รักนี้พี่ทุ่มของ ภัทร – จึงกานต์กุล และ จุ้มจิ้ม – วรนันท์

หลายคนบอกว่าคู่รัก ภัทร – จึงกานต์กุล ผู้ประกาศข่าวช่อง 7 และ จุ้มจิ้ม – วรนันท์ นักแสดงช่อง 3 คือคู่รักหมื่นล้าน เพราะต่างก็เป็นทายาทธุรกิจขนาดใหญ่ แต่วันนี้เราจะพาไปสัมผัสกับความรัก ความสุข และรอยน้ำตา ของคู่รักที่เราบอกได้เลยว่าครบรส และมีข้อคิดให้อีกหลายคู่ได้คิดตาม

First Meet

ภัทร : เรียนคอร์ส ABC รุ่นที่ 2 ด้วยกัน ซึ่งเป็นคอร์สเรียนสร้างแรงบันดาลใจจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

จุ้มจิ้ม : แต่ตอนนั้นก็พี่เป็นน้องกัน เพราะต่างคนก็ต่างไม่โสด เขาเพิ่งมาจีบหลังจากที่เรียนจบมาแล้ว 2 ปี

ภัทร :  จริงๆ ตอนเรียนก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนน่ารักดี เอาจริงๆ ในรุ่นก็เป็นคนเด่นคนหนึ่งเลย แต่ตอนนั้นเรามีแฟน เขาก็มีแฟนด้วย ก็เลยเป็นพี่เป็นน้อง ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่หลังจบแล้วก็เจอกันอยู่เรื่อยๆ บางทีก็มีอีเวนท์ ไปช่วยงานรุ่นพี่ เป็นพิธีกรคู่กัน ก็เลยมีเรื่องคุย เรื่องปรึกษากัน

จุ้มจิ้ม :  จิ้มก็ปรึกษาเรื่องผู้ชายกับเขานะ

ภัทร :   เขาก็มาปรึกษาเรื่องผู้ชาย ซึ่งเราก็ให้คำแนะนำไปเพราะเรารู้ว่าสถานะตอนนั้นเราทำอะไรไม่ได้ แต่ก็มีช่วงที่หายจากกันไป แล้วบังเอิญได้มาเจอกันอีกครั้งในงานรับน้องรุ่นที่ 5  ได้อัพเดตข่าวคราว แล้วคุยไปคุยมาก็ อ้าว! โสดแล้ว น้องโสด เราก็โสด ก็เลยเออ โสดก็จีบสิ

ปฎิบัติการจีบ

จุ้มจิ้ม :  มีอยู่วันหนึ่งพี่เขาไปส่งที่บ้าน จิ้มก็คิดแค่ว่า “เอออ ใจดีเนอะ” แต่วันนั้นก็มีเพื่อนผู้ชายอีกคนนั่งรถติดไปด้วย สรุปมีผู้ชายไปส่ง 2 คน เราลงที่บ้าน แล้วเขาก็แยกกัน รู้สึกฮอตมาก

ภัทร : คืออารมณ์แบบ น้องเขากลับเข้าสู่ตลาดเป็นสินค้ายอดนิยมไง จากวันนั้นก็โทรคุย เริ่มเนียนถามว่าเขาไปไหน มีวันนึงเขาไปงานที่ห้างแถวบางกะปิ เราก็เลยเออ พี่มีธุระตรงนั้นพอดีเลย

จุ้มจิ้ม : คือไม่เนียนแล้ว ห้างมีเป็นร้อย จะมาประชุมอะไรที่บางกะปิ

ภัทร : ก็มีประชุมจริงๆ เพราะหลังจากวางสายจากเขาก็โทรหาเพื่อน “เฮ้ย มาประชุมกับกูที่บางกะปินะ” เห็นไหมไม่ได้โกหก

จุ้มจิ้ม : แต่คือมันไกลบ้านเขามากนะ

ภัทร : อื้อ เราก็สร้างสถานการณ์ให้มีได้ หลังจากวันนั้นเขาก็ถามตรงๆ ว่ายังไง เราก็ยอมรับว่าจีบ

