9 เรื่องต้องรู้และทำก่อนร่อนการ์ดแต่งงานถึงมือแขก

เวลาที่คุณสั่งทำ การ์ดแต่งงาน คุณก็คิดแล้วคิดอีกว่าจะทำแบบไหน กำหนดสีอะไรให้สวยที่สุด โลโก้ไหนดีที่สุด แต่พอได้การ์ดมาอยู่กับมือแล้วนี่สิ ส่วนใหญ่พลาดตลอด เพราะไม่รอบคอบในเรื่องการจัดส่ง ด้วยคิดแค่ว่าใส่ชื่อแขกก็จบ แพรว Wedding ขอบอกว่า มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นนะคะ เพราะมีเรื่องหลายอย่างที่คุณควรทำก่อนจะร่อนการ์ดถึงมือแขกค่ะ

  1. ระยะเวลาในการเตรียมตัวก่อนส่ง

การ์ดแต่งงานควรเสร็จและถึงมือคุณว่าที่บ่าวสาวอย่างน้อย 2 เดือนก่อนถึงวันงาน เพราะใช่ว่าการ์ดเชิญพิมพ์เสร็จแล้วจะส่งถึงแขกได้เลยซะที่ไหน คุณต้องทำการนำการ์ดใส่ซอง แบ่งสรรจัดส่วนแขกฝ่ายหญิงแขกฝ่ายชาย และเขียนชื่อแขกที่หน้าซองอีก และเมื่อเขียนเสร็จคุณก็ต้องจัดแบ่งอีกว่าการ์ดเชิญชุดไหนส่งไปรษณีย์ ชุดไหนจะถือไปเชิญกับตัว และกลุ่มที่เชิญกับตัวก็ควรแบ่งไปเป็นเส้นถนนเพื่อความคล่องตัวและเดินทางไปรอบเดียว เห็นไหมละ หลายลำดับจะแย่

2. เขียนด้วยลายมือดีกว่าพิมพ์จากคอมฯ ลงหน้าซอง

หน้าซองที่เขียนชื่อแขกลงไป เราขอแนะนำให้คุณเขียนด้วยลายมือของคุณเอง ย้ำนะคะว่าเขียนด้วยลายมือของคุณเองจะดีกว่าการพิมพ์ เพราะแม้การพิมพ์จะสะดวกและอ่านได้ง่าย แต่ความรู้สึกของคนรับการ์ดต่างกันไป เพราะการ์ดที่เขียนด้วยมือให้ความรู้สึกถึงความใส่ใจในแขกทุกคนได้ดีกว่าการพิมพ์ชื่อลงบนซองจดหมายด้วยคอมพิวเตอร์ไงล่ะ

3. ชื่อจริงและนามสกุลปัจจุบันของแขก

แม้จะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแบบว่าวิ่งเล่นเปิดกระโปรงกันมาก็เถอะ แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนสถานะเปลี่ยน คุณจึงควรเขียนชื่อของเพื่อนให้ถูกต้อง โดยเช็คชื่อนามสกุลปัจจุบันให้เป๊ะ จะได้ไม่เหวอว่าแต่งงานแล้วก็ยังนามสกุลเดิมหรือหย่าแล้วยังใช้นามสกุลสามี

Cr. http://www.brides.com

4. ที่อยู่ที่เจ้าตัวสถิตย์อยู่จริงๆ

ไม่ใช่ว่าคุณรู้ว่าในบัตรประชาชนของแขกที่จะเชิญนั้นลงที่อยู่แบบนั้นแล้วที่พักอาศัยจริงๆ จะเป็นที่เดียวกัน ฉะนั้นถ้าคุณจะร่อนการ์ดเชิญไม่ว่าจะทางไปรษณีย์ไทยหรือการเดินทางไปหาแล้วส่งให้กับมือ ก็ต้องเตรียมความพร้อมเช็คให้ชัวร์ว่าไปผิดที่หรือเปล่า แล้วที่นั้นเป็นที่อยู่ปัจจุบันที่พักอาศัยจริงๆ นะ จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางหรือไปรษณีย์ตีกลับ ซึ่งถ้าในกรณีไม่ตีกลับคุณอาจมีงอนเพื่อนผิดๆ เพราะคิดว่าไม่ใส่ใจ แต่ที่ไหนได้ ไม่ได้รับการ์ดเชิญต่างหากล่ะ

