4 เหตุผลที่งานแต่งทำลายมิตรภาพระหว่างเจ้าสาวกับเพื่อนเจ้าสาว

เจ้าสาวหลายคนที่เคยประสบเหตุมีปัญหากับ เพื่อนเจ้าสาว ในระหว่างทางที่เตรียมงานจนจบงานฝากคำเตือนมากับแพรว wedding เพื่อบอกต่อกับคุณว่าที่คนต่อไปให้ระวังในการจะชวนใครก็ตามมาทำหน้าที่นี้ เพราะถ้าคุณคิดน้อยไปละก็ มิตรภาพที่ดีอาจดับสูญ ฉะนั้นตั้งใจอ่านให้ดีแล้วคิดให้ถี่ถ้วนก่อนจะชวนใครต่อใครนะคะ

ความคาดหวังทำมิตรภาพสั่นคลอน

ความคาดหวังที่ว่าไม่ได้เกิดแค่เจ้าสาวเท่านั้น แต่เพื่อนเจ้าสาวเองก็ไม่ต่างกัน เพราะเมื่อคุณหวังให้เธอทำบางอย่างให้ เธอเองก็คาดหวังถึงการปฏิบัติดีต่อเธอเช่นกัน โดยเฉพาะการรับฟังความเห็นกันอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่เจ้าสาวที่เอาแต่ชี้นิ้วสั่งให้ทำอย่างที่ต้องการ นั่นเพราะคำว่า ‘เพื่อน’ นำหน้า ไม่ใช่ทาสเจ้าสาวสักหน่อย นอกจากนี้ประโยคฮิตที่ว่า นี่วันแต่งงานของเรานะ ที่ทำเอามิตรภาพแตกมานักต่อนัก ถ้าจะให้ดี เปลี่ยนมาเป็นคำพูดที่ว่า วันแต่งงานของเราถ้าไม่มีแกละแย่เลย ขอบใจนะจ้ะ รับรองว่าพูดไปมิตรภาพแน่นกว่าเดิมค่ะ

ความต้องการที่มากล้นแต่อับจนด้วยงบประมาณ

กลุ่มเพื่อนเจ้าสาวมักจะได้รับโจทย์จากเจ้าสาวในเรื่องธีมสีธีมชุดหรืออะไรก็ตามที่มองดูแล้วมีความเป็นทีมเดียวกัน ซึ่งนั่นทำให้เกิดคำถามว่า ใครจ่ายเงินล่ะ ถ้าเจ้าสาวจ่ายหมดก็จบปัญหา แต่ถ้าเจ้าสาวไม่ช่วยจ่ายสักบาท แถมยังมากับโจทย์เยอะแยะที่ไม่มองความจริงเอาซะเลยว่า ทั้งพร้อพเว่อร์ ชุดอลัง ราคารวมๆ แล้วเท่าไหร่ ซึ่งเพื่อนเจ้าสาวก็ต้องมีคิดบ้างแหละว่า นี่ถ้าเป็นแขกทั่วไปก็ไม่ต้องลงทุนขนาดนี้ และชุดที่ซื้อมายังใส่ไปงานอื่นได้ด้วย

ฉะนั้นถ้าคุณอยากมีเพื่อนเจ้าสาวและมีโจทย์ในใจแต่ไม่มีมีเงินก็บอกไปตรงๆ แล้วลองดูว่าเพื่อนๆ จะว่ายังไง ซึ่งบางทีคุณอาจต้องลดทอนความต้องการไปบ้าง คุณจะโอเคไหม หรือถ้ามีน้อยช่วยน้อยยังโอเคกันหรือเปล่าอะไรแบบนั้น แต่ถ้าปัญหานี้เคลียร์กันไม่ลงตัวแถมคุณยังเอาแต่ใจ เชื่อเถอะว่านอกจากจะมีแววว่าเพื่อนเจ้าสาวจะขอถอนตัว เสียงเม้ามอยจะมีตามหลังมาอย่างแน่นอน

รับความเครียดจากเจ้าสาวเกินกำลัง

แม้คุณสมบัติหนึ่งของการเป็นเพื่อนเจ้าสาวคือ อดทนฟังและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เจ้าสาวคิดและมีความฝัน แต่ในบางครั้งความเครียดในระดับสูงส่งผลให้เจ้าสาวมีอาการไบรด์ซิลล่าขึ้นมาซะงั้น ไอ้ที่เคยน่ารักและดีแสนดีก็พลิกกลับด้านทันที ซึ่งพออารมณ์ที่ว่าเหวี่ยงลงที่เพื่อนเจ้าสาวบ่อยๆ ก็พลอยให้เพื่อนเครียดตามจนเกิดความรู้สึกว่า คบกันมานาน ฉันเพิ่งรู้นะว่า เธอเป็นคนแบบนี้เอง!’ จากนั้นก็บายยยยย อย่าได้มาเจอะมาเจอมาจอยชีวิตกันอีกเลย

