เชื้อราสกัดเชื้อรัก รีบสลัดก่อนรักจาง

สาวๆ คนไหนมีอาการคันที่บริเวณน้องสาวหรือปวดแสบปวดร้อนเวลาปัสสาวะ นั่นเป็นเพราะน้องสาวของคุณกำลังประสบปัญหากับโรคเชื้อราในช่องคลอดยังไงล่ะ ซึ่งเชื้อราที่ว่าอาจจะเกิดขึ้นจากคนที่คุณรัก หรือตัวคุณเองและสุดท้ายจะกลายเป็นเชื้อราของคุณทั้งคู่ เอาล่ะแต่ก็ไม่ต้องกังวลไปนะ เพราะวันนี้น้องพลอยจะพาทุกคนมารู้จักโรคนี้รวมทั้งการรักษาเบื้องต้นค่ะ

เชื้อราในช่องคลอดเกิดขึ้นได้อย่างไรนะ

โรคชนิดนี้ถือเป็น “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” ค่ะสามารถถ่ายทอดโรคไปยังคู่นอนได้โดยฝ่ายชายมักจะเป็นพาหะเชื้อราแบบไม่รู้ตัว!! ซึ่งคราบเชื้อราจะติดอยู่บริเวณรอบๆ หัวอวัยวะเพศแต่ไม่มีอาการคันหรืออาจจะมีอาการระคายเพียงเล็กน้อย แต่สำหรับคุณผู้หญิงบางคนที่ไม่ได้กระหนุงกระหนิงกับคุณสามีในช่วงนี้เลย แต่ดันมีอาการคันอันก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกันนะคะ โดนส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากปัจจัยดังนี้

  • ภาวะตั้งครรภ์
  • ภาวะเสี่ยงเบาหวาน/โรคเบาหวาน
  • รับประทานยาสเตียรอยด์หรือยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานๆ
  • อับชื้นเพราะไม่ได้เช็ดทำความสะอาด
  • สวมใส่กางเกงคับแน่น
  • การสวมใส่กางเกงชั้นในเปียกหรืออับชื้น

อาการแบบไหนที่เรียกว่าเชื้อราในช่องคลอด

มีอาการคันบริเวณช่องคลอดอารมณ์แบบอยากจะเกาตลอดเวลาเลยละคะ ที่สำคัญจะมีอาการตกขาวในลักษณะคล้ายก้อนตะกอนนมสีข้นหรือเหลืองนวลเหมือนนมบูด มีกลิ่น หรือบางครั้งอาจมีอาการบวมแดงที่บริเวณอวัยวะเพศร่วมด้วย มีอาการปวดแสบเวลาปัสสาวะ และเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์

ต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดโรคนี้

ลำดับแรกหาสาเหตุหลักของการเกิดโรคนี้ก่อนเลยค่ะ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำซ้อน ซึ่งหากเกิดโรคนี้ขึ้นกับคุณก็อย่าเพิ่งตกใจกระวนกระวายไปนะคะ เพราะคุณสามารถหาซื้อยาได้ตามร้านขายยาชั้นนำทั่วไปโดยยาจะมีทั้งชนิดแบบสอดและรับประทาน ใช้ระยะเวลาในการรักษาประมาณ 1-2 อาทิตย์เท่านี้ก็สามารถหายเป็นปกติแต่หากยังมีอาการอยู่ก็แนะนำให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลนะคะ

อ่อ…ที่สำคัญน้องพลอยขอแนะนำให้คุณผู้ชายล้างทำความสะอาดอวัยวะเพศทั้งตอนมีหรือไม่มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอและจะต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อร่วมกับคุณผู้หญิงด้วยจะได้หายขาดค่ะ เสร็จแล้วคุณก็จะได้จัดหนักจัดเต็มกอด รัด ฟัด เหนี่ยว แบบไม่ต้องกังวลกับโรคนี้อีกเลย

เรื่อง : พลอยน้องใหม่

ขอบคุณข้อมูล : นายแพทย์วิชัย ชวาลไพบูรณ์ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลกลาง สังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร      

ภาพ : http://www.irishtimes.com , https://s3.scoopwhoop.com, https://d386abn1q7bvvp.cloudfront.net