จุ้มจิ้ม : จิ้มไม่ได้ถาม พี่ภัทรบอกเอง  (ยกที่ 1 เริ่ม)

ภัทร : ก็นั่นแหละ ก็พูดไปว่าจีบ พูดปุ๊บก็โดนเทเลย ช่วงนั้นเขาจิตตก นอยด์ๆ

จุ้มจิ้ม : ไม่ใช่ๆ  คือคนที่เราให้เป็นพี่ เป็นคนที่เราปรึกษากันอยู่ดีๆ แล้วก็มาบอกชอบ มันก็จะช็อคป่ะ แล้วก็คิดว่าพี่เขาต้องเจ้าชู้แน่ โหงวเฮ้งแบบนี้

ภัทร :  เห็นไหม เป็นคนไม่มีวิสัยทัศน์ไง มองอะไรผิด (โดนมองค้อนสิค่ะ จะเหลืออะไร)

จุ้มจิ้ม :  ก็มองว่าเพื่อนเยอะมาก ก็น่าจะเจ้าชู้ แล้วก็มีคนมาทักมาเตือนว่าเนี่ย “เจ้าชู้!”

ภัทร : เราแค่เป็นคนเพื่อนเยอะ

จุ้มจิ้ม :  โอ้ยยย (เสียงสูงมาก)

ภัทร : โดนเทไป ก็เลยต้องทุ่มสุดตัว เพราะตั้งใจจีบเขาแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไง ก็จะต้องจีบให้ติด

จุ้มจิ้ม : เขาเป็นคนตลก สมมุติเขาน้อยใจจีบไม่ติดสักที เขาก็จะโทรมาบอกว่าเดี๋ยวพี่จะหายไปแล้วนะ วันนี้พี่จะไม่โทรหาเลยนะ พี่จะหายไปนะ หายจริงๆ นะ แล้วจะดูว่ามีใครจะคิดถึงพี่ไหม คือมาบอกล่วงหน้า เราก็อ้อ ขอบคุณที่บอกล่วงหน้า แล้วในที่สุดเขาก็ทนไม่ได้ หายไปได้อย่างมากสุด ก็ 5 ชั่วโมง ก็โทรมาล่ะ

ภัทร :  พอพี่อยู่ในโหมดนั้นจะเป็นผู้ชายอีโมนิดนึง ดราม่าเบาๆ เอ๊ะ เราพูดแบบนี้ไป ตามหลักเขาควรจะรั้งเราไว้ ควรจะแบบ “จริงๆ เหรอ ไม่หายไปนะ”  (เชื่อในความดราม่านี้แล้วค่ะ)

จุ้มจิ้ม : ตอนนั้นก็รู้สึกว่า แล้วแต่พี่เลย (หัวเราะ)

พ่อบุญทุ่ม

จุ้มจิ้ม : มีเซอร์ไพรส์ใหญ่มากมาย ส่งรถมารับที่สนามบิน เปิดรถออกมาเป็นดอกไม้ใหญ่มากเต็มรถตู้เลย ดอกไม้เกือบทุกอาทิตย์

ภัทร : ช่วงนั้นทำฟาร์มดอกไม้เลยทีเดียว

จุ้มจิ้ม : ใจจริงก็อยากบอกว่า “เปลี่ยนเป็นกระเป๋าได้ไหม รวม 10 ช่อเป็นกระเป๋าใบเดียวก็ได้”  แต่ก็ไม่กล้าพูด (ความจริงในใจผู้หญิงทุกคนเลยค่าาา เรื่องนี้)

ภัทร : วันเกิดปีแรกของเขาที่เราเริ่มคุยกันก็จัดเต็มมาก ปิดร้าน จ้างออแกไนซ์เซอร์ เชิญเพื่อนมางานมากมาย ให้คนมาทำคลิป มีแต่งเพลงร้องเพลงให้

