น้ำหวาน เดอะเฟส ควงแฟนหนุ่ม ดร. ณัฐวุฒิ เข้าประตูวิวาห์ในบรรยากาศสุดชื่นมื่น

สละโสดอย่างเป็นทางการแล้วจ้า!! สำหรับ น้ำหวาน เดอะเฟส หรือ น้ำหวาน – รักษ์ณภัค ที่จูงมือแฟนหนุ่ม ดร. ณัฐ เข้าสู่ประตูวิวาห์ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น ณ เบเนดิกต์ สตูดิโอ ไปเมื่อวานนี้ (8 พ.ค. 61)

น้ำหวาน เดอะเฟส

น้ำหวาน – รักษ์ณภัค วงศ์ธนทัศน์ หรือที่หลายคนคุ้นชื่อเสียงเรียงนามว่า น้ำหวาน เดอะเฟส ที่ก่อนหน้านี้มีภาพว่าแฟนหนุ่มได้ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงาน และอีกไม่นานก็ประกาศแต่งงานแบบสายฟ้าแลบกับแฟนหนุ่มนักธุรกิจ ณัฐ ดร.ณัฐวุฒิ ม้าแก้ว จนทำเอาหลายคนตกอกตกใจว่า เอ๊ะ ทำไมถึงได้รีบแต่งขนาดนี้ แพรว wedding ได้มีโอกาสไปงานแถลงข่าวสัมภาษณ์เปิดใจถึงงานวิวาห์ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ไปฟังกันดีกว่าบ่าวสาวเขาจะชี้แจงแถลงไขกันว่ายังไงบ้าง

ธีมงานแต่งในวันนี้เป็นธีมอะไร?

น้ำหวาน : ธีมงานแต่งในวันนี้ก็เป็นธีมสีโรสโกลด์ พิงค์โกลด์ แล้วก็โกลด์ค่ะ ซึ่งงานในวันนี้ก็ไม่มีเพื่อนเจ้าสาว และไม่มีเพื่อนเจ้าบ่าว เพราะว่าเราคุยกันแล้วว่าเราอยากจัดงานแต่งงานที่เรียบง่าย ไม่ต้องมีพิธีอะไรเยอะ อยากให้ทุกคนมางานแล้วสนุก อบอุ่น เป็นกันเอง ซึ่งเราทั้งสองคนไม่ได้จัดพิธีแต่งงานแบบไทยค่ะ แต่มีการนัดทั้งสองครอบครัวทานข้าวเพื่อพูดคุยกัน

เผยตัวเลขสินสอดได้ไหม?

น้ำหวาน : สินสอดพี่เขาก็ให้มาแล้วค่ะ (ยิ้ม)

ดร.ณัฐ : ผมให้เป็นของชิ้นใหญ่ที่เจ้าสาวอยากได้มาตั้งแต่เด็กๆ และผมไม่ได้มองว่าสินสอดจะต้องเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ เพราะว่าทั้งชีวิตที่เราหามาได้นั่นคือสินสอดที่ผมจะมอบให้กับเขาครับ ส่วนแหวนแต่งงาน ก็เป็นแหวนที่คุณพ่อของผมมอบให้คุณแม่ครับ

เตรียมเรือนหอไปถึงไหนแล้ว?

ดร. ณัฐ : จริงๆ ผมก็มีบ้านของตัวเอง พอแต่งงานกันแล้วผมก็อยากให้เขาย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้าน แต่ก็มีแพลนว่าจะสร้างบ้านให้เขาเพิ่มด้วย ก็เป็นเรื่องของอนาคตครับ

วางแผนชีวิตหลังแต่งงานไว้ยังไงบ้าง?

น้ำหวาน : หลังแต่งงานเราก็ไม่ได้แพลนอะไรค่ะ ก็ใช้ชีวิตปกติอย่างที่เคยใช้มา จะมีก็แค่วางแผนไว้ว่าจะมีไปฮันนีมูนกันที่ยุโรปประมาณ 2 อาทิตย์ ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่ก็ต้องดูคิวกันอีกที

ดร. ณัฐ : ซึ่งคิวหลักๆ น่าจะเป็นคิวเจ้าสาวมากกว่าครับ เพราะเจ้าสาวคิวแน่น

แต่งงานแล้วคุณสามีจะช่วยสแกนงานเซ็กซี่ที่ติดต่อเข้ามาไหม?

