7 เรื่องเจ้าสาวต้องคิดและทำก่อนตัดสินใจซื้อรองเท้าแต่งงาน

ใครว่า รองเท้าแต่งงาน ที่ซ่อนอยู่ใต้กระโปรงยาวสุดอลังการไม่สำคัญคะ อย่าลืมสิว่าคุณต้องอยู่กับรองเท้าคู่นี้เป็นชั่วโมงๆ เชียวนะคะ ฉะนั้นจะตัดสินใจง่ายๆ หรือเลือกซื้อแบบส่งๆ ไม่ได้เชียว เพราะนั่นหมายถึงอาการเจ็บปวดรวดร้าวและแสนระบมเท้าที่อาจทำให้วันแห่งความสุขกลายเป็นวันสุดทุกข์ที่คุณจะจำไปนานแสนนาน

ถ้าไม่อยากเจอความร้าวรานที่ว่า เราขอให้ว่าที่เจ้าสาวทั้งหลายคิดและทำ 8 เรื่องต่อไปนี้ก่อนที่จะตัดสินใจเซย์เยสช้อปปิ้งรองเท้าคู่สวยมาคู่เท้าในวันแต่งงานค่ะ

1. คิดถึงความสูงของรองเท้า

ไม่มีอะไรที่เลวร้ายไปกว่าการที่เท้าและขาของคุณต้องยืนเมื่อยอยู่บนรองเท้าส้นสูงนานเกินไป แม้คุณจะเชื่อว่าการใส่ส้นสูงทำให้รูปร่างแลดูสูงเพรียวขึ้นก็เถอะ แต่ในชีวิตจริงความทรมานนีจะทำให้คุณโอดครวญจนคนข้างๆ รำคาญได้ ซึ่งถ้าคุณจะถามว่า แล้วสูงแค่ไหนละ ถึงจะพอดีๆ ที่ยืนแล้วไม่เมื่อย ความสูงรับได้ ขอบอกว่าไม่เกิน 3 นิ้วค่ะ แต่ถ้าคุณเป็นสาวที่ใส่ส้นสูงอยู่แล้ว เราเพิ่มให้อีกนิ้วเป็นสี่นิ้วได้เลย!

2. ใส่แล้วหลุดง่ายไหม

เราเข้าใจคุณว่าที่เจ้าสาวนะคะว่า ระหว่างคัทชูที่ใส่แล้วให้อารมณ์เจ้าหญิงกับรองเท้าแบบมีสายรัดสุดเซ็กซี่เนี่ย คัทชูน่าจะชนะใจว่าที่เจ้าสาวส่วนใหญ่ แต่ข้อเสียที่หลายคนลืมคิดไปคือ รองเท้าคัทชูเสี่ยงที่จะใส่เดินไปแล้วหลุดได้ง่ายกว่ารองเท้าแบบมีสายรัด ยิ่งถ้าคุณมีขนาดเท้าสองข้างไม่เท่ากันแล้วละก็ การที่จะช้อปรองเท้าคัทชูข้างละเบอร์เป็นไปไม่ได้แน่นอน ทางออกที่เราขอเสนอคือ ใส่รองเท้าแต่งงานแบบมีสายรัดที่สามารถขยับขนาดได้ตามรูปเท้าจะดีที่สุด

3. คิดถึงสิ่งตกแต่งบนรองเท้า

คริสตัล ขนนก ริบบิ้น ลูกปัดฯลฯ สารพัดสิ่งที่นำมาตกแต่งบนรองเท้าเจ้าสาวช่วยเสริมให้รองเท้าสวยยิ่งๆ ขึ้นไปก็จริง แต่เจ้าของพวกนี้อาจกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชายกระโปรงของชุดเจ้าสาวไปเกี่ยวจนคุณเดินล้มเสียจังหวะทรงตัวได้เหมือนกัน ทางที่ดีถ้าอยากจะมีสิ่งประดับเหล่านี้ ให้คุณลองดูตำแหน่งที่ของเหล่านี้ที่ประดับอยู่บนรองเท้าก่อนตัดสินใจซื้อว่า อยู่ในตำแหน่งไหน สุ่มเสี่ยงที่ชายกระโปรงจะไปเกี่ยวไหม หรือเมื่อใส่เท้าลงไปแล้วทำให้เดินลำบากหรือเปล่า ก็แหม…สวยแค่ตา ใส่ไปจริงๆ ไม่รอดก็มีถมไปนะคะ

