คลายความกังวลใจกับคำถามที่ว่า ควรเชิญแฟนเก่ามาร่วมงานแต่งงานหรือไม่?

วันแต่งงานถือเป็นวันเฉลิมฉลองของคุณและความรักของคุณทั้งคู่ที่มีต่อกัน แต่ในส่วนของ แฟนเก่า คุณควรทำอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ดีล่ะ?

ภาพงานแต่งงานแสนหวานของคุณที่พากันเดินจูงมือเข้าประตูวิวาห์ แลกแหวนแต่งงานกัน และร่วมเฉลิมฉลองกับคนสำคัญอย่างมีความสุข… อาจถูกดับฝันลง เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีภาพ แฟนเก่า ลอยมาในหัว T^T เชื่อว่าบางคนตัดสินใจลำบากไม่น้อยว่าจะเชิญแฟนเก่าของคุณมาร่วมงานด้วยดีไหม ยิ่งถ้าคุณกับคนรักเก่าจบกันไปได้ด้วยดี หรือมีผลประโยชน์ร่วมกันทางด้านธุรกิจแล้ว จะไม่เชิญมางานสำคัญก็กระไรอยู่เนอะ แต่ถ้าเชิญมาแล้วคนปัจจุบันและคนอื่นในงานล่ะจะคิดยังไง โอ้ยยยย ความคิดต่างๆ นานาถาโถเข้ามาให้หัวแบบนี้ก็ให้ แพรว wedding เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจครั้งนี้ดีไหมคะ^^?

ควรเชิญมา ถ้า…

1. เป็นอดีตในวัยเด็ก

เช่น เขาเป็นป๊อบปี้เลิฟ หรือเป็นเรื่องความสัมพันธ์ในสมัยมัธยม หรือมันเป็นเรื่องที่น่าหัวเราะมากกว่าที่จะมานั่งเสียใจ โดยหลายๆ คนอาจผ่านความสัมพันธ์รักในวัยใสที่นึกย้อนกี่ทีก็หุบยิ้มไม่ได้ ไม่ใช่ว่าคิดถึงคนรักเก่านะคะ เพียงแต่นึกถึงเรื่องราวความน่ารักของคู่รักวัยเด็กที่ไม่ต้องมีข้อแม้อะไรเยอะแยะ ที่แตกต่างจากความรักในวัยของผู้ใหญ่ ความทรงจำที่ดีก็ควรเก็บไว้เป็นเรื่องดีๆ ไม่ผิดค่ะ ถ้าเขาคนนั้นยังอยู่ในชีวิตของคุณและคุณเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน คุณสามารถเชิญพวกเขาไปงานแต่งงานของคุณได้นะคะ ไม่ต้องคิดมากแล้ว

2. ทุกคนต้องรู้สึกสบายใจร้อยเปอร์เซ็นต์

วิธีง่ายๆ ในการตัดสินใจเรื่องนี้ก็คือ ความรู้สึกของบุคคลสำคัญภายในงานนี้ ได้แก่ คู่แต่งงาน พ่อ-แม่ ญาติ พี่-น้อง และเพื่อนสนิทของคุณ จะต้องไม่รู้สึกอึดอัดใจหากมีแฟนเก่าของคุณมาร่วมงานด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรได้รับอนุญาตจากคู่แต่งงานของคุณด้วยค่ะ ถ้าแฟนเก่าทำให้คุณเกิดความกลัวว่าบุคคลเหล่านั้นจะรู้สึกไม่ดี และตัวคุณเองก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมากก็ควรที่จะตัดรายชื่อเขาออกไปได้เลย เพราะงานนี้เป็นงานที่คุณควรจะมีความสุขมากที่สุด ไม่ใช่มีเรื่องที่จะมาทำให้กังวลใจนะคะ

