7 วิธีเก็บเงิน ให้อยู่ของคู่แต่งงาน

 เรื่องเงินถือเป็นเรื่องใหญ่ของยุคนี้ ไม่ว่าจะสำหรับใครก็ตามที โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนสองคนที่ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน หากไม่อยากให้ชีวิตคู่ต้องสะดุดเพราะสตางค์ในกระเป๋าไม่คล่องมือ ลองนำ วิธีเก็บเงิน ของคู่แต่งงานที่ เรามาบอกกันไปใช้ดูสิคะ

เปิดบัญชีเงินฝากร่วมกัน

การเปิดบัญชีเงินฝากร่วมกันช่วยสร้างแรงจูงใจในการออมเงินได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะช่วยสร้างรากฐานการเงินให้แข็งแรงแล้ว ยังทำให้คุณทั้งคู่รู้สึกเป็นคนๆ เดียวกันอย่างสมบูรณ์อีกด้วย โดยอาจตั้งเป้าหมายว่าจะเก็บเงินส่วนนี้ไว้เพื่อทำอะไรร่วมกัน เช่น เพื่อท่องเที่ยว เพื่อลูก เพื่อชีวิตหลังเกษียณ เพื่อซื้อบ้าน เพื่อเหตุฉุกเฉิน เป็นต้น ทั้งนี้อาจกำหนดจำนวนการออมตามสัดส่วนรายได้ของแต่ละคน เช่น 20% ของรายได้ หรือตามความพึงพอใจที่ตกลงกัน

เงินออมคือรายจ่ายอันดับหนึ่ง

เมื่อตกลงปลงใจที่จะเก็บเงินร่วมกันแล้ว คุณทั้งคู่ต้องท่องไว้เลยว่า เงินออมคือรายจ่าย เพราะบางคนมองว่าเงินออมคือเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งสุดท้ายอาจไม่เหลือเลยก็ได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือกันเงินออมไว้เป็นอันดับแรกเสมอ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้และสร้างวินัยทางการเงิน

เลือกออมเงินอย่างฉลาด

สำหรับคู่แต่งงานที่มีเงินออมมั่นคงแล้ว นอกจากการเปิดบัญชีเงินฝากร่วมกัน ยังมีวิธีออมเงินแบบอื่นๆ ซึ่งให้ประโยชน์แบบยิ่งปืนนัดเดียวได้นกสองตัวอีกด้วย เช่น ออมเงินในประกันชีวิตเพื่อเหตุฉุกเฉินในอนาคต ออมเงินในหุ้นเพื่อผลตอบแทนสูง ออมเงินในอสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไร ออมเงินใน LTF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษี โดยจะเลือกออมแบบไหนก็ขอให้เหมาะกับทุนทรัพย์ในกระเป๋า ศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วน และปรึกษากันให้ดี

ใช้จ่ายแยกกระเป๋าอย่างเป็นระบบและมีวินัย

สำหรับคู่แต่งงานที่ทำสัญญากันว่าจะใช้จ่ายแบบแยกกระเป๋า เงินใครเงินมัน ควรตกลงกันเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางต่างๆ ให้ดี ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเครื่องอุปโภคบริโภค ใครจะเป็นคนจัดการในส่วนไหน จะหารสองแบบแฟร์ๆ ก็ว่ากันไป หรือจะเปิดบัญชีกองกลางเอาไว้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้เลยก็ได้ และเรื่องเงินออม คุณทั้งคู่ต้องมีวินัยในการออมอย่างเคร่งครัด เพราะการใช้จ่ายแบบแยกกระเป๋าทำให้ต่างคนต่างมีอิสระ และไม่มีใครมาคอยจ้ำจี้จ้ำไช

กระเป๋าเดียวกัน…ฉันจัดการเอง

แต่หากรู้ตัวว่าเป็นคนที่เก็บเงินไม่อยู่ หรือไม่มีวินัยทางการเงินเอาซะเลย ก็ควรให้คนที่ดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้ดีกว่าเป็นคนจัดการ ทั้งนี้จะเป็นคุณสามีหรือคุณภรรยาก็ตกลงกันตามอัธยาศัย (แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคุณภรรยาเสียมากกว่า) โดยรวมรายได้ของทั้งสองคนเป็นก้อนเดียวกัน แล้วให้คนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แบ่งสรรปันส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆ วิธีนี้จะทำให้อีกคนต้องสูญเสียอิสระทางการเงิน แต่รับรองว่าช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีทีเดียว (ถ้าจะใช้วิธีนี้ต้องเคลียร์กันให้ชัดเจนและยอมรับในข้อตกลงของกันและกัน คนที่ถือเงินก็ต้องโปร่งใส ส่วนคนที่ไม่ได้ถือเงินก็ต้องไม่คิดเล็กคิดน้อย มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาแคลงใจกันในภายหลัง)

เปลี่ยนเงินเป็นสิ่งอื่น

หากเห็นเงินนอนอยู่นิ่งๆ แล้วตะขิดตะขวงใจ อยากจะใช้เสียให้หมด เรียกง่ายๆ ว่าเก็บเงินไม่อยู่ (ทั้งคู่) เราขอแนะนำว่าให้ออมเงินทางอ้อมด้วยการเปลี่ยนเงินเป็นข้าวของที่มีประโยชน์หรือมีมูลค่าอย่างบ้าน รถยนต์ ที่ดิน ทองคำจะดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นการซื้อร่วมกันด้วยก็จะยิ่งทำให้มีกำลังใจในการช่วยกันเก็บเงินหรือช่วยกันผ่อนขึ้นไปอีก

ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

การทำบัญชีรายรับรายจ่ายทำให้เห็นภาพรวมของการใช้จ่ายเงินในแต่ละเดือนของคุณทั้งคู่ และค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน หากเดือนไหนเริ่มรู้สึกว่าเงินไม่ค่อยคล่องมืออย่างที่เคย บัญชีรายรับรายจ่ายจะช่วยบอกได้ว่า คุณใช้จ่ายกับอะไรที่ไม่จำเป็นมากเกินไปหรือเปล่า หรือค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ช่วยกันประหยัดได้ ซึ่งจะทำให้การออมเงินมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เรื่อง : ONJIRA

ภาพ : www.huffingtonpost.com