ใช้ตำแหน่งนี้เพื่อปรับความสัมพันธ์

ถ้าเมื่อก่อนความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเพื่อนคนที่เชิญมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวไม่ค่อยจะรุ่ง แล้วคุณคิดว่า นี่คือโอกาสดีที่จะเอาตำแหน่งเพื่อนเจ้าสาวมากระชับความสัมพันธ์ละก็ ขอบอกว่าคิดผิดถนัด และดีไม่ดี การตัดสินใจแบบนี้ นอกจากจะไม่ช่วยให้ความสัมพันธ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว ยังอาจทำให้เรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นในงานแต่งก็ได้ เพราะถ้าคุณมีโจทย์บังคับให้ช่วยทำนั่นนี่กับคนที่ยังมีทัศนคติไม่ดีกับคุณอยู่ละก็ มีหรือที่คนๆ นั้นจะเต็มใจและพร้อมยอมทำให้คุณ

ทางที่ดีถ้าคิดจะอยากได้มิตรภาพดีๆ ของเพื่อนคนนั้นกลับมา ก็เคลียร์ใจกันก่อนถึงวันจริง แล้วชวนเธอคนนั้นมาร่วมงาน ดูสิว่าปฏิกิริยาเป็นแบบไหน ถ้ามั่นใจว่าใจผ่องใสไร้เรื่องบาดหมาง ค่อยเอ่ยปากชวนเธอมาร่วมแก๊งเพื่อนเจ้าสาวก็ยังไม่สาย

เรื่อง : Hoyamemoria / ภาพ : get.pxhere.com, commons.wikimedia.org

อ่านบทความเพิ่มเติม

4 ประโยชน์น่าทึ่งที่ได้จากการจับมือแฟนที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

5 การยอมรับที่ต้องมั่นใจก่อนเข้าสู่ชีวิตแต่งงาน

อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขกับ 3 เคล็ดลับเพื่อชีวิตรักต่างวัยที่เป็นสุข

Recommended

ชุดแต่งงานคนดัง

ส่อง ชุดแต่งงานคนดัง กับ 4 เจ้าสาวแห่งปีกับชุดเจ้าสาวที่ไม่ธรรมดา

เจ้าสาวคนดังกับชุดแต่งงานสุดหรูที่แต่ละชุดบอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะอัดแน่นไปด้วยดีเทลสุดพิเศษ และนี่คือ 4 ชุดแต่งงานคนดัง ที่เห็นแล้วอยากใส่ตามแน่นอน

ปัญหาเรื่องเงิน

รู้ก่อนแก้ก่อน 7 เหตุสร้างความปั่นป่วนปัญหาเรื่องเงินที่คู่รักต้องระวัง

หนึ่งในปัญหาสุดฮิตที่แทบทุกคู่รักต้องเผชิญคงหนีไม่พ้นเรื่องเงินๆทองๆ ต่อให้คุณจะตกลงกันว่าแต่งแล้วแยกกระเป๋าใครกระเป๋ามัน หรือรวมเงินไว้กองกลางก็ยังไม่วายเกิดปัญหาจนได้ แต่สาเหตุของปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ จะมีอะไรบ้าง ตั้งสติแล้วเริ่มอ่านกันเลยค่ะ