3. เขาเป็นอดีตคู่สมรสที่มีลูกกับคุณ

เมื่อคุณหย่าร้างกับเขาไปได้สักระยะ หลังจากนั้นคุณได้พบเจอกับคนที่คุณตกลงปลงใจที่จะเริ่มต้นการใช้ชีวิตคู่ใหม่อีกครั้ง ในกรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ให้คุณดูที่เงื่อนไข ระยะห่างระหว่างคุณและคู่สมรสเก่าที่ได้ตกลงกันไว้ เช่น ถ้าคุณทั้งสองตกลงได้ว่าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ โดยทำหน้าที่พ่อและแม่ให้กับลูกคุณอย่างดีที่สุด คุณก็สามารถทำได้ในการบอกเขาว่าคุณกำลังจะแต่งงานอีกครั้ง ไม่ดูเป็นการเชิญชวนให้มาร่วมงานมากเกินไป และคุณก็จะไม่ซีเรียสหากเขาจะมาร่วมงานด้วย ส่วนการตัดสินใจว่าจะมาหรือไม่นั้นให้เขาเป็นคนตัดสินใจเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเขาจะไม่มากันหรอกค่ะ ฮ่าๆ นอกจากนี้อยากขอย้ำว่าควรที่จะปรึกษากับว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวคนปัจจุบันของคุณไว้ด้วยนะคะ ว่าจะสะดวกหรือไม่ถ้าเขาได้มาร่วมงานนี้ด้วย

แฟนเก่า

ไม่ควรเชิญมา ถ้า…

1. มีบางคนที่ไม่สบายใจกับการปรากฏตัวของเขาในงานนี้

เนื่องจากวันนี้เป็นวันของคุณและคนรัก ดังนั้นถ้าคุณไม่ต้องการให้คิ้วของแขกในงานถูกยกขึ้นด้วยความสงสัยว่า ทำไมถึงเชิญเขามาด้วย? ก็ควรหลีกเลี่ยงจะดีกว่าค่ะ เพราะเขาอาจจะกลายเป็นท็อปปิคให้แขกในงานพูดถึงกันอย่างไม่หยุดหย่อน แม้คุณอาจจะอยู่ในจุดที่ดีและเป็นมิตรกับอดีตคนรักเก่า แต่เชื่อเถอะ ไม่ใช่ทุกคนในงานที่จะรู้ว่าตอนนี้คุณทั้งคู่อยู่ในสถานะไหนกันแล้ว โดยเฉพาะคนที่จะเป็นห่วงคุณในเรื่องนี้ นั่นก็คือ คุณพ่อคุณแม่ของคุณนั่นเอง ท่านทั้งสองก็จะมีมุมมองความคิดแบบผู้ใหญ่ที่คนละเจนฯ กับพวกเรา จากความรักและความเป็นห่วงเรื่องชีวิตคู่ของคุณ พวกท่านคงไม่เห็นด้วยที่จะให้อดีตคนรักของคุณมาร่วมงานนี้หรอกน้า

2. เขาเป็นพวกขี้เมา

ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีแน่ๆ ในงานแต่งนี้ บวกกับบรรยากาศงานแต่งงานที่หวานชื่นรื่นรมย์ระหว่างคุณกับคนรักใหม่ เป็นไปได้ง่ายเลยที่คนรักเก่าอย่างเขาเมื่อเห็นภาพนั้นแล้วจะรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาบ้าง ซึ่งวิธีทำให้ลืมความเจ็บปวดของบางคนก็จะตกอยู่กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ยิ่งดื่มก็ยิ่งเมา พอเมาก็ขาดสติสิคะ ยิ่งถ้าแฟนเก่าคุณเป็นพวกขี้เมาด้วยนะ บอกเลยว่าหายนะมาเยือนงานนี้แล้วแน่ๆ ทางที่ดีหลีกเลี่ยงการเชิญแฟนเก่าประเภทนี้มาร่วมงานแต่งงานของคุณจะดีกว่าค่ะ

