5 อุปสรรคการเลือกชุดแต่งงานที่ว่าที่บ่าวสาวต้องก้าวผ่านให้ได้

หมดปัญหาการตัดสินใจเรื่อง ชุดแต่งงาน หากว่าที่บ่าวสาวขจัด 5 สิ่งเหล่านี้ออกไปได้

แพรว wedding ได้ประมวล 5 อุปสรรคที่สลักอยู่ในใจว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเมื่อต้องเลือก ชุดแต่งงาน มาฝาก ซึ่งทั้ง 5 ข้อนี้เป็นปัญหาอมตะนิรันดร์กาลที่บ่าวสาวมักต้องเผชิญแทบทุกคู่ในช่วงการเฟ้นหาชุดแต่งงานโดนใจ และต่อไปนี้คือทางออกง่ายๆ ที่จะทำให้ปัญหาชวนปวดหัวนี้หมดไปแบบไร้กังวล

1. ตั้งงบไม่ถูก

ปัญหาสุดคลาสสิคด่านแรกของว่าที่บ่าวสาวก็ว่าได้ แต่ข้อนี้แก้ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่บ่าวสาวตัดสินใจให้ได้ก่อนว่าคุณต้องการเลือกชุดเจ้าสาวแบบไหน เช่าตัด หรือตัดซื้อ เพราะทั้งสองแบบนี้ต่างกันในเรื่องราคาอย่างแน่นอน ซึ่งหากเจ้าสาวเลือกที่จะเช่า ก็เพียงแค่เลือกชุดเจ้าสาวที่ชอบแล้วแก้ขนาดให้พอดีกับรูปร่าง เท่านี้ก็เป็นอันจบภารกิจ

แต่หากว่าที่เจ้าสาวเลือกชุดแบบเช่าตัดคุณก็จะได้เป็นมือวางอันดับหนึ่งในการสวมใส่ชุดนั้นเป็นคนแรก ก็คล้ายๆ กับว่าคุณสั่งตัดขึ้นมาเพื่อคุณเองโดยเฉพาะ แต่แค่เมื่อเสร็จงานชุดนี้จะกลับไปอยู่ที่ร้านแทนที่จะเป็นบ้านของคุณ ซึ่งชุดเช่าตัดนั้น ราคาจะถูกกว่าชุดตัดซื้อ แต่ชุดตัดซื้อนั้นว่าที่เจ้าสาวจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ แบบชุด และที่สำคัญได้ชุดนั้นกลับบ้านเมื่อเสร็จงานอีกด้วย

เมื่อเลือกรูปแบบชุดได้แล้ว ก็มาดูว่างบประมาณที่เตรียมไว้สำหรับการจัดงานแต่งงานนั้นมีอยู่ทั้งหมดเท่าไหร่ จากนั้นก็ค่อยๆ เกลี่ยงบไปในส่วนต่างๆ มากน้อยตามลำดับความสำคัญ แล้วนำงบประมาณที่เตรียมไว้สำหรับเรื่องชุดแต่งงานนั้นเข้าไปคุยกับร้าน เพื่อให้ดีไซเนอร์ทำชุดในงบที่มีให้สวยที่สุด แต่ถ้าเจ้าสาวเกิดไปถูกใจความพิเศษต่างๆ ที่ทางร้านนำเสนอ เช่น ผ้าลูกไม้นำเข้า หรือเทคนิคการตัดเย็บเฉพาะตัว งานนี้ก็อาจจะต้องเจียดเงินจากส่วนอื่นๆ มาถมเอานะจ๊ะ

“แพงถูกไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะจะมีงบเท่าไหร่ก็มีชุดแต่งงานสวยๆ ได้เช่นกัน”


