คิดสักนิดก่อนแต่งงานกับพ่อแม่เรือพ่วง

เราเข้าใจดีว่าความรักไม่เข้าใครออกใคร ดังนั้นเราจึงเห็นกันอยู่บ่อยๆ ว่ามีคนโสดตกหลุมรักกับพ่อหรือแม่หม้ายลูกติด บางคู่รักกันมากจนถึงขั้นคิดจะแต่งงานรอบสอง ไอ้เรื่องแต่งงานน่ะมันก็เป็นเรื่องน่ายินดีค่ะ แต่! ฮีบินอยากให้คนที่อยู่ในสถานการณ์นี้คิดให้รอบคอบก่อนจะเซย์เยส แต่มีเรื่องอะไรที่ต้องคิดต้องคุยกันก่อนตัดสินใจแต่งงานกับ พ่อแม่เรือพ่วง บ้าง ไปดูกันค่ะ

1. ลูกเขากับเราเข้ากันได้หรือไม่

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเลยค่ะ แค่คุณสองคนรักกันอย่างเดียวคงไม่พอ ความรู้สึกของเด็กก็สำคัญเช่นกัน ลองประเมินตัวคุณเองและลูกของคนรักดูสิว่า เข้ากันได้หรือไม่ ตัวเด็กฉายแววต่อต้านหรือแสดงท่าทีคัดค้านกับการแต่งงานหรือเปล่า ถ้าลูกของเขายินดีและยอมรับคุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ฮีบินก็ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ เพราะถือว่าคุณได้ผ่านบททดสอบสำคัญไปหนึ่งข้อแล้ว

2. รักลูกเขาเหมือนเป็นลูกตัวเองได้ไหม

สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือ คุณจะสามารถรักเด็กคนนั้นให้เหมือนเป็นลูกคุณเองได้หรือไม่ รวมถึงถ้าวันหนึ่งคุณมีลูกของตัวเอง คุณจะให้ความรักกับเขาทั้งสองคนได้เท่าเทียมกันหรือเปล่า มันอาจจะฟังดูยากที่จะให้รักลูกคนอื่นเท่ากับลูกของตัวเอง แต่อย่าลืมนะคะ เมื่อคุณตกลงแต่งงานกับผู้ปกครองของเขา นั่นเท่ากับว่าคุณได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขา และชีวิตเขา และถ้าคุณไม่สามารถทำได้ มันต้องกลายเป็นปมในใจของเด็กแน่นอน เพราะฉะนั้นต้องคิดเรื่องนี้ให้หนักด้วยนะ

3. รับพันธะของคนรักได้หรือไม่

หากว่าคนรักของคุณเป็นพ่อหม้ายหรือแม่หม้ายที่คู่คนก่อนเสียชีวิตไปเรื่องนี้คงสบายใจไปเปราะหนึ่ง แต่ถ้าเป็นการหย่าขาดจากกัน คุณคงต้องคิดสักหน่อยว่าความสัมพันธ์ของเขาและคนเก่าในตอนนี้เป็นเช่นไร เหลือไว้เพียงแค่การเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูกเท่านั้นหรือไม่ และคุณรับได้แค่ไหนกับการที่เขายังต้องติดต่อกันเรื่องลูกหรือแวะมาหาลูกของเขาบ้าง ซึ่งคุณเองก็ไม่สามารถห้ามได้ นี่ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่คุณควรจะถามใจตัวเองให้ดีว่า “รับได้หรือไม่” ถ้าคำตอบคือ “ไม่” ฮีบินขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งแต่งจะดีกว่าค่ะ

4. เรื่องการเงินก็ต้องคิดนะ

เรื่องเงินก็สำคัญเช่นกันค่ะ คุณควรสังเกต (หรือถ้าจะให้ดีก็ถามเลย) ว่าคนรักของคุณมีภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูกของเขาอย่างไรบ้าง เช่น ค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ ในกรณีฝ่ายชายอาจต้องดูเพิ่มอีกว่า เขายังต้องส่งเสียค่าเลี้ยงดูให้กับภรรยาเก่าหรือไม่ จากนั้นก็กลับมาคิดสิว่า ถ้ามีเราเพิ่มเข้าไปในครอบครัวอีกคนเขาจะดูแลเราไหวหรือเปล่า รวมถึงเราจะต้องส่งเสียเลี้ยงดูลูกของเขาด้วยไหม เรื่องนี้ต้องเคลียร์กันให้ชัดเจนนะคะ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภายหลัง

5. จะมีลูกของเราเองด้วยไหม?

นอกจากจะต้องคิดเรื่องลูกของเขาแล้ว อยากให้คุณและคนรักเปิดใจคุยกันเรื่องลูกของตัวเองด้วย เพราะบางทีการที่คุณมีลูกคนใหม่อาจไปกระทบจิตใจของลูกอีกคน (ลูกคนเก่า) โดยเฉพาะเรื่องการดูแลเอาใจใส่และการแบ่งปันความรัก มีหลายคู่ที่ตกลงกันว่าจะไม่มีลูกใหม่ เพราะเขารักลูกของเขามากและไม่อยากให้ลูกรู้สึกไม่ดี สำหรับคู่ที่ตัดสินใจว่าอยากมีลูกของตัวเองก็ต้องให้ความรักกับทั้งสองคนได้อย่างเท่าเทียมกันด้วย (แนะนำให้กลับไปอ่านข้อ 2  อีกครั้งนะคะ)

6. จะให้เด็กเรียกคุณว่าอะไร?

ถ้าคุณตอบทุกคำถามและผ่านมาจนถึงข้อนี้คงแสดงให้เห็นว่าคุณจะแต่งงานแน่แล้ว อีกหนึ่งเรื่องสุดท้ายที่อยากให้คิดก็คือ “ลูกของเขาจะเรียกคุณว่าอะไร?” ซึ่งเรื่องนี้คงต้องให้เด็กเป็นคนตัดสินใจเองนะคะ แต่อย่าไปบังคับให้เขาเรียกพ่อหรือแม่ถ้าเขาไม่เต็มใจเด็ดขาด เพราะบางครั้งคำสำคัญเหล่านี้เขาคงอยากเก็บไว้ให้มีแค่คนเดียวที่ได้ฟังนะ จำไว้ว่าต้อง “แล้วแต่เขาจะเรียก” เท่านั้นค่ะ

สำหรับใครที่กำลังมีความรักกับคุณพ่อคุณแม่เรือพ่วงและกำลังจะตัดสินใจแต่งงาน ฮีบินอยากจะให้คุณลองคิดถึงสิ่งสำคัญที่ฮีบินแนะนำมาให้อ่านทั้ง 6 ข้อนี้ และมองให้รอบด้านก่อนตอบตกลงแต่งงาน เพราะบางครั้งความสุขก็ไม่ได้จบลงที่การแต่งงานเสมอไปหรอกจริงไหม

เรื่อง : JeenHuiBin

ภาพ : www.genesismasterofevents.wordpress.com