3. คุณกังวลใจกับเรื่องนี้มากจนเกินไป

หากเรื่องนี้ทำให้คุณกังวลใจตั้งแต่การนั่งลิสต์รายชื่อแขก เกิดความลังเลด้วยเหตุผลอะไรหลายๆ อย่าง เราขอแนะนำว่า ถ้าในตอนนี้แฟนเก่าของคุณไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อใดๆ ในชีวิตคุณแล้ว เป็นเพียงคนรู้จักแม้จะอยู่ในสถานะที่ยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่ ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก ก็ต้องขอบอกเลยนะคะว่าไม่จำเป็นเลยที่จะเชิญเขามา อย่างน้อยๆ ยังได้รักษาความรู้สึกเขาอยู่ เราเชื่อว่าน้อยคนนักที่จะสามารถทำใจได้เมื่อเห็นภาพแฟนเก่าแต่งงานกับคนรักใหม่ และคุณแฟนเก่าทั้งหลาย ถ้าใจไม่แข็งพอก็อย่าไปเลยค่ะ เราเป็นกำลังใจให้คุณอยู่นะคะ:)

ส่วนคนที่มีเหตุจำเป็นจริงๆ ต้องเชิญแฟนเก่ามาร่วมในงานนี้ ทั้งๆ ที่คุณก็ยังนึกภาพไม่ออกว่าต้องทำตัวแบบไหนดี เราก็มี >> 7 วิธีเผชิญหน้าแฟนเก่าแบบไหลลื่น << ให้คุณได้ลองนำไปใช้ด้วยนะคะ

เรื่องจาก : theknot.com
ภาพจาก : uk.businessinsider.com, datetricks.com

Recommended

เล้าโลม

เล้าโลมให้เครื่องติดกับ 5 เทคนิคได้ผลแน่แค่ลองทำ

‘เล้าโลมก่อนร่วมเพศ’ มาดามเชื่อว่าคำๆ นี้ทุกคนต้องเคยได้ยินมาแล้วแน่นอน และแทบจะทุกคู่ก็ทำตามกันมาทุกยุค แต่เชื่อไหมคะว่าจนป่านนี้ก็ยังมีหลายคู่ที่ เล้าโลม ให้โดนจุดไม่เป็น เพราะทำตั้งหน้าตั้งตาทำไปเถอะ อีกฝ่ายยังนอนนิ่ง วันนี้ก็เลยประมวลทีเด็ดในการเล้าโลมมาฝากกัน บอกตรงนี้เลยว่า ได้ผล! อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่ทำ   ใช้เวลากับการเล้าโลมมากหน่อย คอนเซ็ปต์ของการเล้าโลมคือการค่อยๆ ทำเพื่อค่อยๆ กระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่ายให้กระเจิงค่ะ ซึ่งการจะให้อารมณ์อีกฝ่ายพวยพุ่งจะใช้เวลาแค่ดีดนิ้วทีนึงแล้วปึ๋งปั๋งคงไม่ได้ เวลาเหมาะๆ แบบว่ามาตรฐานทั่วไปจะอยู่ประมาณ 15 นาที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของคุณที่จะทำถูกจุดไหม เพราะบางทีถ้าคุณทำถูกทำเป็นละก็เวลา 15 นาทีอาจมากไปด้วยซ้ำ แต่ไม่ว่าจะยังไง อย่าลืมเด็ดขาดว่า ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ บิ้วท์ แล้วจะดีเอง   Eye Contact ต้องมี ขอเถอะค่ะอย่าเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำการเล้าโลมแต่อย่างเดียว เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายที่ได้รับการเล้าโลมหรือกำลังเล้าโลมอีกฝ่าย การได้เงยหน้าสบตาประสานกันเป็นระยะๆ จะช่วยเพิ่มอารมณ์ให้พุ่งขึ้นได้ง่ายกว่าการให้อีกฝ่ายเห็นแต่หนังหัวหรือหน้าผาก ก็ลองคิดดูสิว่า ถ้าในจังหวะที่คุณกำลังได้รับการปรนเปรอด้วยริมฝีปากจากอีกฝ่ายอย่างเป็นสุข คุณได้สบตาประสานกันไปด้วย ความคิด ณ ขณะนั้นจะกระเจิงไปทางไหนบ้าง คุณและอีกฝ่ายอาจกำลังเคลิ้มจนพูดไม่ออกบอกไม่ได้ว่ากำลังเพลิดเพลินสุดๆ แต่เชื่อเถอะว่าสายตาตอบทุกอย่างได้   ใช้เสียงช่วยสื่อสาร มีคนเคยบอกมาดามว่า จริงๆ แล้วในเวลาที่เล้าโลมไม่ควรต้องเงียบนิ่งเสมอไป […]