2. ไม่กล้าบอกเธอ

ปัญหานี้ตกอยู่ที่ว่าที่เจ้าบ่าวล้วนๆ เพราะเจ้าบ่าวบางนายก็อยากจะใส่ชุดแบบสลิมฟิตเท่ๆ สักครั้งในวันแต่งงาน หรืออาจจะอยากใส่ชุดทักซิโดสีขาวราวกับเทพบุตร แต่ก็ไม่กล้าบอกถึงความต้องการลึกๆ ให้ใครรู้ เลยกลายเป็นว่างานนี้ต้องไหลไปตาม เออออไปกับดีไซเนอร์และว่าที่เจ้าสาว หากหนุ่มๆ คนไหนเข้าข่ายพฤติกรรมแบบนี้ จงหยุด! แล้วบอกความในใจและความต้องการออกไปตรงๆ เพราะอย่าลืมนะว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของคุณ ที่จะถูกบันทึกไว้ในภาพถ่ายที่จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นไม่ต้องเขินอายในสไตล์ของตัวเอง เพราะดีไซเนอร์จะสามารถช่วยดึงตัวตน และปรับแก้ทุกอย่างจนคุณเจ้าบ่าวออกมาดูดีได้อย่างแน่นอน

และอาการไม่กล้าบอกนี้จะเกิดขึ้นกับคุณว่าที่เจ้าบ่าวอีกครั้งในวันฟิตติ้ง เช่น เมื่อลองชุดแล้วติดๆ ขัดๆ รูปทรงยังไม่เป๊ะตามที่อยากได้ หรือดีเทลบางอย่างยังไม่ถูกใจ แต่ก็ไม่กล้าบอกเพราะกลัวจะโดนหาว่าเรื่องมาก เราขอให้คุณเจ้าบ่าวเปลี่ยนความคิดใหม่ซะนะคะ จงคิดไว้เสมอว่า เราต้องดูดีและได้สิ่งที่ดีที่สุดในวันสำคัญ

“ไม่ชอบคัตติ้งตรงไหน หรือแม้แต่อยากเปลี่ยนกระดุม ก็แมนๆ บอกไปเลย ดีกว่ายืนเสียเซลฟ์ในวันงานเพราะชุดไม่โดนใจ”

ชุดแต่งงาน


3. กลัวพังเพราะหุ่นไม่เป๊ะ

ปัญหาระดับชาติของว่าที่เจ้าสาวที่เมื่อเปิดดูชุดแต่งงานก็จินตนาการไปก่อนว่า ‘ฉันใส่คงไม่สวยเท่านางแบบหรอก’ โถ่ อย่าเพิ่งฝันสลายไปไกลขนาดนั้นนะคะสาวๆ เพราะดีไซเนอร์นั้นสามารถเนรมิตแบบชุดที่หลากหลายให้เข้ากับสรีระของว่าที่เจ้าสาวหลายไซส์ได้แบบไม่ยาก แต่อาจจะมีเงื่อนไขนิดๆ หน่อยๆ ตรงที่ว่า ชุดนั้นควรตัดเย็บจากการวัดตัวของเจ้าสาวตั้งแต่แรก เพราะดีไซเนอร์จะได้รู้ถึงจุดบกพร่องและช่วยแก้ไขจุดเพื่อให้ชุดในฝันให้เข้ากับสรีระของเจ้าสาวได้มากที่สุด


4. วางแผนเวลาผิด

ให้จำไว้เสมอว่า 5-6 เดือนเป็นระยะเวลาที่กำลังเหมาะ โดยเดือนแรกอาจจะเป็นช่วงสำรวจตัวเองว่าอยากได้ชุดแต่งงานแบบไหน เพื่อที่จะได้จัดงบและตามหาร้าน หรือดีไซเนอร์ได้ถูก ส่วนเดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 5 คือช่วงเวลาการลงกรรไกรเพื่อตัดเย็บชุดแต่งงานในฝัน และโดยเฉลี่ยแล้วว่าที่เจ้าสาวจะได้ลองชุดแต่งงานทั้งหมด 4 ครั้ง โดยมีไทม์ไลน์คร่าวๆ ดังนี้

เดือนที่ 2 – ลองชุดครั้งที่ 1 เป็นการลองโครงผ้าเพื่อฟิตติ้งไซส์ที่เหมาะสม
เดือนที่ 3 – ลองชุดครั้งที่ 2 เป็นการลองชุดจริงแต่ยังไม่ได้ตกแต่งใดๆ ให้สวยงาม
เดือนที่ 4 – ลองชุดครั้งที่ 3 เป็นการลองชุดที่ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว
เดือนที่ 5 – ลองชุดครั้งสุดท้าย