จุ้มจิ้ม : เหมือนขอแต่งงานเลย อลังการกว่าวันที่ขอแต่งงานจริงๆ อีก เขาทุ่มเทมาก แต่ตอนนั้นก็ยังปฎิเสธอยู่นะ

 

กว่าจะได้ชื่อว่า “แฟน”

จุ้มจิ้ม : ก็นานอยู่นะ มีขับๆ รถอยู่แล้วขอเป็นแฟนก็มีแล้วจิ้มก็ปฎิเสธอีกรอบ เขาก็เบรครถเลย ถามว่า “ทำไมเหรอจิ้ม พี่ไม่โอเคเหรอ”

ภัทร : ก็ขอมาหลายรอบแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ขอเป็นแฟนต้องยกเครดิตให้เพื่อนกลุ่มหนึ่ง วันนั้นไปนั่งทานข้าวด้วยกันหลังออกมาจากงานแต่งงาน ทุกคนมาเป็นคู่ๆ เราก็มาเป็นคู่ แต่เขาเป็นแฟนกันหมดแล้ว เหลือคู่เราคู่เดียว เพื่อนก็ช่วยเชียร์ แล้วโชคดีที่ผู้หญิงบรรดาแฟนของเพื่อน เขาก็จับกลุ่มคุยกันแบบจริงจัง

จุ้มจิ้ม : นั่งแยกกลุ่มคุยกันเฉพาะผู้หญิงแบบซีเรียสเลย ก็เลยลองดูก็ได้ แต่ไม่คิดว่าจะมาถึงวันนี้นะ

ภัทร : อ้าว!  (มีมองหน้านะคะ รอบนี้)

จุ้มจิ้ม : ก็ลองดู ใจก็ยังกลัวๆ ว่าเขาจะเปลี่ยนไปไหม แต่โชคดีที่เขาเปลี่ยนไปน้อยมาก แค่ดุขึ้น ตามใจน้อยลง แต่ก็ถือว่าเปลี่ยนน้อย

ภัทร : คืออย่างนี้ พี่ไม่ได้เป็นโปรโมชั่นนะ แต่พี่เปรียบตัวเองเป็นสตาร์ทอัพ ช่วงแรกมันต้องลงทุนเยอะมาก ยอมขาดทุนก่อน เพื่อสร้างความน่าสนใจ เมื่ออยู่ตัวแล้วก็กลับสู่โหมดยั่งยืนให้พอมีกำไรนิดหน่อย เพราะเราจะเบิร์นเงินตลอดแบบแรกๆ ไม่ไหว

จุ้มจิ้ม : แต่เขาก็ดูแลดีนะคะ มีไปนั่งรอรับที่กองถ่ายละครถึงตีสอง

ภัทร :  ตีสองอะไร ตีสามนะ ยิ่งกว่าผับเลิกอีก (แหน่ะ แอบบ่นนะพี่ภัทร)

จุ้มจิ้ม : แต่เขาก็มีถามเบาๆ นะ ยังไม่เสร็จเหรอ คือมันหลายเรื่องๆ ที่เขาดูแลใส่ใจอย่างนี้ แล้วก็ชอบพาไปเที่ยวไม่ซ้ำกัน เลยรู้สึกว่าอยู่กับเขาแล้วสนุกดี

ภัทร : แต่ก็ไม่แค่นั้นนะ พอเป็นแฟนเสร็จ ก็มีอุปสรรคต่ออีก

อุปสรรคที่เรียกว่า “ว่าที่พ่อตา”

ภัทร : ตอนแรกลูกเท ตอนหลังพ่อเท อันนี้หนักกว่าเดิมอีก

จุ้มจิ้ม : คือเขาก็จริงใจไง เจอหน้าพ่อครั้งแรกก็แอบสะกิดถามว่าพูดเลยได้ไหมว่าจริงจังถึงขั้นแต่งงาน อยากให้พ่อเห็นว่ามองไกลถึงตรงนั้นนะ

