15 ข้อผิดพลาดในการจัดงานแต่งงานที่บ่าวสาวควรระวัง!

งานแต่งงานถือเป็นงานใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิต นอกจากจะต้องเตรียมตัวนานหลายเดือนแล้ว ยังมีรายละเอียดยิบย่อยมาให้บ่าวสาวพิจารณาอยู่เสมอ บางคนก็ตัดสินใจผิดพลาดจนทำให้งานแต่งออกมาไม่ได้ดั่งใจหวัง วันนี้ฮีบินจึงนำข้อผิดพลาด 15 ข้อที่อดีตบ่าวสาวชาว เราเคยประสบพบเจอ มาเป็นบทเรียนก่อนวันวิวาห์จะมาถึงให้ว่าที่บ่าวสาวคนต่อไปได้อ่านและระวังตัวกันให้มากขึ้น

1. ไม่ตัดสินใจเรื่องงบประมาณ

ภาพจาก : www.everafterguide.com
ภาพจาก : www.everafterguide.com

ว่าที่บ่าวสาวหลายคู่พอรู้ตัวว่าจะต้องแต่งงานก็เกิดอาการตื่นเต้นดีใจจนลืมทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเงินที่จะเอามาใช้จัดงานก็ยังลืมคิดว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ เฝ้าแต่จินตนาการว่างานฉันต้องสวยอย่างนั้น อลังการอย่างนี้ หยุดค่ะ! ฮีบินคงต้องขอดึงคุณกลับมาในโลกแห่งความเป็นจริงสักนิดนึง เพราะหัวใจหลักของการจัดงานแต่งนั้นไม่ได้มีแค่เรื่องความรักเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องงบประมาณที่คุณจะต้องรีบตัดสินใจให้ได้เป็นสิ่งแรก

2. ไม่มีแผนสำรองในกรณีฝนตก

ภาพจาก : www.brides.com
ภาพจาก : www.brides.com

เรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหามากมายสำหรับคู่ไหนที่เลือกจัดงานในโรงแรม แต่จะเป็นปัญหาที่น่าสะพรึงสำหรับคนที่ตัดสินใจจัดงานแต่งแบบเอ๊าท์ดอร์ ไม่ว่าจะเป็นชายหาด ในสวน ในไร่ ริมแม่น้ำ หรือสถานที่ไหนก็แล้วแต่ที่เป็นที่โล่งไม่มีหลังคา คุณจะต้องเตรียมแผนสองสำหรับพระพิรุณโปรยฝนไว้ให้ดี จะเตรียมร่ม เตรียมหมวก หรือเต็นท์กันแดดกันฝนไว้ด้วยจะดีมาก ถ้าคุณเอาแต่คิดว่าฉันดูพยากรณ์อากาศมาดี วันแต่งฝนไม่ตกแน่! ฮีบินขอบอกเลยว่า คุณ! คิด! ผิด! เพราะธรรมชาติเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ จู่ๆ อากาศแปรปรวนฝนตกมาเมื่อไหร่รับรองว่าจบเห่แน่ๆ !

3. ปล่อยให้แขกสับสน

ภาพจาก : www.overthec.com
ภาพจาก : www.overthec.com

เดี๋ยวนี้งานแต่งงานมีรายละเอียดและเงื่อนไขเยอะแยะไปหมด ทั้งธีมงาน ธีมสี ธีมชุด รวมไปถึงการเดินทางไปสถานที่จัดงาน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณห้ามพลาดใส่ไปในการ์ดเชิญเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณจัดงานแต่งตามต่างจังหวัดแล้วแขกจะต้องเดินทางไกล คุณควรที่จะแนบแผนที่แผ่นเล็กๆ ลงไปด้วย อย่าลืมล่ะ!

4. จะแต่งงานแต่ไม่คุยกัน

ภาพจาก : www.toptableplanner.com
ภาพจาก : www.toptableplanner.com

ว่าที่บ่าวสาวคู่ไหนที่กำลังจะแต่งงานกันแต่ไม่ยอมคุยรายละเอียดหรือปรึกษาหารือกัน ฮีบินขอให้คุณไปคิดทบทวนใจของตัวเองให้ดีว่าอยากแต่งกันจริงๆ ไหม เพราะแน่นอนว่าการแต่งงานมันเกี่ยวพันกับชีวิตของคุณสองคนโดยตรง ไม่ว่าจะจัดเล็กๆ เงียบๆ หรือจัดใหญ่โต คุณก็ต้องคุยกันว่าอยากให้งานออกมาเป็นแบบไหน ใส่ชุดอะไร จัดที่ไหน เชิญแขกเท่าไหร่ ช่วยๆ กันออกไอเดียและแบ่งๆ กันรับผิดชอบมันคงดีกว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ใครคนใดคนหนึ่งนะ

