ถอดรหัส 4Cs อ่านป้ายบนแหวนแต่งงานให้เป็นไม่ถูกหลอก

เคยสงสัยไหมว่า ตัวหนังสือภาษาอังกฤษบนป้ายเล็กๆ ที่ห้อยอยู่กับเครื่องประดับเพชรแต่ละชิ้นในร้านมีความหมายอย่างไร แล้วถ้าได้ใบรับรองคุณภาพเพชรมาจะอ่านเป็นไหม เอาเป็นว่าถ้าคุณคิดจะซื้อเพชรใส่ แหวนแต่งงาน ก็ควรถอดรหัสบนป้ายให้เป็น ตีความหมายในใบเซอร์ให้ถูก รับรองว่าได้เพชรตรงใจไม่ถูกหลอกชัวร์
ป้ายที่ว่าจะมีรูปแบบการเขียนต่างกันในแต่ละร้าน แต่มีรายละเอียดเหมือนกันอยู่ 2 อย่างเสมอ คือ“น้ำหนักของเพชร” ไม่ว่าจะเป็นแบบแยกเม็ดเดี่ยวโฟกัสเฉพาะน้ำหนักเม็ดกลางหรือน้ำหนักเพชรโดยรวมทั้งชิ้น และ “น้ำหนักของทอง” ที่ใช้ทำตัวเรือน ส่วนคุณสมบัติเพชรอื่น ๆ บางร้านจะระบุไว้บนป้าย แต่บางร้านให้ลูกค้าดูจากใบเซอร์ที่แนบมาแทน ที่เหลือคือรหัสที่แต่ละบริษัทจัดทำขึ้นมาเพื่อให้ง่ายต่อการเช็กสต๊อกตรวจนับจำนวนสินค้า

แต่ไหน ๆ ถ้าคุณตั้งใจซื้อเพชรไว้ในครอบครองก็ควรมองหาเพชรที่มีการการันตีด้วยใบรับรองคุณภาพเพชรจากสถาบันต่าง ๆ ซึ่งจะระบุคุณสมบัติพื้นฐานของเพชรที่เรียกว่า 4Cs ไว้ครบถ้วน ดังนี้

1. น้ำหนักของเพชร (C-Carat)

cr. http://www.blankadiamonds.be/

คือหน่วยวัดน้ำหนักเพชร 1 กะรัต เท่ากับ 200 มิลลิกรัม หรือ 5กะรัต เท่ากับ 1 กรัม น้ำหนักของเพชรเป็นคุณสมบัติแรกที่มองหาง่ายที่สุดทั้งจากป้ายและจากใบรับรอง เช่น1.70 ct. 0.89 ct. เป็นต้น โดยป้ายที่คุ้นตาส่วนใหญ่จะบอกเป็น 2 ชุดตัวเลข คือ น้ำหนักเพชรเม็ดกลางและน้ำหนักเพชรรวมทั้งหมด เช่น “D1 = 2.00 ct.” D หมายถึง Diamond เลข 1หมายถึงจำนวนเม็ดเพชร ในที่นี้คือ 1 เม็ด แปลความได้ว่า เพชรเม็ดเดียวที่อยู่บนตัวเรือน มีน้ำหนัก 2 กะรัตแต่ถ้าเป็น “D18 = 0.36 ct.” จะหมายถึง เพชรทั้งหมด 18 เม็ด มีน้ำหนักรวม 0.36 กะรัต ทั้งนี้บางร้านอาจไม่ใส่ตัว D ลงไป แต่จะเขียนโต้ง ๆ เลยว่า 24 – 48 หมายถึง เพชร 24 เม็ด น้ำหนัก 0.48 กะรัต

2. สีของเพชร (C-Color)

cr. https://www.pricescope.com

หรือที่คนไทยเรียกว่า“น้ำ” จะแสดงด้วยอักษรภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ตัว D – Zหรือแสดงตัวเลขเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ 100% ลงไปเรื่อย ๆ โดยสีระดับ D – F (100 – 98%) ถือเป็นเกรดไร้สี (Colorless)และสีระดับ G – J (97 – 94%) ถือว่าเป็นเกรดเกือบไร้สี (Near Colorless) การบอกระดับสีเพชรบนป้ายอาจมีแค่ตัวอักษรภาษาอังกฤษอย่างเดียวหรือจะบอกคู่กับเปอร์เซ็นต์ก็ได้แต่ส่วนใหญ่จะเลือกเขียนอย่างใดอย่างหนึ่งไปเลย เช่น ระบุแค่ D Color อย่างเดียว หมายถึงน้ำ 100%เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่การบอกสีที่ว่านี้จะหมายถึงสีของเพชรเม็ดกลางที่เด่นที่สุดในตัวเรือนนั้น ๆ แต่ก็อาจมีบางร้านที่ระบุระดับสีของเพชรประดับมาด้วย โดยหากเพชรที่นำมาประดับมีสีเพชรอยู่ระหว่างสองระดับสีก็จะระบุว่า E – F Color นั่นเอง