5. ที่อยู่ของคุณเอง

อย่าลืมใส่ที่อยู่ของคุณเองลงไปหลังซองที่จะส่งการ์ดเชิญทางไปรษณย์เด็ดขาด คนรับจะได้รู้ว่าจากใคร ไปรษณีย์ส่งไปถึงได้ส่งกลับมาถูก คุณจะได้จัดการเชิญทางอื่นต่อไป

6. การ์ดขอบคุณควรแนบไปในซองเลย

ไม่ต้องรอให้แขกมาถึงงานค่อยกล่าวคำขอบคุณบนเวทีหรอกนะคะ เพราะคุณควรที่จะแนบการ์ดขอบคุณลงไปในการ์ดเชิญเลย ซึ่งการแนบการ์ดขอบคุณไม่ใช่เป็นการบังคับกลายๆ ว่ามาเถอะเพราะขอบคุณไปแล้ว หรืออยากให้มามากๆ อะไรแบบนั้น แต่อย่างน้อยๆ การขอบคุณล่วงหน้าจะสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับแขกที่ได้รับการ์ดนะคะ ก็แหม…อย่างน้อยๆ แขกก็ไม่โยนทิ้งขยะเลย แต่ยังเปิดดูการณ์ดของคุณ คิดแบบนั้นก็ขอบคุณได้แล้วค่ะ

7. เช็คสิว่าแผนที่มีแนบไปไหม

ไม่ว่าคุณจะจัดงานแต่งงานที่บ้าน ที่โรงแรม หรือสถานที่รับจัดงานที่ไหนก็ตาม อย่าคิดว่า Google Map จะช่วยแขกของคุณได้เสมอไปนะคะ เพราะหลายคนที่เวียนเฮดกับเจ้าแอพตัวนี้มานักต่อนัก (ก็แหม…บางทีหวังดีมาก เปลี่ยนเส้นทางให้เลยก็งงไงล่ะ) ฉะนั้นอย่าลืมเช็คว่าในการ์ดเชิญที่จะส่งให้ มีแผนที่ไปงานแนบไปแล้วหรือยัง ถือเป็นการอำนวยความสะดวกกับแขกไปในตัว อย่าคิดว่าสมัยนี้แผนที่แผ่นๆ ไม่มีค่าล่ะ

Cr. https://s-media-cache-ak0.pinimg.com

8. เตรียมเอกสารเช็คว่าส่งการ์ดให้ใครไปแล้วบ้าง และส่งไปทางไหน

เรื่องนี้หลายคนไม่ค่อยรอบคอบ เลยมักเกิดอาการสับสนว่าแขกคนนั้นส่งการ์ดเชิญทางไหนไปแล้ว จึงควรทำเอกสารหรือตารางสรุปรายชื่อแขกให้ชัดเจนว่าส่งการ์ดเชิญไปให้แขกคนนั้นคนนี้แล้วหรือยัง ส่งทางไหนบ้าง เพราะถ้าคุณส่งซ้ำเมื่อไหร่จะสร้างความรำคาญให้แขกได้ เพราะบางคนรู้สึกว่าอยากได้ซองจัดหรือไง เชิญมาทุกทางเลยอะไรแบบนั้น ฉะนั้นการมีตารางเช็คที่ว่าจะช่วยไม่ให้คุณส่งการ์ดเชิญซ้ำซ้อนและรู้ช่องทางการส่งของตัวเองไปยังแขก เวลาเช็คยอดคนมาก็ไม่สบสนด้วยนะคะ

9. เช็คยศ

ตำแหน่งทางการเมือง, ตำแหน่งทางวิชาการ, ยศทางราชการ หรือแม้แต่ตัวย่อประดับดีกรีทั้งหลาย ทั้ง ด๊อกเตอร์, ศาสตราจารย์, นายแพทย์, นายสัตวแพทย์ ฯลฯ อะไรก็ตาม ควรเช็คค่ะว่ามีนำหน้าไหม และยศล่าสุด ณ ขณะที่เชิญคือยศไหน ถือเป็นการให้เกียรติแขะและแสดงความใส่ใจที่ช่วยสร้างความน่าประทับใจได้นะคะ

อ่านถึงตรงนี้แล้ว คุณคงพอได้ไอเดียแล้วใช่ไหมคะว่า ก่อนร่อนการ์ดเชิญควรทำอะไร เช็คอะไรบ้าง เพื่อความพร้อมแบบเป๊ะๆ และไม่ผิดพลาดจนแขกบ่น ทำเถอะค่ะ เชื่อแพรว Wedding เนอะ

ภาพเปิด : The Knot