ผิดไหม? ถ้าเจ้าสาวจะเซย์เยสกับ ชุดแต่งงาน ชุดแรกที่เจอ!!

เมื่อได้เวลาออกตามหาชุดเจ้าสาว แบบชุดแต่งงานก็มีประมาณร้อยรูป!! บวกกับลิสต์ร้าน ชุดแต่งงาน และดีไซเนอร์ที่ยาวเป็นหางว่าว!! และแน่นอนว่าช่วงเวลาวันหยุดว่าที่เจ้าสาวจะไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะพวกเธอจะตระเวน ลอง ลอง ลอง ลองชุดแต่งงานเป็นว่าเล่น แพรว wedding กลัวว่าเจ้าสาวจะเหนื่อยจนหมดแรงไปซะก่อน เลยมีทริคเด็ดมาแชร์ว่า ไม่ผิดหรอกนะหากเจ้าสาวจะตัดสินใจเลือกชุดแต่งงานชุดแรกที่เจอเพียงแค่เพิ่งเซอร์เวย์ไปได้แค่ร้านเดียวเท่านั้น เพราะเรามีเหตุผลมาหักล้างความรู้สึกนั้นของเจ้าสาว ทำไมน่ะเหรอ ไปหาคำตอบกัน

ก่อนอื่นควรตั้งเป้าหมายก่อนออกไปหาชุดแต่งงาน

ค้นหาสไตล์ ตั้งงบประมาณ และหาข้อมูลชุดแต่งงานของตัวเอง จะทำให้การเลือกชุดแต่งงานง่ายที่สุด หากเจ้าสาวสามารถระบุสไตล์ของตัวเองได้อย่างชัดเจน ว่าคุณเป็นคนแบบไหน เช่น เป็นเจ้าสาวสายหวาน เปรี้ยวสุดพลัง เป็นสาวโบโฮสุดชิล หรือเป็นเจ้าสาวที่ต้องอินเทรนด์สุดๆ การโฟกัสสิ่งนี้ดีกว่าที่เจ้าสาวจะมายืนมองตัวเองหน้ากระจกว่าคุณจะดูสวยที่สุดในชุดแบบไหน

จากนั้นก็แค่มองหาชุดแต่งงานที่ไม่เกินงบประมาณที่เจ้าสาวตั้งไว้ (เข้มแข็งเข้าไว้อย่าหวั่นไหวนะคะเจ้าสาว!!) ซึ่งก่อนที่เจ้าสาวจะเดินเข้าร้านชุดต้องแน่ใจก่อนนะคะว่า คุณได้ตั้งงบประมาณเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

เพราะฉะนั้นการทำการบ้านก่อนเข้าร้านชุดจึงเป็นสิ่งสำคัญ ว่าที่เจ้าสาวอาจจะคิดภาพในใจว่าได้ชุดแต่งงานแบบไหน โดยอาจหาภาพชุดแต่งงานที่อยากได้จากอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่การมีรูปภาพรายละเอียดต่างๆ ที่เจ้าสาวชื่นชอบก็ยังได้ และที่สำคัญอาจรีเช็กสักนิดว่าร้านชุดแต่งงานที่เจ้าสาวจะเข้าไปนั้นมีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์หรือมีจุดเด่นที่เจ้าสาวชื่นชอบหรือตรงกับสไตล์ที่เจ้าสาวอยากได้หรือไม่ รวมไปถึงเช็กราคาด้วยว่ามีชุดแต่งงานที่ไม่เกินงบที่คุณได้ตั้งไว้หรือเปล่า แต่ละร้านมีเรทราคาอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ เหมาะสมกับงบประมาณที่เจ้าสาวตั้งไว้หรือไม่ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเข้าไปให้เสียเวลาและเสียใจว่าชุดแพงจัง

และไม่แนะนำให้เจ้าสาวรีบหาชุดแต่งงานก่อนที่จะได้วันและสถานที่นะคะ เพราะทั้งสองสิ่งล้วนมีความสัมพันธ์กับชุดเจ้าสาว อย่างเช่น วันแต่งงานจะเป็นตัวกำหนดการทำงานของร้านชุดหรือดีไซเนอร์ ส่วนสถานที่จัดงานแต่งงานจะเป็นตัวกำหนดรูปแบบหรือสไตล์ของชุดเจ้าสาวได้เช่นกัน