5. ลืมจ้างช่างภาพ

www.everafterguide.com
www.everafterguide.com

แต่งงานทั้งทีจะมาอาศัยใช้กล้องโทรศัพท์มือถือหรือกล้องจากแขกเหรื่อไม่ได้นะคะ เพราะถ้าคุณอยากได้ภาพความทรงจำในวันสำคัญที่สวยงามสมบูรณ์แบบ เอากลับมาดูกี่ครั้งก็ยังชื่นใจอยู่เสมอ คุณควรจะมองหาช่างภาพงานแต่งสักทีม ถ้าจะให้ดีควรจ้างช่างภาพสำหรับถ่ายวิดีโอด้วย เพราะทีมงานเหล่านี้จะช่วยเก็บทุกความทรงจำของคุณ ทุกรายละเอียด และทุกวินาทีของวันสำคัญของชีวิต

6. ไม่ตั้งใจออกแบบการ์ดงานแต่ง

ภาพจาก : justmytype.co.nz
ภาพจาก : justmytype.co.nz

การ์ดงานแต่งเป็นปราการด่านแรกที่แขกจะได้เห็น ถือเป็นเฟิร์สอิมเพรสชั่นเลยก็ได้นะคะ เพราะว่าการ์ดจะเป็นตัวแสดงว่างานแต่งของคุณมีคอนเซปต์แบบไหน ถ้าการ์ดสวยแน่นอนว่าคุณจะได้รับคำชม แถมยังเป็นตัวกระตุ้นให้แขกอยากมาเห็นการตกแต่งในวันงานด้วยนะ อย่าคิดว่าการ์ดเป็นแค่กระดาษหรือมีแค่ตัวหนังสือกับซองเด็ดขาด คุณต้องใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้ด้วย

7. กังวลว่าคนอื่นจะไม่สนุกกับงานแต่ง

ภาพจาก : www.phillymag.com
ภาพจาก : www.phillymag.com

ฮีบินเชื่อว่าบ่าวสาวหลายคู่มักจะเกิดความกังวลว่าคนรอบตัวทั้งพ่อ แม่ ญาติ พี่ น้อง และแขกคนอื่นๆ จะไม่ชอบสิ่งที่คุณตัดสินใจเลือกและไม่สนุกกับงานแต่งที่คุณจัดขึ้น บางคนออกอาการนอยด์จนตัวเองกลายเป็นคนที่ไม่สนุกเสียเอง ฮีบินขอแนะนำว่าทำใจให้สบาย อย่าไปคิดอะไรมาก เลือกในสิ่งที่คุณชอบและคุณต้องการ เพราะวันแต่งงานคือวันพิเศษสำหรับคุณและคนรักนะ

8. ตัดสินใจเลือกสถานที่โดยไม่คำนวณแขกก่อน

ภาพจาก : www.cocoweddingvenues.co.uk.com
ภาพจาก : www.cocoweddingvenues.co.uk.com

เรื่องสถานที่และจำนวนแขกเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ที่คุณควรตัดสินใจให้ได้โดยเร็ว เพราะสองอย่างนี้จะเกี่ยวข้องกันตั้งแต่ตอนวางแผนจนถึงวันงาน ลิสต์จำนวนแขกให้แน่นอนก่อนแล้วจึงหาสถานที่จัดงานให้สามารถรองรับแขกได้อย่างเหมาะสม เลือกสถานที่ที่ไม่ใหญ่จนทำให้งานดูโล่งเกินไปและไม่เล็กคับแคบจนแขกอึดอัด

9. เซ็นสัญญาโดยไม่อ่านให้ละเอียด

ภาพจาก : www.everafterguide.com
ภาพจาก : www.everafterguide.com

จัดงานใหญ่ครั้งหนึ่งแน่นอนว่านอกจากทะเบียนสมรสที่คุณต้องเซ็นแล้ว ยังมีเอกสารอย่างอื่นเยอะแยะมากมายที่คุณจะต้องลงชื่อด้วย ทั้งเอกสารการซื้อขายและเอกสารสัญญาว่าจ้างต่างๆ คุณควรจะอ่านรายละเอียดในหนังสือสัญญาให้ละเอียดและรอบคอบ ถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัยต้องรีบถามรีบเคลียร์ให้เข้าใจกันทั้งตัวคุณและผู้รับจ้างก่อนลงมือเซ็นชื่อ และที่สำคัญอย่าอ่านคนเดียว ควรจะให้คนรัก พ่อ แม่ หรือเพื่อนที่เราไว้ใจมาช่วยอ่าน ช่วยทำความเข้าใจด้วยก็จะดี

10. ไม่เตรียมตัวสำหรับการจดทะเบียนสมรส

ภาพจาก : www.pinterest.com
ภาพจาก : www.pinterest.com

การจดทะเบียนสมรสไม่ใช่แค่ว่าคุณและคนรักจะเดินดุ่มๆ เข้าไปที่อำเภอแล้วก็จะจดได้เลยทันทีทันใดนะคะ ก่อนจะไปจดทะเบียนคุณควรเตรียมเอกสารให้พร้อม ทั้งบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน พยานบุคคล (2 คน) พร้อมบัตรประชาชน และเอกสารจำเป็นในกรณีอื่นๆ สำหรับผู้หญิงที่จะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลสามี อย่าลืมเตรียมตัวเตรียมเอกสารสำหรับการแจ้งเปลี่ยนคำนำหน้า เปลี่ยนชื่อ และเปลี่ยนนามสกุลด้วยนะ

