บ่าวสาวอย่าเลือกผิด! 12 สิ่งในงานแต่งทำแล้วเปลืองเงินแถมเสียหน้า

บ่าวสาวที่กำลังมองหาวิธีลดค่าใช้จ่ายในงานแต่งขอให้อ่านทางนี้ก่อน เราไม่ได้หาวิธีมาให้ แต่อยากจะบอกว่า ห้ามทำ 12 วิธีนี้เด็ดขาด เพราะนอกจากจะ เปลืองเงิน แล้ว ยังทำให้แขกไม่พอใจและอาจจะต้องเสียเงินเยอะกว่าเดิม

1. เอะอะก็ DIY

หลายคนจะคิดว่า งาน  DIY ยังไงก็ถูกกว่า แต่จะบอกความว่ามันไม่จริงเสมอไปนะคะ เพราะหลายๆ ครั้งงาน DIY ก็ทำให้เสียเงินเยอะกว่าเดิมถ้าหากทำแบบไม่มีไอเดีย หรือทำออกมาแล้วพังไม่เป็นท่า

2. ไม่จ้างช่างถ่ายภาพอาชีพ

โธ่ อุตส่าห์จัดงานแต่งในฝันได้ใส่ชุดสวย แล้วจะมางกกับค่าช่างภาพทำไมละคะจริงไหม ลงทุนกับช่างภาพฝีมือดีๆ ที่ราคาอยู่ในงบประมาณเพื่อเก็บภาพเป็นทรงจำที่ดี ดีกว่าผ่านไปสัก 10 ปี แต่กลับไม่มีภาพสวยๆ ให้ย้อนกลับมาดู แล้วจะเสียใจแบบแก้ไขอะไรไม่ได้เลย

3. ไม่มีการ์ดเชิญแบบทางการ

เดี๋ยวนี้บ่าวสาวหลายคู่อาจจะเลือกเชิญแขกผ่านทางออนไลน์ ซึ่งอยากจะบอกว่ากับเพื่อนสนิทก็ได้หรอกค่ะ แต่กับแขกผู้ใหญ่หรือแขกไม่สนิทเชิญผ่านการ์ดจะดีกว่า ยิ่งเดี๋ยวนี้ที่มีอย่างการใช้ปรินต์ออนดีมานด์ที่พิมพ์จำนวนไม่มากได้ก็ยิ่งสะดวกเข้าไปใหญ่ อย่างน้อยๆ ก็ทำให้แขกเกิดความประทับใจและรู้สึกว่าบ่าวสาวอยากชวนไปงานจริงๆ

4. สละความสบายของแขก

บางคู่ก็ยอมสละความสบายของแขกเพื่อลดค่าใช้จ่ายในงานแต่งเช่นเลือกเก้าอี้ที่นั่งไม่สบายถูกกว่า แต่ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ เขาถือกันว่าความสะดวกของแขกคือสิ่งแรกที่เจ้าภาพต้องคำนึงถึงเลยนะ เพราะเขามาก็เพื่อแสดงความยินดีกับคุณนะ

5. ขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ตัว

ถึงแม้ว่าคนรอบตัวคุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในสักเรื่องที่เกี่ยวกับงานแต่ง ไม่ว่าเป็นงานดอกไม้ อาหาร หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าเขาไม่ออกตัวมาช่วยก็อย่าไปรบกวนเขาเลยนะ (ไม่อย่างนั้นบางคนอาจช่วยคุณด้วยอาการกระอักกระอ่วนปฎิเสธไม่ออก) เพราะในงานของคุณเขาอาจจะอยากเป็นแขกที่มาร่วมแสดงความยินดีมากกว่าเป็นแรงงานหน้ามันเยิ้ม

6. เลือกสิ่งที่ถูกที่สุด

อย่าเอาแต่คำนึงถึงราคาโดยไม่สนใจคุณภาพเลือกสิ่งที่ราคาถูกที่สุด แล้วมาบ่นว่างานห่วย ไม่ได้อย่างที่คิดไว้ แต่จงจ่ายเงินให้กับสิ่งที่คุณพอใจแม้ราคาจะสูงกว่าก็ตาม อย่าลืมว่างานแต่งงานไม่มีโอกาสให้แก้ตัวหรอกนะ

7. ให้แขกจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มเอง

เชิญแขกมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่ของเราแล้วก็อย่าขี้เหนียวให้เขาจ่ายเงินกับเครื่องดื่มที่หน้าบาร์เอาเองเลย เตรียมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้ให้แขก หรือไม่ก็ชัดเจนไปเลยว่างานนี้ No Alcohol

8. เปิดเพลงเอง ไม่จ้างดีเจหรือพิธีกร

การเอา MP3 มาเสียบออกลำโพงเป็นอะไรที่คุณทำได้นะแต่ต้องมั่นใจว่าเลือกเพลงมาแล้วและอยู่ยาวได้ตลอดทั้งงาน แต่ถ้าให้ชัวร์จ้างดีเจเถอะเพราะคนๆ นี้ทำอะไรได้มากกว่าเปิดเพลงนะ เขายังเป็นคนคอยคุมลำดับเวลา เชิญชวนแขกให้สนุกไปกับงาน แถมยังทำให้เสียงในงานออกมาไพเราะขึ้นอีกด้วย

9. จัดงานแต่งที่บ้าน

ถ้าไม่ได้มีธีมแต่งงานในสวนหลังบ้านก็อย่าไปจัดงานที่บ้านตัวเองเลย เพราะว่ามันเหนื่อยโฮกมาก ไม่ว่าจะเป็นจัดงาน เก็บงาน แถมค่าข้าวของที่จะเอามาตกแต่งเผลอๆ จะแพงกว่าค่าเช่าเหมาสถานที่ด้วยซ้ำ

10. เห็นป้ายลดราคาเป็นต้องรีบวิ่งเข้าหา

เจ้าสาวบางคนพอเห็นว่าที่ไหนลดราคารีบมุ่งไปลงสงครามแย่งชิงทันทีโดยไม่สนใจว่าจริงๆ แล้วตัวเองชอบอะไรแบบไหน สุดท้ายถ้าไม่พอใจก็ซื้อใหม่คราวนี้จากที่จะได้ของถูกดันต้องเสียเงินสองรอบชีช้ำระกำทรวง

11. จ้างทีมงานน้อย

บางคู่ที่คิดว่าจะจ้างเด็กเสิร์ฟในงานน้อยๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายเนี่ย คิดใหม่ด่วนๆ เลยนะ ถ้าบริกรไม่พอจะทำให้แขกหงุดหงิดสุดๆ กับการต้องรอ แล้วจากงานแห่งความสุขจะกลายเป็นงานที่เซ็งแซ่ด้วยเสียงบ่นแทน

12. ทั้งหมดไม่มีภาษี และ  service charges

หลังจากสอบถามเรื่องค่าบริการจนตัดสินใจเซย์เยสแล้ว อย่าลืมถามนะว่า ทั้งหมด Net แล้วใช่ไหมไม่มีภาษีและเซอร์วิสชาร์จเพิ่มใช่ไหม

มีคู่ไหนกำลังทำแบบ 1 ใน 12 ข้อหรือเปล่า หยุดเลยนะคะ อย่างที่บอกว่าไม่ช่วยและทำให้แขกไม่พอใจแล้วอาจจะเข้าข่าย เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย สู้วางงบประมาณให้ดีแล้วคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่จะดีกว่าเนอะ

ขอบคุณข้อมูลจาก www.shefinds.com/

ขอบคุณภาพจาก http://www.artlookstudios.com/