เพราะฉะนั้นหัวใจหลักสำคัญๆ ก่อนที่จะเลือกชุดแต่งงานก็คือ วันแต่งงาน สถานที่จัดงานแต่งงาน และงบประมาณที่มี

เข้าไปลองชุดแต่งงานตามร้านต่างๆ แบบพอดีๆ

1-2 ร้านเป็นจำนวนที่พอดีที่จะทำให้ว่าที่เจ้าสาวสามารถตัดสินใจเลือกชุดแต่งงานที่ถูกใจได้มากที่สุด  ซึ่งถ้าหากว่าที่เจ้าสาวหาข้อมูลและได้ลองเข้าไปเยี่ยมชมชุดแต่งงานของทางร้านแล้ว (ไม่ว่าจะเดินทางไปด้วยตัวเองหรือชมผ่านทางออนไลน์) และพบว่าร้านดังกล่าวมีชุดแต่งงานที่เจ้าสาวกำลังมองหาอยู่ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่เจ้าสาวจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาตัดสินใจว่าชุดไหนของร้านใดที่ใช่ตัวคุณมากที่สุด เพราะยิ่งเจ้าสาวเข้าร้านชุดมากเท่าไหร่ การตัดสินใจก็ยากขึ้นเท่านั้น

ชุดแต่งงาน

ถึงเวลาหยุดเดินสายลองชุดแต่งงานสักที

เมื่อเจ้าสาวได้เจอชุดแต่งงานที่คุณคิดว่า ไม่สามารถจะตัดทิ้งจากตัวเลือกได้ ซึ่งนี่แหละค่ะคือสัญญาณที่ดีว่าชุดนี้อาจจะเป็นชุดแต่งงานที่ใช่สำหรับคุณก็ได้ ซึ่งเจ้าสาวหลายคนมักจะคิดว่าไม่ควรจะรีบร้อนตัดสินใจเลือกชุดแต่งงานชุดแรกที่เจอ แต่ถ้าหากคุณได้ลองชุดแต่งงานชุดนั้นแล้วพบว่าทั้งรูปแบบของชุด, เนื้อผ้า และช่วงเนคไลน์ นั้นไม่ว่าจะหมุนซ้ายหมุนขวาคุณก็รู้สึกมั่นใจว่าฉันสวยเหลือเกินในชุดนี้ เท่านี้คุณก็สามารถจำกัดตัวเลือกลงได้แล้ว และนี่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าคุณสามารถที่จะเซย์เยสกับชุดแต่งงานชุดนี้ได้แม้จะเป็นชุดแรกที่คุณเพิ่งได้ลองก็ตาม

ซึ่งการทำการบ้านเกี่ยวกับดีไซเนอร์และร้านชุดแต่งงานสำหรับเจ้าสาวนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการพุ่งตัวไปหาชุดแต่งงานที่ใช่ได้อย่างรวดเร็วและไม่ไขว้เขว้ และสิ่งสำคัญอีกอย่างสำหรับเจ้าสาวคือการเปิดใจยอมรับฟังคำแนะนำจากมืออาชีพที่เขาพร้อมที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณเสมอ

หรือนี่คือช่วงเวลาสุดพิเศษที่ได้พบกับชุดแต่งงานในฝันแล้ว!

ถ้าเจ้าสาวสวมชุดแต่งงานชุดดังกล่าวแล้วรู้สึกมั่นใจ และเห็นภาพตัวเองในชุดนั้นยืนอยู่ในงานแต่งงานและอยู่ในภาพถ่าย และมีความรู้สึกเสียดายหากจะไม่ได้ใส่ชุดนี้ นั่นแหละคือความรู้สึกว่าคุณอาจจะต้องการชุดนี้จริงๆ ซึ่งแน่นอนว่าการตัดสินใจเลือกชุดแต่งงานชุดแรกที่เจอเป็นการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ แต่ยิ่งหามากเท่าไหร่ความสับสนและตัดสินใจยากก็มากขึ้นเท่านั้น เพราะการสวมชุดแต่งงานที่มากเกินไปจะเริ่มทำให้ว่าที่เจ้าสาวแยกแยะหรือจดจำดีเทลที่สำคัญของแต่ละชุดไม่ได้

