่เล็งเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายขนาดใหญ่อย่างงานแต่ง หากพลาดไปแล้วเทียบเท่ากับทำงานฟรีไม่รับเงินเดือนไปนานหลายเดือนเชียวนะคะ จงควบคุมค่าใช้จ่ายในงานแต่ง จริงอยู่ว่าปกติจัดงานแต่งครั้งเดียวในชีวิตควรจัดออกมาให้ดูดี สถานที่สวยงาม อาหารอร่อย แขกผู้ใหญ่เพื่อนสนิทมากันพร้อมหน้า แต่ก็ไม่ควรจัดจนถึงขั้นมีปัญหาเรื่องเงินกลายเป็นหนี้ ควรควบคุมค่าใช้จ่ายโดยดูจากตัวเลข ค่าใช้จ่ายต่อหัวและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คุณรับไหว ไม่ให้สูงจนเกินกำลังทรัพย์ที่มี โดยพิจารณาดูว่าค่าใช้จ่ายบางรายการลดได้ไหม ตัวอย่างเช่น ค่าถ่ายภาพแต่งงาน ซึ่งสตูดิโอขนาดใหญ่คิดรูปละพันกว่าบาท พอรวมทั้งอัลบั้มก็เป็นจำนวนเงินหลายหมื่นบาท อาจเปลี่ยนไปจ้างช่างภาพอิสระหรือเพื่อนที่มีฝีมือถ่ายภาพทำให้แทนก็ย่อมได้ จงเขียนรายชื่อแขกมาร่วมงานแต่ง […]