ขอผู้ชายแต่งงาน ได้ไหม? แล้วขอยังไงไม่ให้น่าเกลียด?

ก็ในเมื่อเขาคนนั้นไม่ยอมเอ่ยปากซักที! เป็นสาวเป็นนางอย่างเรา จะ ขอผู้ชายแต่งงาน กับเขาบ้างได้ไหมนะ? แล้วจะขอยังไงไม่ให้โดนเม้าท์ไปสามบ้านแปดบ้าน? อ่านเลย

ใครกำลังตกอยู่ในสภาพการณ์แบบนี้บ้าง อยาก ขอผู้ชายแต่งงาน เพราะคนรักข้างกายน่ะก็มีกับเขาอยู่หรอก คบกันมาก็นานพอสมควร พาเขาเข้าบ้านเรา เราก็เข้าบ้านเขา สนิทสนมกลมเกลียวกันดีเหมือนทุกอย่างจะเพอร์เฟ็คแต่วันแล้ววันเล่าเดือนเคลื่อนผ่านไปเป็นปีที่รอคำขอจากปากเขา แต่ใกล้เคียงที่สุดที่เขาพูดคงเป็นการชวนไปกินชาบูหน้าหมู่บ้านแค่นั้น รอแล้วรอเล่าจนเกิดความสงสัยว่าจะให้รอถึงเมื่อไหร่กันนะ หรือว่าที่จริงแล้วควรเป็นชั้นเองที่จะต้องเอ่ยปากขอ  เขา? แล้วจะเริ่มยังไงดี? พูดแล้วไปแล้วเขาเซย์โนจะทำยังไงละ? แถมใครรู้มิโดนเม้าท์ไปสามบ้านแปดบ้านจนพ่อแม่ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนรึเปล่าเนี่ย? ใจเย็น..ตั้งสติก่อนที่จะเอ่ยปากขอผู้ชายข้างกายของเราร่วมหอลงโรง ไม่ต้องยกหูโทรศัพท์โทรหาพี่อ้อยพี่ฉอด อ่านสิ่งที่เราแนะนำต่อไปนี้ แล้วพูดออกไปเลย!

ขอผู้ชายแต่งงาน

ต้องแน่ใจว่าเขาคิดจะแต่งงานกับเราเหมือนกัน

เราเชื่อว่าดูไม่ยาก ระหว่างผู้ชายที่คิดจะคบกับเราไปเรื่อยๆ ไร้จุดหมาย กับผู้ชายที่คิดจะจริงจังกับเราเพียงแต่ยังไม่ได้เอ่ยปากพูดเป็นเรื่องเป็นราว สิ่งสำคัญคือคุณสาวๆต้องไม่เข้าข้างตัวเองว่าการกระทำของเขานั้นชัดเจนกับเราแค่ไหน สัญญาณที่บ่งบอกว่าเขาคิดจริงจังกับคุณ เช่น เขาเปิดเผยสถานะที่ชัดเจนกับคุณเวลาไปเจอเพื่อนหรือญาติๆ เขาดูมีการวางแผนที่ชัดเจน เช่น อยากซื้อบ้าน อยากมีกิจการ หรืออยากวางแผนอนาคตร่วมกับคุณ รวมทั้งถ้าหากถูกถามเรื่องการแต่งงานจากเพื่อนหรือญาติๆ เขาอาจจะตอบทำนองว่ารอเวลาแต่ไม่ได้บ่ายเบี่ยง เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะยังรอเวลาให้ชีวิตมั่นคงกว่านี้ อยากซื้อบ้านก่อน หรืออยากประสบความสำเร็จในการงานก่อนแล้วค่อยเอ่ยปากขอคุณ ถ้าเป็นในกรณีนั้นแล้วคุณแน่ใจมากๆว่าชีวิตของคุณทั้งคู่สามารถดำเนินไปด้วยกันได้แม้สิ่งที่เขาตั้งใจจะยังไม่เกิดขึ้น ก็เอ่ยปากขอเขาเลยค่ะ

อย่าขอเพราะขี้เกียจรอเขาแล้ว

อย่าคิดว่าการเอ่ยปากเรื่องแต่งงานจะเป็นเครื่องมือในการเร่งรัดเขาทางอ้อมได้ เพราะผู้ชายนั้น (ย้อนกลับไปอ่านข้อแรก) ถ้าเขาไม่คิดจะแต่งงานกับคุณ ต่อให้คุณไปเร่งรัดเขาแค่ไหนสิ่งที่คุณต้องการก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น ถ้าหากคุณแน่ใจมากๆว่าเขาอยากแต่งงานกับคุณแน่ เปลี่ยนจากการเอ่ยปากขอเขาแต่งงาน เป็นการนั่งจับเข่าคุยกันจะดีกว่า ว่าแผนการแต่งงานนั้นจะอีกกี่ปี? มีอะไรที่คุณจะช่วยเหลือเขาได้ไหมเพื่อให้ชีวิตคู่ของคุณทั้งสองเริ่มเร็วขึ้น เน้นย้ำกับเขาว่าคุณไม่ได้ต้องการที่จะเร่งรัด แต่การจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกันได้นั้น คุณทั้งสองต้องมองภาพปลายทางเป็นภาพเดียวกันเท่านั้นเอง