3. ความบริสุทธิ์ของเพชร (C-Clarity)

cr. http://magicdiam.com

คือความสะอาดในเนื้อเพชร เพชรยิ่งขาวยิ่งแพง ยิ่งสะอาดยิ่งดี ยิ่งไร้ตำหนิยิ่งเลอค่า ฉะนั้นในเบื้องต้นถ้ายังไม่ได้ส่องกล้องดูตำหนิ ให้ลองหาตัวย่อระดับความสะอาดของเพชรบนป้ายเสียก่อน เพราะบางร้านก็ใจดีระบุความบริสุทธิ์นี้ไว้ให้ด้วย แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ถือว่าผิด ระดับความบริสุทธิ์ของเพชรมีตั้งแต่ไร้ตำหนิจนถึงมีตำหนิขนาดใหญ่แบบที่กวาดตามองไปก็เห็นเลย ฉะนั้นถ้าเจอตัวย่อดังต่อไปนี้ ให้รู้ไว้เลยว่าเป็นตัวย่อที่บอกถึง

ความสวยใสของเพชร

  • FL (Flawless) และ IF (Internal Flawless) หมายถึง เพชรเม็ดนี้ไร้ตำหนิเมื่อมองผ่านกล้องกำลังขยาย 10 เท่า
  • VVS1 และ VVS2 (Very Very Slightly Included 1 – 2) หมายถึงเพชรเม็ดนี้มีตำหนิขนาดเล็กมาก ๆไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เมื่อมองผ่านกล้องกำลังขยาย 10 เท่าจึงจะเห็นตำหนิ แต่ก็เล็กมาก ๆขนาดกูรูเพชรเองยังต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะหาเจอ
  • VS1-VS2 (Very Slightly Included 1 – 2) หมายถึงเพชรเม็ดนี้มีตำหนิขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่กูรูเพชรสามารถเห็นได้หากมองผ่านกล้องกำลังขยาย 10 เท่า (หาเจอง่ายกว่าระดับVVS)
  • SI1-SI2 (Slightly Included 1 – 2) หมายถึงเพชรเม็ดนี้มีตำหนิขนาดเล็ก สามารถมองเห็นตำหนิได้ง่ายด้วยกล้องกำลังขยาย 10 เท่า โดยไม่จำเป็นต้องเป็นกูรูเพชรและอาจมองเห็นตำหนิได้ด้วยตาเปล่าในบางกรณี
  • I1-I3 (Imperfect 1 – 3) หมายถึงเพชรเม็ดนี้มีตำหนิขนาดใหญ่ ส่องกล้องปุ๊บเห็นตำหนิปั๊บและยังสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

หมายเหตุ เลข 1 2 และ 3 ที่ต่อท้าย ไม่ได้หมายถึงจำนวนตำหนิในเม็ดเพชร แต่หมายถึงระดับของตำหนิที่ต่างกัน จำง่าย ๆ คือ 1 จะมีคุณภาพดีกว่า 2และ 2 จะมีคุณสมบัติดีกว่า 3 เสมอ

4. การเจียระไน (C-Cut)

cr. http://www.isadoras.com

คือความสมบูรณ์แบบในการเจียระไนเพชรแต่ละเม็ด ซึ่งส่งผลต่อการส่องประกายแวววาวของเครื่องประดับชิ้นนั้น ๆ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยระบุลงบนป้ายสินค้า แต่จะเจอเสมอในใบเซอร์ถ้าอยากรู้ว่าเพชรที่กำลังสนใจอยู่มีคุณภาพการเจียระไนระดับไหน ให้หาคำว่า Excellent, Very Good, Good,Fair และ Poor ซึ่งเป็นคำบอกถึงระดับการเจียระไนที่พิจารณาจากคุณสมบัติ 3 อย่าง คือ การเจียระไน(Cut) คุณภาพการขัดเงาที่ผิวเพชร (Polish) และความสมมาตรของเพชร (Symmetry) ยกตัวอย่างเช่น Excellent/Very Good/VeryGood แปลว่า การเจียระไนระดับ Excellent คุณภาพการขัดเงาในระดับ Very Good ความสมมาตรในระดับVery Good ถ้าเจอตัวย่อ “3EX” หรือเห็นคำว่าExcellent ถึง 3 ครั้ง ให้รู้ไว้เลยว่า คุณกำลังดูเพชรที่อยู่ในระดับดีเลิศ เพราะมีเกรดเพชรโดยรวมในระดับที่สูงที่สุดทั้งสามด้าน นั่นคือเป็นเพชรที่มีการเจียระไนสุดยอดแวววาวสุด ๆ และมีความสมมาตรได้สัดส่วนเต็มร้อย