ปัญหาชีวิตคู่

ครอบครัวเธอใหญ่ ครอบครัวฉันเล็ก ปัญหาชีวิตคู่ ทำยังไงให้ลงตัว

การแต่งงานคือการที่คนสองคนรักกันน่ะใช่ค่ะ แต่เมื่อแต่งไปแล้วคุณไม่ได้รักกันแค่สองคนนะคะ แพรวเวดดิ้งเชื่อว่าหลายคู่เคยได้ยินประโยคที่ว่า การแต่งงานไม่ใช่เรื่องของสองคน เพราะคือการแต่งกับทั้งครอบครัวของอีกฝ่าย แล้วทีนี้จะทำอย่างไรล่ะค่ะ เมื่อครอบครัวของคุณทั้งคู่มีขนาดที่ไม่เท่ากัน กรณีครอบครัวฝ่ายหนึ่งเป็นครอบครัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยญาติพี่น้องที่ทุกเทศกาลต้องมาเจอกัน แต่อีกครอบครัวอยู่กันไม่กี่คน เทศกาลต่างๆ ก็ทำกันเงียบๆ แล้วเมื่อต้องมาแต่งงานกันจะทำยังไงให้ ปัญหาชีวิตคู่ นี้ลงตัว ลองดูวิธีเหล่านี้ค่ะ เริ่มต้นที่เราสองคนก่อน ก่อนจะพาคนที่บ้านมาเจอกัน ลองใช้ตัวเองเข้าไปสัมผัสกับครอบครัวอีกฝ่ายให้มากก่อน เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของบ้านอีกฝ่าย เพราะคุณย่อมรู้อยู่แล้วว่าบ้านคุณเป็นแบบไหน ถ้าเจอแบบบ้านเขาจะว่ารู้สึกอย่างไร เรียกง่ายๆ คือเอาตัวคุณเองเป็นตัวแทนวัดความรู้สึกกันก่อน จากนั้นค่อยมาคิดพิจารณาว่า สไตล์บ้านของอีกฝ่ายเป็นแบบนั้น จะมีวิธีไหนเหมาะๆ ที่จะให้ครอบครัวตัวเองเข้าไปจอยได้อย่างสบายใจ บอกกล่าวเล่าเรื่องก็ช่วยได้ คุณอาจใช้วิธีพูดถึงครอบครัวของคุณให้ครอบครัวอีกฝ่ายได้รู้จัก แต่ต้องรู้จักพูดในระดับพอดีๆ ไม่พูดมากพูดเยอะหรือแนวอวดตัวเด็ดขาด แบบนั้นจะนำพาความรู้สึกติดลบตั้งแต่ก่อนเจอมากกว่าจะชื่นชม ใช้ของฝากเชื่อมสัมพันธ์ ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวไหน ก็อย่าลืมซื้อของมาฝากคนทางบ้านทั้งสองบ้านให้พอๆ กัน หรือหากคุณไปเที่ยวกับครอบครัวของคุณก็ซื้อมาฝากครอบครัวของเขา โดยอาจบอกว่าครอบครัวฝากมาให้ อะไรแบบนั่น ความรู้สึกนึกถึงจะช่วยจูงใจให้ความต่างมาผสานกันได้ง่ายขึ้นอีกทาง ค่อยๆ พาครอบครัวเข้าแทรกซึม เมื่อคุณพอจะรู้รูปแบบของอีกครอบครัวแล้ว ลองค่อยๆ พาคนในครอบครัวของคุณเข้าไปแทรกซึมทำความคุ้นเคย ซึ่งถ้าคุณเป็นฝ่ายครอบครัวใหญ่ก็อาจเลือกพี่น้องสักคนสองคนค่อยๆ เข้าไปทำความคุ้นเคยกับบ้านอีกฝ่ายก่อน ส่วนคุณฝั่งครอบครัวเล็กก็ทำเช่นกัน เพื่ออย่างน้อยเวลาไปร่วมงานเทศกาลอะไรของอีกบ้านจะได้มีคนรู้จักอื่นๆในบ้านอีกฝ่ายให้พูดคุย ไม่ใช่คุยได้แต่กับลูกเขยหรือสะใภ้ตัวเอง อย่าบังคับใจโดยเด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายครอบครัวใหญ่หรือเล็ก อย่าบังคับใจคนในครอบครัวของตัวเองให้ต้องมีส่วนร่วมถ้าเขาไม่ต้องการ เช่น บ้านฝ่ายหญิงมีงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปีที่มาทั้งตระกูลแต่บ้านฝ่ายชายอยู่กันเองแค่พ่อลูก ถ้าพ่อสามีไม่ได้อยากไปร่วมก็อย่าไปบังคับ […]

เตรียมงานแต่ง

รับมือกับ Groomchilla ถึงเวลาจับเจ้าบ่าวสุดชิลมาช่วยเตรียมงานแต่ง

ว่าที่เจ้าสาวคนไหนที่ได้ยินคำว่า "อะไรก็ได้ แล้วแต่เธอเลย" จากว่าที่เจ้าบ่าวจนชินหู แต่อยากให้เจ้าบ่าวช่วยออกความคิดเห็นหรือเตรียมงานแต่งของเราสองคนบ้าง ต้องรีบไปอ่านเลยจ้า...