และอย่าตัดสินใจเลือกจากรูปถ่ายหากคุณไม่ได้ไปลองชุดนั้นด้วยตัวเอง เพราะชุดแต่งงานที่สวยสมบูรณ์แบบนั้นจะต้องพอดีกับรูปร่างเจ้าสาว และแน่นอนจะต้องเข้ากับเมคอัพและทรงผมที่เจ้าสาวจะทำในวันแต่งงานด้วย แต่ๆ..เราไม่ได้ให้คุณแต่งหน้าทำผมจัดเต็มไปลองชุดแต่งงานนะคะ เพียงแค่ลองแต่งหน้าอ่อนๆ เติมลิปสติกเฉดสีที่ใกล้เคียงกับเฉดสีที่คุณจะเลือกใช้ในวันแต่งงาน และเกล้าผมหลวมๆ ไปลองชุดแต่งงานก็พอ

สุดท้ายการตามหาชุดแต่งงานก็เหมือนการที่คุณตัดสินใจเลือกผู้ชายสักคนมาเป็นคู่ชีวิตนั่นแหละค่ะ เพราะอาจจะมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย แต่ถ้าหากคุณถูกใจสิ่งหนึ่งสิ่งใดเข้าแล้วก็ไม่จำเป็นที่จะมองหาสิ่งอื่นอีก จริงไหมคะ ทำตามหัวใจเรียกร้องนั่นแหละดีที่สุด

Read More : 4 ข้อเจ้าสาวห้ามหลุดเมื่อถึงเวลาลองชุดแต่งงาน!

Cr. foreverbride.com, brides.com

Recommended

2 สิ่งที่เจ้าสาวอาจมองข้ามในเรื่องชุดแต่งงานและทรงผม แทนที่จะปังแต่กลับพังไม่เป็นท่า