ภัทร : ต้องบอกด้วยว่าวันที่ไปรอที่กองถ่าย เขาก็พูดออกมาประโยคหนึ่งว่า “จิ้มพร้อมแต่งงานแล้ว” ทำให้เรารู้สึกว่า เราเดินหน้าเกียร์ 5 เลย เอาล่ะเตรียมแต่งงาน

จุ้มจิ้ม : แต่ว่าก่อนหน้านั้นพี่ภัทรก็พูดนะว่าอยากแต่งงานกับจิ้มมาเรื่อยๆ  ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จิ้มมาพูดเรื่องแต่งงาน แล้วตอนไปบอกพ่อ พ่อก็ตกใจ พูดเสียงเข้มเลย “ผมไม่เคยเจอคุณเลย” พ่อได้ยินแค่คำว่าแต่งงาน คำอื่นพ่อคงหูดับไปแล้ว  “เจอกันครั้งแรกจะพูดอะไรแบบนี้ได้ยังไง” (เลียนเสียงพ่อ)

ภัทร : แล้วคิดดูไปเจอพ่อก็ไม่มีจังหวะให้พูดเลย เพราะว่านั่งกันหลายคน มีทั้งญาติ ทั้งเพื่อนพ่อ ขนกันไปเต็มเลย เราก็คิดในใจว่าจะทำยังไงดี สุดท้ายก็หาจังหวะพูดได้ตอนอยู่หน้าร้านสเต๊ก ระหว่างรอรถมารับ

จุ้มจิ้ม : ตอนรอรถมารับ 1 นาที

ภัทร : คือไม่พูดก็ไม่ได้แล้วไง พรุ่งนี้ต้องบินกลับกรุงเทพฯ แล้ว ไม่งั้นก็เสียเที่ยวเปล่า ก็เลย “คุณพ่อครับ ผมอยากจะคุยเรื่องแต่งงาน” พ่อเปลี่ยนหน้าเลย แล้วพูดเบาๆ “เดี๋ยวไว้ค่อยคุยกัน

จุ้มจิ้ม : มันเร็วเกินไป (ทำเสียงเข้มเชียว)

ภัทร :  แล้วพ่อก็ขึ้นรถจากไปเลย โดนเท ก็กลับมาเลียแผลที่กรุงเทพฯ 2-3 เดือนไม่กล้าลงไป รู้สึกหน้าแตก

จุ้มจิ้ม : มีถึงขั้นน้ำตาไหลที่สนามบินด้วยนะ ปกติก็เข้มแข็งจะตาย ตอนเห็นน้ำตาเขาตกใจเลย

ภัทร : ก็กว่าจะผ่านด่านลูกได้ ต้องมาเจอด่านพ่ออีก ทำไมชีวิตมันรันทดขนาดนี้ แต่สุดท้ายก็รอดมาได้

 

ทีเด็ดว่าที่พ่อตา

จุ้มจิ้ม : พ่อบอกว่ามันเร็วไป “ผมกับแม่จุ้มจิ้มคบกันมาตั้ง 7 ปี นี่คุณเพิ่งเท่าไหร่ อย่างน้อยผมคิดว่าไม่ควรต่ำกว่า 2 ปี รู้จักข้อเสียกันดีแล้วเหรอ”

ภัทร : รอบที่สองพ่อก็พูดแบบนี้ พอเจอรอบที่สาม พ่อก็เพิ่มเป็น 5 ปี พ่อเพิ่มระยะเวลามากขึ้น แล้วก็ยกตัวอย่าง “ผมกับแม่คบกันตั้ง 7 ปี” พี่ก็มีคำตอบในใจแต่ไม่พูดออกไปว่า ก็พ่อคบกับแม่ตั้งแต่พ่ออยู่ปี 1 นี่ครับ แต่ผมตอนนี้หลัก 4 จะไปแจ้งวัฒนะอยู่แล้ว

จุ้มจิ้ม : แต่ไม่กล้าพูด (หัวเราะ)

ภัทร :  ถ้าพูด พ่อคงบอกว่าชาติหน้าเลยแล้วกัน

Recommended