10 จุดเช็คชุดแต่งงานให้ชัวร์ก่อนรับมาเฉิดฉาย

เคยเป็นใช่ไหมละที่พอพ้นร้านชุดแต่งงาน มาแล้วเพิ่งจะมาเจอว่า ชุดที่รับมามีตำหนิไม่ว่าจะเป็นมีรอยขาด ซิปไม่ไหลลื่น กระดุมเย็บไม่ดี หรือเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ไม่เนียน  ซึ่งเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้โดยไม่เกี่ยวว่า จะเป็นชุดแบบสั่งตัด หรือ ชุดแบบเช่า ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าตัวคุณนั่นแหละต้องรอบคอบและ เช็คชุดแต่งงาน ให้ชัวร์ก่อนจะโวยวาย ฉะนั้นก่อนออกจากร้านไล่เช็คให้หมดทุกจุดดังต่อไปนี้

เช็คชัวร์จุดที่ 1 : แผงกระดุมที่ด้านหลังครบถ้วนทุกเม็ด

ชุดเจ้าสาวที่มีกระดุมเป็นสิบๆ เม็ดบางทีมีแอบหลุดหล่นหายหรือบางร้านเย็บติดมาไม่ดี บางทีเป็นเพราะชุดนี้ใช้ต่อกันมาจนทางร้านอาจลืมเย็บย้ำให้แน่น คุณจึงควรเช็คให้ชัวร์ก่อนว่าไม่มีเม็ดไหนร่วงหายไป เพราะไม่ว่าจะเป็นกระดุมที่ต้องติดจริง หรือแค่กระดุมหลอก การหายไปหนึ่งเม็ดก็เหมือนคนฟันหล่อ ดูกี่ครั้งก็สะดุด

เช็คชัวร์จุดที่ 2 : รังดุมเนี๊ยบและพอดิบพอดี

ไม่ใช่แค่กระดุมเท่านั้นที่ต้องเช็ค แต่รังดุมสำหรับให้แต่ละเม็ดลงไปจับคู่ต้องใช้งานได้จริง บางร้านตัดมาใส่ใหม่ๆ ก็จริง แต่ด้วยความรีบอาจมีบางรูเจาะรังดุมเล็กเกินไป กว่าจะยัดเม็ดดุมลงไปได้เล็บแทบหัก ฉะนั้นลองติดทุดเม็ดกับทุกรังดุมก่อนเสมอนะคะ

เช็คชัวร์จุดที่ 3 : ซิปยาวที่ด้านหลัง

อันนี้ไม่ยาก เช็คว่ารูดขึ้นลงได้คล่องไหม ซิปแตกหรือเปล่า มีเปอร์เซนต์การกินขอบตะเข็บระหว่างทางไหม จำไว้เลยนะคะว่า ซิปด้านหลังชุดเจ้าสาวมักเป็นแบบยาว ถ้าสะดุดขึ้นมาเมื่อไหร่ เรื่องยาวแน่นอน

เช็คชัวร์จุดที่ 4 : สายริบบิ้นคอร์เซ็ทมีหรือยัง

อย่าเอาแต่เช็คแค่รังดุม ถ้าคุณเลือกชุดแบบที่เป็นคอร์เซ็ทที่ต้องมีริบบิ้นเส้นยาวร้อยไปมา อย่าลืมเช็คว่าทางร้านนำมาให้หรือยัง และเมื่อนำมาแล้ว ต้องซ้อมร้อยด้วยนะคะว่าความยาวพอดีไหม ไม่ใช่ร้อยได้ครึ่งทางแล้วหยุดนิ่งจนต้องวิ่งไปซื้อริบบิ้นผูกผมนักเรียนมาใช้แทน

เช็คชัวร์จุดที่ 5 : ตะเข็บข้างแน่นหนาหรือเปล่า

ใครจะรู้ว่า พอวันใส่จริงคุณจะตัวขยายหรือตัวจะบางลง ซึ่งถ้าบางลงคงไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ถ้าขยายขึ้นมาสักครึ่งนิ้วอาจเกิดเรื่องได้ ฉะนั้น ช่วงที่ลองชุดครั้งสุดท้าย ถ้ารู้สึกแน่นไปหลวมไปต้องรีบแจ้งทางร้านนนะคะ เมื่อแก้ไขเสร็จอาจเช็คชัวร์อีกนิดด้วยการดึงตะเข็บข้างรอบตัวเบาๆ เพื่อเช็คความยืดหยุ่นสักหน่อย จะได้มั่นใจไงคะ