ขอผู้ชายแต่งงาน

ไม่จำเป็นต้องทำตามธรรมเนียมปฏิบัติ

ถ้าหากคุณแน่ใจเต็มอกว่าการแต่งงานของคุณและเขาจะเกิดขึ้นแน่นอน แต่ดูท่าทีแล้วเขาคงไม่ใช่ฝ่ายที่จะพูดแน่ๆ เราเชียร์ให้คุณเป็นฝ่าย ขอเขาแต่งงาน ได้เลย ลืมธรรมเนียมปฏิบัติทั้งสิ้นไปให้หมด! คุณไม่ต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าแล้วเปิดกล่องใส่แหวนต่อหน้าเขาเหมือนที่ผู้ชายทั้งหลายทำหรอกค่ะ ลองหาวิธีอื่นที่น่ารัก เช่น ซ่อนแหวนในเค้กที่คุณทำ ในแก้วแชมเปญ หรือใช้น้องหมาน้องแมวที่คุณสองคนเลี้ยงด้วยกันเป็นสื่อกลาง แต่เราแนะนำว่าให้คิดดีๆเรื่องการขอเขาแต่งงานในที่สาธารณะหรือท่ามกลางหมู่เพื่อนๆของเขาและเรา เพราะผู้ชายโดยธรรมชาติเป็นเพศที่เปี่ยมด้วยอีโก้ ถ้าหากเขาไม่เปิดใจยอมรับ การขอเขาแต่งงานต่อหน้าเพื่อนๆเขาและเราอาจจะทำให้เขารู้สึกอายและไม่พอใจได้ค่ะ

แล้วคนอื่นจะมองเรายังไง”?

แน่นอนว่านี่คือคำถามที่หลายคนต้องคาใจและเป็นคำถามที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนลบความคิดที่จะขอผู้ชายแต่งงานก่อนออกไปจากหัว เพราะกลัวโดนเม้าท์นี่แหละ เราอยากจะบอกว่า  ถ้าคุณคิดจะเอ่ยปากขอผู้ชายข้างกายแต่งงานแล้วจริงๆ คนที่คุณควรจะแคร์ มีเพียงคนสำคัญที่สุดก็คือ คนข้างกายของคุณ รวมทั้งคนในครอบครัวที่คุณรัก และเพื่อนสนิทจริงๆเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นคนอื่นๆจะว่าอย่างไรเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรจะสนใจ เพราะเราไปห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้อยู่แล้วแหละค่ะ

ขอผู้ชายแต่งงาน

แล้วถ้าเขาดันตอบว่าไม่”!

อีกหนึ่งฝันร้ายของสาวๆที่คิดจะขอแฟนหนุ่มแต่งงานก่อน ถึงแม้จะแน่ใจแล้วขนาดไหนว่าเขาคิดเหมือนกับเรา แต่ก็อาจจะมีผิดแผนตอนหลังได้เหมือนกัน ถ้าหากเขาตอบว่า ไม่ สิ่งแรกที่สาวๆควรทำคือตั้งสติ อย่าวีน อย่าดราม่า นั่งลงคุยกับเขาตรงๆ ถึงสิ่งที่อยู่ในใจเรา ถามเขาตรงๆก็ได้ว่าที่จริงแล้วความสัมพันธ์เรากำลังดำเนินไปทางไหน? เราสองคนมองเป้าหมายเดียวกันหรือเปล่า? และถึงแม้ว่าการแต่งงานอาจจะไม่ใช่ปลายทางที่เขากำลังมองหา แล้วเขายังต้องการเราให้อยู่เคียงข้างเขาต่อไปหรือเปล่า? และสุดท้ายแล้วถ้าเขาและเราจะต้องแยกจากกัน อย่างน้อยคุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลากับความสัมพันธ์ที่ไม่ได้มองจุดหมายปลายทางเดียวกันอีกต่อไปค่ะ

สุดท้ายอย่าลืมนะคะสาวๆ ว่าการแต่งงานไม่ใช่จุดสิ้นสุดหรือเส้นชัยของความสัมพันธ์ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นอีกจุดหนึ่งของชีวิตคู่เท่านั้น การที่เขาไม่ได้เอ่ยปากขอเราแต่งงานไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่มีปัญหา สุดท้ายแล้ว อยู่ที่คุณทั้งสองคนเข้าใจกันและกันมากแค่ไหน และพร้อมจะจับมือเดิมร่วมทางกันต่อไปหรือไม่ แม้ว่าจะมีการแต่งงานเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตามค่ะ

ชอบคอนเท้นต์นี้ของเราไหมคะ? ลองอ่าน 5 วิถีคนขี้กั๊กถ้าเจอแบบนี้ให้รู้ไว้เลยว่า คุณคือตัวเลือก

credit photo: telegraph.co.ukshanghaiist.com