นอกจากนี้ยังมีรหัสตัวย่ออีก 2 – 3 ตัวที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจว่าจะซื้อหรือจะขอบายเครื่องประดับตรงหน้า

H & A รหัสบอกความสวยเป๊ะ

H & A (Hearts & Arrows) คืออีกหนึ่งตัวย่อที่แม้ไม่ได้เจอบนป้ายแต่ก็ไม่ควรมองข้ามเมื่อไรที่คนขายบอกว่าเพชรบนเครื่องประดับชิ้นนี้มีคุณสมบัติ H & A ให้ส่องเพชรจากด้านหน้า จะสังเกตเห็นลูกศรจำนวน 8 ดอกเมื่อส่องจากก้นเพชรจะเห็นหัวใจ 8 ดวง นั่นหมายความว่า เพชรเม็ดนี้ได้รับการเจียระไนอย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด ทั้งในเรื่องสัดส่วน(Proportion) ความสมมาตร (Symmetry)และการขัดเงา (Polish) โดยต้องอาศัยความชำนาญ ความประณีต และความแม่นยำในการเจียระไนทุกเหลี่ยมให้ได้ตำแหน่ง โดยที่ขนาดไม่ผิดเพี้ยน จึงทำให้เพชร Hearts &Arrows เปล่งประกายสะท้อนความงดงามออกมาได้อย่างเต็มที่

 “GIA, HRD, IGI, AGS” เพชรเม็ดนี้การันตีด้วยใบเซอร์ชัวร์

สำหรับมือใหม่หัดซื้อเพชร ถ้าเจอตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ว่านี้ ให้สบายใจได้เลยว่าเพชรเม็ดเป้งบนตัวเรือนในมือได้รับการตรวจสอบคุณภาพและการันตีคุณสมบัติเพชรจากสถาบันที่มีชื่อเสียงต่างๆ ดังนี้

  • GIA ย่อมาจาก Gemological Institute of America
  • HRD ย่อมาจาก Hoge Raad Voor Diamant
  • IGI ย่อมาจาก International Gemo-logical Institute
  • AGS ย่อมาจาก American Gem Society

ควรสอบถามกับทางร้านเสมอว่า เพชรเม็ดนั้น ๆ มีใบรับรองหรือไม่ ถ้ามีก็อย่าลืมทวงถามนำกลับบ้านมาด้วยเสมอ และอย่าเพิ่งตีปีกไปว่า เพชรทุกเม็ดบนตัวเรือนนั้นได้รับการการันตี เพราะส่วนใหญ่จะหมายถึงเพชรเม็ดกลางที่โดดเด่นที่สุดเพียงเม็ดเดียว และจำ ไว้เสมอว่า ใบเซอร์ 1 ใบรับรองเพชรเพียง 1 เม็ดเท่านั้น

“WG/YG/RG” ตัวเรือนนี้สีอะไร

รหัสสุดท้ายที่เดากันได้ง่ายที่สุดได้แก่รหัสตัวย่อบอกตัวเรือน ซึ่งมีเพียง 3 สีหลักๆ คือ WG = White Gold หรือว่าทองขาว

YG = Yellow Gold หรือตัวเรือนทอง และ RG = Rose Gold หรือตัวเรือนทองชมพู ที่บางครั้งก็เรียกทับศัพท์ว่าโรสโกลด์ มักจะตามด้วยตัวเลขน้ำหนัก เช่น 2.4 หรือ 15.8ซึ่งหมายถึงน้ำหนักทองที่ใช้ทำตัวเรือนนั่นเอง

ถอดรหัสบนป้ายได้ อ่านใบเซอร์เป็น ซื้อเพชรเมื่อไรก็ถูกใจแน่นอน