6 สิ่งที่จะเปลี่ยนไปทันทีหลังจากสวมแหวนหมั้นที่ว่าที่บ่าวสาวต้องรับมือ

หลังจากคุกเข่าขอแต่งงานสวม แหวนหมั้น จับจองหัวใจกันอย่างเป็นทางการแล้ว นั่นก็แปลว่าอีเวนท์สำคัญในชีวิตกำลังจะเกิดขึ้น เราเลยจะกระซิบบอกคุณด้วยความหวังดีว่า ต่อจากนี้คุณจะเจอการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ให้คุณเตรียมรับมือไว้ให้ดีนะจ๊ะ

1. มือซ้ายเป็นจุดสนใจมากขึ้น

หลังจากที่มีแหวนมาประดับนิ้วนางข้างซ้ายแล้วคุณจะต้องเจอกับสายตาซอกแซกของมวลหมู่มิตรที่พยายามสอดส่ายสายตามองหาแหวนเพชรประกายเปรี้ยงบนนิ้วคุณ ก็จงทำใจให้ดี เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนหน้าที่ของคุณก็แค่ เตรียมมือสวยๆ ให้คนมองก็พอ

2. ร้อยพันคำถามที่เข้ามา

ญาติสนิทมิตรสหายจะถาโถมคำถามเข้าหาคุณว่า “จะแต่งเมื่อไหร่”  “แต่งที่ไหน” “เตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว”  ก็อย่ารู้สึกรำคาญไป เขาถามเพราะอยากไปร่วมแสดงความยินดีด้วย ส่วนมนุษย์ขี้อิจฉาที่พูดจาไม่มงคลเท่าไหร่ก็ปล่อยๆ ไปอย่าใส่ใจ ให้คิดเสียว่าข่าวของคุณโด่งดังจนแม้แต่เขายังสนใจ

3. มี “คู่หมั้น” แล้ว

คุณมีคู่หมั้นแล้ว จงหาโอกาสเรียกบ่อยๆ นะ เพราะคำนี้จะอยู่ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็เปลี่ยนเป็น คุณ “สามี”แล้ว

4. เก็บหอมรอมริบ

นับจากนี้จะเกิดมหกรรมใช้เงินครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดเตรียมงานแต่งงาน และการเริ่มต้นครอบครัวใหม่ คุณจะต้องควบคุมการใช้เงินให้ดี และวางแผนออมเงินแบบรัดกุมสุดๆ

5. เวลาผ่านไปเร็วมาก

ช่วงเวลาหลังจากนี้จะผ่านไปเร็วมาก จงอย่าชะล่าใจเป็นอันขาดว่าเหลืออีกตั้งปี อะไรที่เตรียมได้ล่วงหน้าก็เริ่มทำซะตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างการมองหาเวดดิ้งแพลนเนอร์ ยิ่งหาได้ไว ยิ่งดีต่องานของคุณเอง

6. หาโอกาสออกทริปกระชับมิตร

ถือเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่จะให้ทั้งสองครอบครัวกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ก่อนจะผูกรวมเป็นทองแผ่นเดียวกัน

เห็นไหมคะว่าการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลานี้ไม่น่ากลัวเลย แต่สาวๆ ก็ต้องเตรียมรับมือให้ดี เพราะอย่างที่บอกว่าเวลาจะผ่านไปเร็วมาก ถ้าสับสน หรืองงอะไรในเรื่องการจัดงาน เราก็พร้อมให้คำปรึกษานะคะ

>> อ่านคำแนะนำและไอเดียดีๆ เกี่ยวกับงานแต่งงานเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย! <<

Recommended

รักต่างวัย

วิธีรับมือกับรักต่างวัย พร้อม How To คบกันอย่างไรให้ความรักลงตัว

ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มใหญ่ที่ไปตกหลุมรักผู้หญิงอายุน้อยกว่า หรือหนุ่มน้อยที่ไปรักสาวใหญ่ อายุที่ห่างกันมากยิ่งเกิดช่องว่างของวัย ทั้งวิธีคิด ประสบการณ์ชีวิต สังคมที่แตกต่างกันจนมีผลต่อความสัมพันธ์