11. เลือกใช้งานผู้รับจ้างผิด!

www.everafterguide.com
www.everafterguide.com

ผู้รับจ้างในที่นี้ฮีบินหมายถึงทุกอย่างในงานแต่งที่คุณไม่ได้ทำเองและต้องจ้างคนอื่น เช่น เวดดิ้งแพลนเนอร์ ร้านการ์ด ร้านชุด วงดนตรี แคทเธอริ่ง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คุณควรจะคิดดีๆ ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกใช้บริการเจ้าไหน คุณต้องดูตัวอย่างงานและโปรไฟล์ของแต่ละเจ้าให้ดีเสียก่อนว่าเข้ากับความต้องการของคุณจริงไหม และที่สำคัญคือราคารับได้หรือไม่ ถ้าจะให้ดีฮีบินแนะนำให้คุยกับผู้รับจ้างแต่ละเจ้าก่อนที่จะตัดสินใจเลือก

12. เลือกเวดดิ้งแพลนเนอร์มือสมัครเล่น

ภาพจาก : www.everafterguide.com
ภาพจาก : www.everafterguide.com

ถ้าคุณคิดว่าคุณสามารถควบคุมทุกอย่างในงานแต่งได้ด้วยตัวของคุณเอง หรือแม้กระทั่งไว้วางใจเพื่อนสนิทว่าพวกเขาเหล่านั้นจะช่วยคุณได้แน่ และคิดว่าไม่จำเป็นต้องจ้างเวดดิ้งแพลนเนอร์ แบบนี้ก็ตามแต่ความต้องการของบ่าวสาว แต่ฮีบินขอบอกเลยว่าพอถึงวันงานจริงคุณอาจจะเจอความวุ่นวายที่มาทักทายแบบไม่ทันตั้งตัวแน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าไม่มั่นใจว่าจะรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าได้อยู่หมัด การเลือกเวดดิ้งแพลนเนอร์ดีๆ สักเจ้าให้เข้ามาช่วยดูแลงานแต่ง แบบนี้ก็ช่วยให้คุณสวยอย่างสบายใจไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเรื่องอื่นๆ อีก

13. ลืมนัดแนะเวลาที่แน่นอน

ภาพจาก : www.weddingwire.com
ภาพจาก : www.weddingwire.com

คนจะเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาว รวมไปถึงพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาว และประธานในพิธีไม่ควรจะมาถึงงานสายเด็ดขาด คุณจะต้องนัดแนะเวลาที่แน่นอนสำหรับคนแต่ละคน ระบุเวลาไปเลยว่าบ่าวสาว พ่อแม่ จะต้องมาเตรียมตัวกี่โมง เพื่อนเจ้าบ่าวเพื่อนเจ้าสาวต้องมาตอนกี่โมง และประธานควรมาตอนกี่โมง แบบนี้จะได้หมดปัญหาคนสำคัญมาช้ามาสายแล้วทำให้ฤกษ์งามยามดีที่ดูไว้ต้องเคลื่อน

14. เครียดเกินไป

ภาพจาก : www.everafterguide.com
ภาพจาก : www.everafterguide.com

ว่าที่เจ้าสาวบางคนออกอาการไบรด์ซิลล่า เครียดมากในช่วงเตรียมงานแต่ง และจะนอยด์ยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อใกล้ถึงวันงาน จนคนรอบข้างหลายคนถึงกับส่ายหน้าในความขี้เหวี่ยงขี้วีนของตัวเธอ ฮีบินขอแนะนำว่าให้คุณใจเย็นๆ เข้าไว้ค่ะ ถ้าเครียดมากๆ นอยด์มากๆ เดี๋ยวถึงวันแต่งแล้วไม่สวยนะจ๊ะ

15. เล่าทุกรายละเอียดให้คนอื่นฟังแบบเป๊ะๆ ทุกอย่าง

ภาพจาก : www.everafterguide.com
ภาพจาก : www.everafterguide.com

การบอกเล่าเรื่องราวอันน่ายินดีอย่างการแต่งงานก็เป็นเรื่องดีนะคะ แต่! คุณไม่จำเป็นจะต้องเล่าทุกอย่างแบบหมดเปลือกหรอกนะ เพราะบางทีการเล่าบ่อยๆ ก็จะทำให้คนอื่นมองว่าคุณเป็นคนขี้อวดก็ได้นะ ต้องระวังให้ดี!

15 ข้อที่ว่ามานี้เป็นเรื่องที่คุณทำได้ง่ายๆ ไม่ยาก แค่ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ตัดสินใจ และระมัดระวังข้อผิดพลาดต่างๆ ให้ดี รับรองว่างานแต่งของคุณจะสมูทและผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอน

เรื่อง : JeenHuiBin

เรียบเรียง : www.everafterguide.com
ภาพ : www.everafterguide.com, www.weddingwire.com, www.pinterest.com, www.cocoweddingvenues.co.uk.com,
www.phillymag.com, justmytype.co.nz, www.toptableplanner.com, www.overthec.com, www.brides.com,