น้ำหวาน : หลังจากแต่งงานไปน้ำหวานก็รับงานปกติค่ะ ส่วนในเรื่องของเซ็กซี่เวลาเราไปออกงานเราก็เซ็กซี่อยู่แล้ว อันนี้พี่เขาก็ไม่ติด (ดร.ณัฐ : ทำใจมาตั้งแต่แรกแล้วครับ (หัวเราะ) ทำใจตั้งแต่เข้าวงการ ตั้งแต่แรกสุดเลย) แต่ถ้าเป็นภาพในส่วนของชุดว่ายน้ำก็อาจจะต้องมีคุยกัน แต่ปกติพี่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ

วางแผนจะมีทายาทเลยไหม?

น้ำหวาน : เรื่องทายาทยังค่ะ เพราะน้ำหวานก็เพิ่งเข้าวงการ แล้วก็อยากจะทำงานตรงนี้ หาประสบการณ์ตรงนี้ก่อน เพราะว่าโอกาสมันมีเข้ามาแล้ว เราก็อยากจะทำตรงนี้ให้มันดี ส่วนเรื่องเบบี้ก็คุยกันไว้ว่าน่าจะอีกประมาณ 4 ปี สักพักใหญ่ๆ เลยค่ะ (ยิ้ม)

ดร.ณัฐ : ขอให้ทุกอย่างลงตัวก่อนครับ

ย้อนกลับไปหน่อยว่าเจอกันได้ยังไง?

ดร.ณัฐ : จริงๆ ผมกับน้ำหวานคบกันมาประมาณ 5 ปี ก็มีทั้งคบๆ เลิกๆ ซึ่งผมเจอเขาครั้งแรกตอนที่เขาไปประกวดรายการหนึ่งทางช่อง 3 ในวันนั้นเขาก็เหมือนเด็กคนหนึ่งที่เข้าไปเทรนไปเรียน แต่เราเจอเขาแล้วเราก็รู้สึกว่า เฮ้ย น้องคนนี้น่ารัก ก็เลยให้ทีมงานเข้าไปคุยให้ เลยได้คุยได้เป็นเพื่อนสะสมกันมาเรื่อยๆ ครับ

น้ำหวาน : ก่อนหน้านี้เราก็เคยเลิกกันไป 2 รอบ

ดร.ณัฐ : ผมมองว่ามันก็คงคล้ายกับหลายๆ คู่ที่พอวันนึงเราเจอปัญหา แล้วเราก็ตัดสินปัญหาโดยการเลิกกัน ซึ่งผมเชื่อว่าสุดท้ายคนที่ต้องคู่กันก็ต้องกลับมาคุยกัน ซึ่งก็จะมีเหตุการณ์ให้กลับมาคุยกัน

สาเหตุที่ทั้งคู่ตัดสินใจจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์?

น้ำหวาน : มันก็ถึงเวลาแล้ว แล้วพี่เขาก็ทำให้เรารู้ว่าคนนี้แหละที่จะมาดูแลปกป้องเราได้ ไม่ใช่ด้วยแค่คำพูดว่าฉันจะดูแลเธอนะ ฉันจะปกป้องเธอนะ แต่พี่เขาทำทุกอย่างให้เราเห็นว่าเขาพร้อมแล้วที่จะปกป้องเรา ที่จะดูแลครอบครัวเราด้วย

ดร.ณัฐ : คือทุกครั้งที่เลิกกันมันก็มีข้อเสียที่ทำให้เราเลิก แต่ทุกครั้งที่กลับมาก็เพราะว่าข้อเสียต่างๆ มันโดนแก้ไขไปแล้ว ทุกครั้งที่กลับมาคุยเขาเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เราก็รับรู้ว่าความเป็นผู้ใหญ่ของเขาที่มันก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ เลยทำให้เรารู้สึกว่าวันนี้น่าจะถึงวันที่เราจะใช้คำว่าครอบครัวด้วยกันได้แล้ว

น้ำหวาน : จริงๆ เราคุยเรื่องแต่งงานไว้ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ซึ่งก็มีคุยกันไว้แล้วกับผู้ใหญ่ด้วย ซึ่งทางฝั่งพี่เขาก็ไม่ได้ติดขัดอะไร เขาพร้อม ส่วนทางฝั่งของเราก็จะติดในเรื่องที่เราเพิ่งเข้าวงการ แล้วอยู่ดีๆ เราจะแต่งงานเลย ละครก็ยังถ่ายอยู่ แรกๆ เราก็กังวลว่ามันจะเป็นปัญหาอะไรไหม ก็มีไปปรึกษากับผู้จัดการส่วนตัวว่า พี่คะถ้าวันนึงหนูจะแต่งงาน จะติดอะไรไหม จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แต่ทางผู้จัดการก็บอกว่า ไม่มีปัญหาอะไรเลย เพราะว่าจริงๆ แล้วการแต่งงานมันคือชีวิตเรา และมันคืออีกก้าวหนึ่งของเรา

ดร.ณัฐ : ซึ่งอะไรที่มันจะต้องก้าวไปเราก็ต้องอย่าไปฝืน

ทั้งสองครอบครัวว่าอย่างไรบ้างกับการตัดสินใจแต่งงานของทั้งคู่?

