ขาย? เก็บ? บริจาค? ทำแบบไหนดีกับชุดเจ้าสาวและข้าวของหลังแต่งงาน

หลังงานแต่งงานผ่านพ้นไป หลายคู่กลับต้องมานั่งคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรกับข้าวของที่ซื้อหามาตกแต่งในงาน รวมถึง ชุดเจ้าสาว ราคาแพงที่ไม่รู้จะเก็บไว้ตรงส่วนไหนของบ้าน ก็แหม…ไอ้ตอนที่หาซื้อมาถมใส่ในงานก็ไม่ได้คิด ว่าแต่งเสร็จจะไปไว้ไหนใช่ไหมล่ะ เพราะ ณ จุดนั้นงานแต่งของเราต้องสวยและดีดั่งฝัน เอาค่ะๆ ไม่เป็นไร ลองมาดูทางออกที่แพรว Wedding นำมาเสนอกันดีกว่า

ขายสิคะไม่ต้องรอราคาตก!!

“ชุดเจ้าสาวแสนสวย อย่างแรกเลยที่เราขอแนะนำให้ขายต่อทันทีที่งานเสร็จสิ้นคือ ชุดเจ้าสาวค่ะ ถ้าคุณมั่นใจว่าจะไม่เก็บไว้ให้ลูกให้หลานดูหรือแม้แต่ไม่รู้ว่าจะมีทายาทรับช่วงต่อไปใส่ไหม ก็ขายเถอะค่ะ เพราะอย่าลืมนะคะว่ารูปแบบของชุดเมื่อเวลาผ่านไปก็อาจไม่ได้รับความนิยมเช่นทุกวันนี้ รวมไปถึงถ้าคุณเก็บไว้ไม่ดี ลูกไม้ที่เคยสวยจะผุพังไปตามกาลเวลาไหม หรือแต่วัสดุตกแต่งอย่างเลื่อมหรือลูกปัดจะคงสภาพได้นานสักแค่ไหนเชียว แต่ถ้าคุณตัดสินใจขายไปในวันนี้ ไม่ว่าจะขายทางออนไลน์หรือฝากร้านที่ตัดให้ขาย คุณอาจได้รับเงินคืนกลับมามากถึง 50% ของราคาตั้งต้นด้วยนะคะ

ชุดเจ้าสาว

“ของตกแต่งงาน”  ในกรณีที่คุณซื้อของมาตกแต่งงานด้วยตัวเองโดยไม่ได้ใช้บริการเวดดิ้งแพลนเนอร์ ของตกแต่งทั้งหลายจะกลายเป็นสิ่งไร้ค่าทันทีที่ไฟในงานดับลง และถ้าคุณไม่ได้วางแผนไว้ก่อนว่า ของที่ซื้อมาจะเอาไปตกแต่งบ้านด้วยละก็ เลิกคิดจะเก็บหรือส่งต่อให้ใครไปเลยค่ะ เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่าใครจะมารับช่วงต่อและคนนั้นจะจัดงานแต่งธีมเดียวกันหรือใกล้เคียงจนสามารถเอาของเหล่านั้นไปใช้ต่อได้ไหม และที่สำคัญ เทรนด์การจัดงานสไตล์คุณในปีนี้อาจเลอค่ามาก แต่ข้ามคืนปีใหม่ไปอาจเป้นธีมที่ตกยุคไปซะแล้วก็เป็นได้ ฉะนั้นขายเถอะค่ะ

การขายที่ว่านี้ง่ายที่สุดคือประกาศขายในเพจหรือบนโลกออนไลน์ต่างๆ หรือถ้าพอรู้จักบรรดาเวดดิ้งแพลนเนอร์หรือบริษัทรับจัดงานอีเว้นต่างๆ ก็ลองนำไปเสนอขายซะ เพราะบริษัทพวกนี้ต้องใช้พร้อพจัดงาน ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเขาซื้อก็จะช่วยให้คุณกำจัดของเหล่านี้ไปได้ และแม้ราคาจะได้คืนมาไม่เท่าต้นทุนก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไร แต่มีของไม่ใช้แล้วเต็มบ้าน จริงไหมละ