เช็คชัวร์จุดที่ 6 : รอยต่อตรงรักแร้ไม่ปริแน่นอน

ตอนที่ลองสวมครั้งสุดท้าย อย่าลืมขยับแขนในท่วงท่าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันงาน ไม่ว่าจะเป็นยกมือไหว้แขก ชูแขนโบกมือให้เพื่อนหรือยืดสุดกำลังเพื่อโยนดอกไม้ จะได้รู้ไงละคะว่ารอยต่อตรงใต้รักแร้ไม่ปริให้เห็นเนื้อนวลด้านในไม่ว่าคุณจะอยู่ในท่วงท่าไหน

เช็คชัวร์จุดที่ 7 : ฝีเข็มเนียนๆ ที่ก้นและสะโพก

สาวไหนเลือกชุดเจ้าสาวที่เน้นก้น เน้นสะโพก อย่างชุดเจ้าสาวทรงเมอร์เมตต้องมั่นใจยิ่งกว่าร้อยเปอร์เซนต์นะคะว่า ฝีเข็มที่เว้าโค้งไปกับก้นและสะโพกอันกลมกลึงนี้ละเอียดและไม่ห่าง เพราะคงดูไม่ดีแน่ถ้าก้นงอนสะโพกผายต้องมาจบลงเพราะฝีเข็มรอยตะขาบ

เช็คชัวร์จุดที่ 8 : ลูกไม้ไม่ขาดเป็นรูชัวร์นะ

เคยมีคนเจอมาแล้วนะคะประเภทที่ว่าเช่าชุดเจ้าสาวมาใส่แล้วเจอรูลูกไม้ขาด เมื่อสอบถามไปได้คำตอบว่า “ชุดเช่าก็งี้แหละค่ะ ผ่านการใช้งานมาแล้ว ลูกไม้ก็ต้องขาดเป็นธรรมดา” เจอร้านที่ตอบแบบนี้บอกเลยว่า ไม่น่ารักค่ะ เพราะแม้จะเป็นชุดเช่า ทางร้านก็ต้องดูแลเก็บรายละเอียดก่อนส่งมาให้คุณใช้งาน ดังนั้น อย่าคิดว่าจ่ายน้อยแล้วต้องเกรงใจเจ้าของร้านนะคะ อย่าลืมว่าคุณคือลูกค้า และตั้งใจมาใช้บริการ จงอย่าลืมเช็คลูกไม้ให้ถี่ถ้วนเสมอ

เช็คชัวร์จุดที่ 9 : หยิบสุ่มมาหรือยัง

อันนี้เตือนค่ะเตือน เพราะบางนางพอเช็คชุดครบแล้ว ลืมไปว่ายังต้องมีองค์ประกอบสำคัญอย่างสุ่มมาเพิ่มความงามให้ครบร้อยเปอร์เซนต์ ฉะนั้นชุดใครต้องใส่สุ่ม อย่าลืมทวงถามโดยเด็ดขาด

เช็คชัวร์จุดที่ 10 : เครื่องประดับที่เหลือครบถ้วนและใส่เป็นแน่นะ

สุดท้ายกับการเช็คเครื่องประดับที่ทางร้านสัญญาว่าจะมีมาให้เมื่อคุณใช้บริการชุดแต่งงานที่ร้าน ไม่ว่าจะเป็นต่างหู สร้อยคอ เข็มขัด ฯลฯ มีครบไหม แล้วใส่เป็นหรือเปล่า เช็คให้แน่ ใส่ให้ถูกแล้วรับรองว่าคุณจะสวยเลิศที่สุดในงาน

บอกไว้ตรงนี้เลยนะคะว่า ทั้ง 10 จุดที่ว่ามานี้ สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ชุดเจ้าสาวแบบเช่า เช่าตัดหรือสั่งตัด แต่เมื่อเจอจุดที่เป็นข้อผิดพลาด อย่าเพิ่งโวยวายต่อว่าทางร้านเลยนะคะ เราอยากให้คุณใจเย็นๆ แล้วแจ้งกับทางร้านให้ช่วยดูแลทันที เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว หลังจากออกไปจากร้าน บางจุดที่สะดุด อาจทำให้คุณต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามมาทีหลังทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดจากการใช้งานของคุณก็เป็นได้

ภาพ : www.xojane.com/