ดร.ณัฐ : คือทุกครั้งที่ผมมีแฟน ผมก็จะเล่าให้ที่บ้านฟัง พอเจอคนนี้ก็เล่าให้ฟัง ก็ใช้ช่วงเวลา 5 ปีในการที่ปรับให้ครอบครัวเราได้รู้จักว่าผู้หญิงคนนี้เป็นยังไง เหมือนกันเวลาที่เราไปที่บ้านของผู้หญิงเราก็แนะนำตัว พยายามเทคแคร์เขา ซึ่งครอบครัวของเราสองคนก็ไม่ได้มีความเยอะ หรือจุกจิกอะไร ก็แค่มองว่าเด็กสองคนรักกัน แล้วก็ถึงเวลาที่สามารถมีครอบครัว หาเลี้ยงดูแลตัวเองเองได้ สร้างอนาคตด้วยกันได้ ก็น่าจะถึงเวลาแล้ว ส่วนเรื่องมีหลาน เขาบอกว่าก็ให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ วันนึงถ้าจะมีก็คือมี

นอกเหนือจากงานในวงการ ได้วางแผนการทำอะไรร่วมกันไว้ไหม?

น้ำหวาน : จริงๆ ก็มีคิดไว้อยู่โปรเจกต์หนึ่ง แต่ว่าก็กำลังคุยกันอยู่ เพราะว่าโปรเจกต์นี้มันเหมือนโปรเจกต์ที่จะทำได้ในระยะยาวแล้วก็เผื่อลูกหลานของเราด้วย

คำมั่นสัญญาที่จะมอบไว้ให้แก่กัน

ดร.ณัฐ : จริงๆ คำมั่นสัญญาของผมมันคงคล้ายๆ กับคนรักหลายๆ คน วันนี้ก็ถือว่าเป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในชีวิต ที่มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในชีวิตเรา ก็จะสัญญาว่าจะดูแลเขาให้ดีที่สุดครับ เป้าหมายของผมคือทำให้คนรอบข้างที่เรารักมีความสุขมากที่สุด ก็จะต้องมีทั้งแฟน มีทั้งคนในครอบครัวเรา แล้วก็ครอบครัวเขาด้วย

น้ำหวาน : ไม่เคยพูดเลยนะเนี่ย (ยิ้ม) จริงๆ คำมั่นสัญญาของเราก็ไม่ได้มีอะไร แต่ว่าจะบอกกับพี่เขาเสมอว่าเวลาที่เขามีปัญหา หรือว่าเวลาที่เขาไม่สบายใจ หรืออะไรก็ตาม เราก็จะอยู่ข้างๆ ตรงนี้ ไม่ไปไหนแล้ว (ร้องไห้) ไม่เคยพูดเลยนะเนี่ย มันเหมือนที่ผ่านมาเราคบกันแบบเพื่อน แบบพี่ คือเราไม่ได้คบกันแบบฉันเป็นแฟนเธอนะ วันนี้เธอห้ามออกจากบ้าน เธอไปไหน เธอต้องกลับเร็ว แต่เราจะแบบ วันนี้เธอไปเที่ยวเหรอ โอเค ไป คือเราจะไม่ห้าม เราคบกันแบบเป็นเพื่อน คบแล้วมันสบายใจ คุยได้ทุกเรื่อง ก็อย่างที่บอกไปว่า เรากับพี่เขาเหมือนผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะมากแล้ว แล้วพอมันมาถึงวันนี้ที่พี่เขาแล้วก็เราได้มายืนอยู่ตรงนี้ น้ำหวานว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีแล้วสำหรับวันนี้ค่ะ

ถือเป็นอีกคู่ที่บ่มเพาะความรักมาอย่างยาวนาน ผ่านช่วงเวลาทั้งดีและร้ายมาด้วยกัน จนถึงวันที่พวกเขาได้ยืนเคียงข้างกันในวันสำคัญของชีวิต แพรว wedding ก็ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยนะคะ ^^

ภาพงานแต่งงานจากอินสตาแกรม @tae_kantana, @yod_yakuzaboss