4. คิดถึงขนาดและรูปทรงรองเท้าที่เหมาะกับเท้าคุณ

เท้าของทุกคนมีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันอยู่แล้วนะคะ ดังนั้นอย่ากลัวที่จะขอลองรองเท้าสัก 2-3 ขนาดเพื่อตรวจสอบและหาคู่ที่เหมาะสมกับขนาดและรูปทรงเท้าของคุณที่สุด

5. คิดถึงสภาพอาการและขนาดเท้าที่จะขยาย

บ้านเราเมืองเรามีอากาศที่ร้อนเป็นทุนเดิมนะคะ  ดังนั้นจึงทำให้มีโอกาสที่เท้าของคุณจะบวมด้วยความร้อนในระหว่างวัน ฉะนั้นเพื่อเป็นการเลี่ยงปัญหานี้ เราขอแนะนำให้คุณซื้อรองเท้าในช่วงบ่ายดีกว่าช่วงเช้าค่ะ และเมื่อลองรองเท้าในช่วงเวลาที่เท้าบวมสุดๆ แล้วอยากลืมถามตัวเองนะคะว่า ใส่แล้วสบายจริงไหม เพราะไม่ว่าแบบรองเท้าที่คุณเล็งอยู่จะสวยงามแค่ไหน ก็ไม่สำคัญเท่าคุณใส่ไปแล้วสบายเท่าหรือเปล่า หรือคุณว่าไม่จริง

6. มีงบประมาณเท่าไหร่

แน่นอนว่ารองเท้าแต่งงานก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เจ้าสาวต้องวางงบประมาณไม่ต่างจากเรื่องอื่นๆ ถ้าคุณมีแบรนด์โปรดคุณอาจวางวบประมาณคร่าวงๆ ได้ไม่ยาก แต่ถ้าคุณไม่ได้เลิฟยี่ห้อไหนเป็นพิเศษก็ลองตั้งงบประมาณดูสักนิด โดยเทน้ำหนักให้ความสำคัญไปในเรื่องการใช้งานและความคุ้มค่าของความสบายเท้าที่ใส่ในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต เพราะรองเท้าราคาแพงกว่าปกติที่คุณซื้อ อาจน่าลงทุนกว่ารองเท้าราคาถูกกว่าไม่กี่ร้อยกี่พันแต่นำมาซึ่งอาการเท้าข้ามวันข้ามคืนระบม

7. ชุดเจ้าสาวและธีมงานของคุณเป็นแบบไหน

ไม่ว่าคุณจะชอบรองเท้าคู่นั้นมากแค่ไหน หรือดาราสาวในดวงใจเป็นพรีเซนเตอร์ รวมถึงตัวแม่ในวงการใส่แต่งงานก็คงไม่สำคัญเท่างานแต่งงานของคตุณจัดในธีมไหน และชุดแต่งงานที่คุณเลือกเป็นแบบเ เพาะทั้งหมดนี้ควรเป็นเรื่องเดียวกันนะคะ ทั้งสไตล์ชุดแต่งงานที่ควรเข้ากับธีมที่จัด ซึ่งส่งผลไปถึงแบบรองเท้าที่เลือก ความยาวของชุดต้องไม่ทำให้เป็นอุปสรรคในการใส่รองเท้าคู่นั้นเดินเฉิดฉายในงาน รวมถึงสิ่งที่นำมาประดับบนรองเท้าควรไปในทิศทางเดียวกับชุดและธีมงาน ไม่อย่างนั้นคนอาจมองว่ารสนิยมของคุณเพี้ยนๆ ได้นะคะ

ถ้าถามว่า คุณควรซื้อรองเท้าเจ้าสาวของคุณเมื่อไหร่ เราขอบอกว่า 4 เดือนก่อนถึงวันงานค่ะ เพราะอะไรใช่ไหมล่ะ เหตุผลเพราะคุณต้องนำรองเท้าคู่นี้ไปใส่ในการลองชุดเจ้าสาวของคุณด้วยยังไงละคะ คุณจะได้รู้ว่าเมื่อรองเท้าสูงระดับนี้ต้องตัดชุดเจ้าสาวเผื่อชายกระโปรงมากแค่ไหน และคุณสามารถเดินได้สบายจริงไหม ถ้ามันเวิร์คก็ลุยต่อ แต่ถ้าไม่จะได้กลับตัวทันไปหาซื้อคู่ใหม่ที่เหมาะกว่ายังไงละคะ