มนุษย์ฟรีแลนซ์

รักครั้งนี้กับ มนุษย์ฟรีแลนซ์ แค่ความเข้าใจพอหรือไม่ให้รักได้ไปต่อ

ลองนึกดูซิคะว่า ถ้าคุณเป็นพนักงานแบบ “ฟูลไทม์” แต่ดันเกิดไปปิ๊งปั๊งกับผู้ที่เรียกตัวเองว่า “ฟรีแลนซ์” คราวนี้ความรักของคุณจะดำเนินไปเช่นไร

เหตุผล 5 ข้อที่อาจทำให้ ชีวิตหลังแต่งงานปีแรก ไม่แฮปปี้อย่างที่คิด!

เชื่อว่าคู่รักหลายคู่คงวาดฝันถึง ชีวิตหลังแต่งงานปีแรก อันหอมหวาน เอาน่า! ช่วง 4-5 เดือนแรกก็ยังยิ้มได้อยู่ แต่มีหลายคู่ที่พอเลยครึ่งปีไปแล้วเริ่มซึมเซาและส่อแววมีปัญหา ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า ไม่ใช่ความผิดใครคนใดคนหนึ่ง แต่อาจเป็นเพราะ 5 ข้อนี้ที่ทำให้เรายังปรับตัวกันไม่ได้ 5 เรื่องหลักๆ ที่ทำให้ ชีวิตหลังแต่งงานปีแรก ของคู่รักใหม่ไม่ราบรื่น 1. ความหวานและความน่าตื่นเต้นลดลง พอสถานะเปลี่ยนไปอะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลง เมื่อก่อนตอนเป็นแฟนชอบชวนกันออกไปเดท ทานข้าว ดูหนัง ฟังเพลง แต่พอแต่งงานกันไปสักพักกิจกรรมพวกนี้มันหายไปไหนซะหมด? หลายคู่มักคิดว่าย้ายมาอยู่บ้านเดียวกัน เจอกันทุกวัน จะออกไปข้างนอกทำไม! ใครคิดแบบนี้ถ้าไม่รีบปรับทัศนคติเดี๋ยวความรักจะจืดชืดกลายเป็นความหมางเมินได้นะ ทางที่ดีควรมีเวลาออกไปทำกิจกรรมเพิ่มความหวานอย่างที่เคยทำตอนเป็นแฟนกันบ้าง ไอเดียที่แนะนำคือ ชวนกันไปสถานที่ที่คุณพบกันเป็นครั้งแรก รำลึกความหลังสักหน่อยก็ไม่เลว 2. คาดหวังในตัวคนรักมากเกินไป ปัญหานี้เจอกันแทบทุกคู่ โดยเฉพาะผู้ชายบางคนที่คาดหวังว่า หลังแต่งงานไปแล้วผู้หญิงจะต้องดูแลความสะอาดบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ฯลฯ แต่ลืมไปว่าเธอก็มีหน้าที่การงานต้องทำเช่นกัน ในทางกลับกันผู้หญิงก็ไม่น้อยหน้า คุณสามีต้องกลับบ้านตรงเวลา โทรหาต้องรับสาย ไลน์ไปต้องอ่าน เงินเดือนมาต้องให้ภรรยาเก็บ อันนี้เกินไป! ถ้าใครรู้สึกว่าครอบครัวเล็กๆ ของเราเริ่มจะกลายเป็นแบบนี้คงต้องนั่งจับเข่าคุยกันแล้วล่ะ ว่าจะหาทางแก้ปัญหายังไง แบ่งหน้าที่รับผิดชอบงานบ้านกันดีไหม หรือใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรในบ้านได้บ้าง […]

10 สิ่งเหล่านี้ขอเหอะ…อย่าทำกับฉันเมื่ออยู่บนเตียง

เรื่องไหนบ้างที่กระแทกใจบรรดาสาวแท้สาวเทียมในยามที่อยู่บนเตียงเคียงกายกับคุณ และเรื่องไหนบ้างที่พวกเธอขอร้องเถอะ...อย่าทำเลยคุณ