ปัญหาชีวิตคู่

ไม่ไหวอย่าฝืน! กับ 8 สัญญาณเตือนภัยปัญหาชีวิตคู่ เกิดขึ้นเมื่อไหร่อย่าไปต่อ

ความสัมพันธ์ของคนสองคน ไม่ได้จะหวานเสมอไป และแพรวเวดดิ้งไม่ได้อยากให้คุณไม่ยอมรับความจริงในเรื่องความสัมพันธ์ที่อาจเปลี่ยนไป ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับคู่รัก แต่เชื่อเถอะค่ะว่า ถ้าคุณได้พยายามจนสุดทางแล้ว หากว่ายังเจอเรื่องต่อไปนี้จากอีกฝ่าย หรือเกิดรู้สึกขึ้นกับตัวเองขอให้คิดดีๆ ว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้กับ ปัญหาชีวิตคู่ ที่ไม่ไหวอย่าฝืน! 1. ทำผิดซ้ำซาก ไม่ว่าจะผิดเรื่องผู้หญิง เรื่องการลงไม้ลงมือ การกินเหล้าเมามายจนมากเกินขอบเขต คุยกันก็แล้ว ลองหาวิธีมาดูแลและจูงใจให้ปรับเปลี่ยนพฤติก็ยังไม่มีอะไรดี แถมยังหนักข้อขึ้น คุณจะไหวต่อไปอีกนานแค่ไหน 2. ระแวงไม่สิ้นสุด เป็นหรือเปล่าคะ ที่ตัวคุณเองรู้สึกว่าการอยู่ด้วยกัน ไม่ได้อยู่แล้วปลอดโปร่งโล่งใจ แต่อยู่แล้วต้องระแวงตลอดเวลา แค่แฟนขับรถออกนกบ้านไกลสายตาก็ต้องโทรฯ เช็คหรือให้รายงานตัวทุกชั่วโมง ถ้าเป็นละก็ ถามตัวเองนะคะ อยากสบายใจไหม อยากปลอดโปร่งใจหรือเปล่า 3. ไร้ซึ่งความเป็นเรา นึกถึงแต่เรื่องของตัวเอง ไม่ว่าคุณหรือเขา ถ้าสิ่งที่ทำอยู่บ่งบอกว่า คิดถึงแต่ตัวเองหรือครอบครัวตัวเองก่อน ประมาณว่าต้องทำทุกอย่างให้กับตัวเองเท่านั้น นั่นก็เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า ความรู้สึกของคุณไม่ได้มีเขาอยู่สักเท่าไหร่ ลองถามตัวเองดูนะคะ คุณหรือคู่องคุณเป็นแบบนั้นไหม 4. ทำทุกสิ่งแบบมีข้อแม้ ไม่มีความเสียสละ อยากจะทำอะไรให้กันต้องมีข้อแม้ มีข้อแลกเปลี่ยน แบบนั้นไม่ได้เรียกว่าใจแลกใจแล้วค่ะ 5. รำคาญบุพการีของอีกฝ่าย เรื่องบุพการีถือเป็นเรื่องใหญ่นะคะ ถ้าคุณเจอว่าคู่ของคุณแสดงกริยารำคาญบุพการีต่างๆ นานา ทั้งชักสีหน้าใส่ […]

เดทให้แฮปปี้

Do & Don’t ฮาวทูเดทให้แฮปปี้ ถ้าเริ่มต้นดีรับรองรักนี้ยาวนาน

การออกเดทคือการได้เรียนรู้นิสัยใจคอซึ่งกันและกัน แต่ก็มีเรื่องที่ควรและไม่ควรถามด้วยนะ แพรว wedding เลยจัดเช็กลิสต์คำถามระหว่างออก เดทให้แฮปปี้ มาฝาก