สุดท้ายเดือนที่ 6 อาจจะเผื่อไว้สำหรับกรณีที่ต้องรอสั่งวัสดุที่หายากหรือนำเข้าจากเมืองนอก หรือต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัวในการตัดเย็บที่ต้องใช้เวลามากกว่าปกติ

5. เจอชุดใหม่เลยเปลี่ยนใจกะทันหัน

ถ้าแค่เพิ่มรายละเอียดหรือเพิ่มการตกแต่งก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าถึงขั้นเปลี่ยนทรงชุดอันนี้อาจจะต้องคุยกันยาวนะจ๊ะ เพราะชุดบางทรงอาจจะไม่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้กลายเป็นแบบใหม่ได้ เช่น ถ้าเจ้าสาวเลือกตัดชุดทรงบอลกาวน์ แต่เกิดเปลี่ยนใจเพราะไม่อยากได้กระโปรงที่ใหญ่โตแล้ว แบบนี้ก็ยังพอที่จะแก้ไขกระโปรงให้มีขนาดเล็กลงมาได้ แต่ถ้าเกิดอยากเปลี่ยนเป็นทรงอื่นไปเลย อาจจะต้องคิดกันให้ดีอีกทีเพราะนอกจากจะเสียเวลาในการปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือตัดเย็บใหม่แล้ว อาจจะต้องเสียทรัพย์เพิ่มอีกด้วยนะจ๊ะ

“เจ้าสาวควรฟันธงแบบชุดให้จบก่อนที่จะสั่งตัด และจงหนักแน่นเข้มแข็งเข้าไว้นะ”

หากเลือกชุดแต่งงานแบบสากลกันได้แล้ว ก็อย่าลืมใส่ใจกับขั้นตอนการเลือกชุดไทยให้ดูเข้ากันด้วยน้า นี่เลย…เรามีทิปส์ดีๆ จากกูรูมาบอกต่อ เทคนิคการเลือกชุดแต่งงานไทยของบ่าวสาวยังไงให้ดูเข้ากัน

ภาพ stocksnap.io, www.pinterest.com

Recommended

Alon Livne – Spring 2017

               ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ กับคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ผลิ 2017 จากแบรนด์ Alon Livne ของดีไซน์เนอร์ชื่อดังสัญชาติอิสราเอล ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่อยู่ระหว่างความเซ็กซี่กับความอ่อนหวาน ซึ่งชุดเจ้าสาวสีขาวทั้ง 10 ชุด มีจุดเด่นอยู่ที่มีการใช้ผ้าลูกไม้มาทำเป็นเสื้อท่อนบนแบบ peplum และมีการเลือกใช้ลายเส้นที่ดูมีเสน่ห์แต่ยังคงไว้ซึ่งความไร้เดียงสา นอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้ลูกปัดที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงลายจุดแบบสวิสที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแต่งตัวแบบชาวโบฮีเมี่ยนอีกด้วย ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : wwd.com

ชุดเจ้าสาว

เก็บตก ชุดพรมแดง จาก Met Gala 2018 กับ 10 ลุคที่ให้กลิ่นอายสไตล์ชุดแต่งงาน

ดาราแต่ละคนจัดหนัก จัดเต็ม แบบแม่มาเอง ลองมาดู เก็บตกชุดจากงาน Met Gala 2018 จะลองมาประยุกต์ เป็น ชุดเจ้าสาว ก็ได้นะ สวยแน่นอน

12 ชุดแต่งงานแบบแยกชิ้นจากดีไซเนอร์คลื่นลูกใหม่ Elise Hameau

เอลลีส อาเมอร์ (Elise Hameau) อีกหนึ่งคลื่นลูกใหม่ของวงการดีไซเนอร์ชาวปารีเซียงกับคอลเลคชั่นชุดเจ้าสาวแบบแยกชิ้นที่สามารถหยิบมาใส่ในวันธรรมดาได้

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : praewwedding.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4862

E-MAIL : [email protected]


สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ praewwedding.com

ศศิวิมล สีดาว [tel. 08-6998-4543]

Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4354

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.