ชุดของเด็กน้อยนำขบวน” จริงๆ แล้วคุณจะไม่ขายก็ได้นะ แต่เราขอบอกว่า ชุดพวกนี้ที่คุณสู้อุตส่าห์ตัดให้สวยหล่อเด็กน้อยใส่ครั้งเดียวเฉพาะงานนี้แหละ ซึ่งแม้คุณอยากให้ใจจะขาด เด็กน้อยก็อาจไม่รู้จะเอาไปใส่ในวาระไหนของชีวิตอีก  ( อีกอย่างคือเด็กโตเร็วกว่าที่คุณคิดนะคะ) ฉะนั้นเพื่อไม่ให้ลงทุนเสียเปล่า ขอแนะนำให้เอาชุดเด็กน้อยที่ลงทุนตัดให้นี้ลงมาประกาศขาย รับรองว่าบรรดาแม่ๆ เห็นแล้วตาวาวชัวร์

เก็บไว้สิคะ ใช้งานต่อได้อีกเพียบ!!

“เครื่องประดับทั้งหลาย” จะเป็นต่างหู กำไล สร้อยคอหรือแม้แต่จี้ชิ้นเล็กๆ ที่เข้าข่ายเป็นเครื่องประดับทั้งหลายไม่ว่าจะของจริงหรือของปลอมสามารถนำไปใช้ต่อได้ในชีวิตประจำวัน เพราะของเหล่านี้คุณแยกชิ้นเอามาใส่กับชุดทำงานก็ได้ ออกงานก็ดี รวมไปถึงรองเท้าเจ้าสาวที่ไม่มีใครมานั่งจำหรอกว่าคุณใส่คู่นี้แต่งงาน เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วรองเท้ามันแอบซ่อนในกระโปรงเจ้าสาวทั้งนั้น

“สูทของสามี” จริงอยู่ที่ชุดเจ้าสาวของคุณควรขายไปซะ แต่สำหรับชุดสูทของคุณเจ้าบ่าวยังสามารถนำไปใช้ในวาระอื่นได้ เพราะเสื้อสูทสามารถแยกใส่คลุมกับเสื้อได้หลากหลาย กางเกงเองก็เช่นกัน ไม่ต้องจับมาเป็นชุดเดียวกันเสมอไปนี่นา  ซึ่งนอกจากชิ้นใหญ่ๆ แล้ว พวกเนคไทและหูกระต่ายยังสามารถนำไปใช้ใส่ต่อเวลาไปงานเลี้ยงต่างๆ ได้ด้วย เพราะฉะนั้นแล้วก็เก็บไว้ดีๆ ล่ะ

บริจาคสิคะอย่าได้เสียดายของ!!

“ดอกไม้ในงานแต่ง” อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้จริงหรือดอกไม้ปลอมคุณสามารถนำไปบริจาคได้ เพราะเพียงการใช้งาน 3 ชั่วโมงไม่ทำให้ดอกไม้สดเหี่ยวไปได้มากนัก และเคยมีมาแล้วที่เจ้าสาวนำดอกไม้สดที่ตกแต่งงานไปกระจายบริจาคให้กับโรงพยาบาลหรือสถานบำบัดต่างๆ เพื่อใช้ตกแต่งห้องพักคนไข้หรือส่วนต้อนรับ ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับสถานที่เหล่านั้น ส่วนดอกไม้ปลอมไม่ต้องคิดมาก คุณบริจาคไป ที่เหล่านี้ใช้ได้ตลอดกาล เห็นไหมว่าได้บุญมากนะคะ

“ของชำร่วยและของรับไหว้” บางคนที่ซื้อของมาเกิน ซื้อมาในปริมาณที่มากเกินไป เช่น ผ้าขนหนูสำหรับใช้ในพิธีรับไหว้ ถุงผ้า พวงกุญแจเครื่องคิดเลข หรือสมุดโน๊ต ฯลฯ ของเหล่านี้เป็นของใช้ที่ยังทำประโยคต่อคนอื่นๆ ได้ แพรว Wedding ขอแนะนำให้นำไปบริจาคค่ะ เพื่อคนด้อยโอกาสจะได้มีของดีๆ เป็นของมือหนึ่งใช้ แม้คุณจะไม่ได้แพ็คสวยงามแบบว่ามีโบผูกก็ไม่สำคัญ เพราะของเหล่านั้นก็ยังใช้ได้

เห็นไหมคะว่ามีวิธีจัดการกับข้าวของต่างๆ ที่อยู่ในงานแต่งงานได้หลายวิธี ทั้งการจัดการที่สร้างรายได้ สร้างบุญกุศล คุณเองได้สบายใจ แถมบางทีได้เงินค่างแต่งงานคืนมาอีกด้วยนะคะ

ภาพเปิด : https://pxhere.com