ไม่แปลกที่เจ้าสาวจะมองภาพรวมของชุดแต่งงานและเรฟเฟอร์เรนซ์หน้าผมให้สวยไว้ก่อน โดยลืมมองรายละเอียดย่อยๆ ว่ายังมีสิ่งที่อาจจะยังไม่รู้ จนเกิดเป็นความผิดพลาดอย่างในเรื่อง ชุดแต่งงานและทรงผม อย่างไม่น่าให้อภัย แพรวเวดดิ้ง อยากให้โมเม้นต์สำคัญในชีวิตของเจ้าสาวมีแต่สิ่งดีๆ ไว้ให้จดจำ ก็เลยมาบอกไว้ก่อนว่า “ชุดแต่งงานนอกจากที่ต้องดูให้สวยแล้วต้องดูเรื่องอะไรอีก” และ “ทรงผมเจ้าสาวที่จะเอาแค่สวยเหมือนอย่างที่เจ้าสาวอยากได้ไม่พอ แต่ยังต้องดูสภาพแวดล้อมในเรื่องอื่นๆ ด้วย” ซับในกระโปรงชุดแต่งงาน ถ้าไม่อยากพลาดต้องดูให้ดี บอกเลยว่าเรื่องนี้ทำเอาเจ้าสาวหลายคนเกือบเดินหน้าทิ่มตอนเดินเข้างานมาแล้ว เพราะเจ้าซับในตัวดีดันแล่บออกมา มิหนำซ้ำยังไปเกี่ยวเข้ากับรองเท้าเจ้าสาวอีก ลำพังแค่เดินในชุดแต่งงานปกติก็ยากอยู่แล้ว นอกจากเดินลำบากยิ้มไม่ออก เจ้าสาวคงไม่อยากเห็นรูปถ่ายตัวเองในชุดแต่งงานสวยๆ มีชายผ้าหลุดรุ่ยกองอยู่บนพื้นด้วยหรอกจริงไหมคะ เพราะฉะนั้นหากเจ้าสาวคนไหนรับชุดมาไว้ที่ตัวเองก่อนวันแต่งงานก็อย่าลืมตรวจดูให้ดีว่าชายผ้าด้านในเป็นอย่างไร มีโอกาสไหมที่จะไปเกี่ยวเข้ากับรองเท้า ถ้ายังไม่แน่ใจแนะนำให้ลองสวมชุดแต่งงานกับรองเท้าที่จะใส่ในวันงานแล้วลอกเดินดูเลยค่ะ หากพบว่ามีปัญหาเกี่ยวพันรุงรังเดินลำบาก ให้รีบนำชุดแต่งงานไปให้ทางร้านเย็บเก็บซับขึ้นให้หน่อย เท่านี้ก็ไม่มีปัญหาในวันแต่งงานแล้ว แต่ในเมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ ในวันแต่งงานแพรวเวดดิ้งขอแนะนำให้เจ้าสาวเตรียมเข็มและด้ายสีขาว หรือเข็มกลัดไว้ให้พร้อม เพราะหากก่อนเดินเข้างานแล้วเกิดปัญหาดังกล่าวจะได้ยังพอแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน อย่างน้อยก็ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที เจ้าสาวก็สามารถเดินเข้างานได้อย่างสบายใจแล้ว เลือกทรงผมให้เหมาะกับสถานที่และสภาพแวดล้อม นอกเหนือจากการเลือกทรงผมให้เหมาะกับรูปหน้าและชุดแต่งงานที่เลือกแล้ว การเลือกให้เหมาะกับสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งหรือสถานที่แต่งงานก็สำคัญไม่น้อย ถ้าหากเจ้าสาวถ่ายพรีเวดดิ้งในสตูดิโอที่แอร์เย็นฉ่ำ หรือจัดงานในห้องบอลรูมสุดหรูแอร์เย็นเจี๊ยบ ถ้าเป็นแบบนี้จะทำทรงไหนก็รอด แต่ถ้าหากเลือกสถานที่ถ่ายหรือสถานที่แต่งงานเป็นแบบเอ๊าท์ดอร์อากาศร้อนจัด แล้วเจ้าสาวเกิดอยากจะปล่อยผมล่ะก็ อาจจะต้องคิดให้ดี เพราะนอกจากที่จะทำให้เจ้าสาวร้อนแบบคูณสองแล้ว ผมอาจจะชุ่มไปด้วยเหงื่อจนจับตัวเป็นก้อนไม่สลวยอย่างที่คิดไว้ หรือถ้าหากเลือกถ่ายริมทะเลแล้วเจ้าสาวคิดจะปล่อยผมหรือติดเวลก็ต้องคิดให้ดีเหมือนกัน เพราะเราควบคุมทิศทางลมไม่ได้ กว่าจะได้ภาพที่สวยงามสมใจอยากก็อาจจะอีรุงตุงนังอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว อ่านเรื่องราวและดูไอเดียดีๆ เกี่ยวกับชุดแต่งงานเพิ่มเติมได้ที่นี่อีกเพียบ คลิกเลย! […]

INBAL DROR กับคอลเล็กชั่นชุดเจ้าสาวที่พลิ้วไหว SPRING 2017

สำหรับคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ 2017 ของ Inbal Dror เน้นการใช้ผ้าโปร่งตัดเย็บเป็นกระโปรงพริ้ว ซึ่งช่วยทำให้เจ้าสาวมีลุคที่ดูอ่อนหวานยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการประดับด้วยดอกไม้ 3 มิติที่ช่วยทำให้ชุดดูเด่นขึ้นไปอีก ขอบคุณภาพจาก : www.brides.com

10 สไตล์คอเสื้อชุดแต่งงานที่เจ้าสาวไม่ควรพลาด

คอเสื้อชุดแต่งงาน ที่เรานำมาฝากต่อไปนี้เก๋ สวย และไม่เหมือนใคร เพราะดีไซเนอร์จากไฮแบรนด์ได้ออกแบบคอเสื้อชุดเจ้าสาวมาให้เลือกเพียบ

ชุดแต่งงานอินเทรนด์

ต้อนรับปีใหม่กับ 7 แฟชั่นชุดแต่งงานอินเทรนด์กว่าใครในปี 2018

ปีใหม่นี้ แพรว wedding มีของขวัญเป็น ชุดแต่งงานอินเทรนด์ มามอบให้กับเจ้าสาวทุกคน เลือกที่ชอบในสไตล์ที่ใช่เพราะมีมาให้ถึง 7 แบบด้วยกัน