ระวัง! 5 เรื่องนี้จะทำให้คุณกลายร่างเป็น Bridezilla!

เราขอบอกตรงๆ เลยนะคะว่าช่วงระยะเวลาระหว่างเตรียมงานแต่งงานเนี่ย ว่าที่เจ้าสาวบางคนก็ออกอาการสติแตกกลายเป็น Bridezilla กันเยอะ ในขณะเดียวกันก็มีว่าที่เจ้าสาวอีกไม่น้อยที่สามารถควบคุมอารมณ์และสะกดจิตตัวเองให้เป็นนางฟ้าสวยๆ ได้ตลอดรอดฝั่ง แบบนี้เรียกว่าโชคดี แต่ใครที่คิดว่าเจ้าสาวแบบหลังจะโชคดีทุกคนล่ะก็ เราขอบอกเลยว่าคุณคิดผิด! เพราะบางครั้งต่อให้คุณจะโลกสวยกับตัวเองแค่ไหน ก็ยังไม่วายมีคนรอบตัวมาทำให้อาการของคุณกำเริบอยู่ดี!

1. โดนขโมยไอเดียงานแต่งจากคนใกล้ตัว

ภาพจาก : www.newstandhopping.com
ภาพจาก : www.newstandhopping.com

เคสนี้มักจะเกิดขึ้นกับคนที่กำลังจะแต่งงานในเวลาใกล้เคียงกัน ว่าที่เจ้าสาวคนไหนที่เจอสถานการณ์แบบนี้ค่อนข้างน่าเห็นใจอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะว่าคุณก็วาดฝันไว้ซะดิบดีว่างานแต่งฉันต้องเป็นธีมนี้ สีนี้ ใช้ดอกไม้และตกแต่งแบบนี้ แต่แหม! ความบังเอิญก็มาทักทายทันทีเมื่อคุณรู้ว่าเพื่อนสาวหรือคนใกล้ตัวดันออกแบบงานแต่งมาในแนวเดียวกันกับคุณเป๊ะๆ แถมด้วยการวิ่งโร่ไปติดต่อเวดดิ้งแพลนเนอร์จนเสร็จสรรพก่อนที่คุณจะได้ขยับตัวซะอีก แล้วยิ่งถ้างานแต่งของเขาจัดก่อนงานของคุณด้วยเนี่ย แบบนี้เป็นใครก็คงออกอาการเซ็งเหมือนกันล่ะน่า

2. เจอแขกใส่ชุดสีขาวหรูหรา!

ภาพจาก : www.nowstreamingpod.com
ภาพจาก : www.nowstreamingpod.com

เจ้าสาวคนไหนที่เจอแขกแบบนี้ในงานแต่งก็คงนอยด์สุดๆ ไปเลยล่ะค่ะคู้ณณณณ! ก็แหม… มางานแต่งทั้งทีจะใส่ชุดสีขาวฟู่ฟ่ามาแย่งซีนนางเอกของงานเพื่อ? บางคนแต่งตัวมาอลังการงานสร้างกว่าเจ้าสาวตัวจริงเสียอีก (เห็นแล้วอยากจะไล่ให้ไปเปลี่ยนชุด!) ถ้าเจอแบบนี้แล้วเจ้าสาวคนไหนจะออกอาการ Bridezilla เราก็เข้าอกเข้าใจนะคะ อนุญาตให้มองบนและมองแรงใส่ได้หนึ่งที ต่อจากนี้ก็คีพลุคสวยๆ เกาะแขนคุณเจ้าบ่าวเอาไว้ อย่าได้แคร์จ้ะ!

3. แขกแคนเซิลงานในนาทีสุดท้าย!

dailymail-co-uk
ภาพจาก : www.dailymail.co.uk

อีกหนึ่งปัญหาชวนปวดหัวสุดๆ ก็คงจะเป็นเรื่องแขกเหรื่อทั้งหลายนี่แหละจ้ะ ในตอนแรกที่คุณออกการ์ดเชิญก็ตอบรับยืนยันเสียดิบดีว่าไม่มีทางพลาดงานนี้แน่ แต่ในที่สุดความซวยและความโป๊ะก็มาเยือนเจ้าภาพ เมื่อแขกบางรายโทรมาแคนเซิลไม่มาร่วมงาน ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา (บางเหตุผลก็เข้าใจได้นะ) แบบนี้ว่าที่เจ้าสาวหลายคนถึงกับกุมขมับ เพราะว่าจ่ายเงินค่าจัดเลี้ยง ค่าอาหาร ค่าของชำร่วย ฯลฯ ไปเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานเลี้ยงที่ต้องคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายหัว ใครที่โทรมาบอกว่าเปลี่ยนใจก่อนวันแต่ง 1-2 สัปดาห์เจ้าภาพก็ยังพอทำใจ อาจจะเชิญแขกท่านอื่นมาแทนได้บ้าง แต่ใครที่โทรมาแคนเซิลก่อนวันงานเพียงหนึ่งวันเนี่ย แบบนี้จะไม่ให้อาการ Bridezilla กำเริบได้ยังไงเล่า!

4. เอาแต่เตรียมงานแต่งจนไม่ทำอย่างอื่น!

ภาพจาก : www.appilyever.com
ภาพจาก : www.appilyever.com

ด้วยความที่อยากให้วันงานออกมาเพอร์เฟ็กต์ที่สุด ว่าที่เจ้าสาวหลายคนจึงดำดิ่งลึกลงไปในรายละเอียดงานแต่งของตัวเองจนแทบไม่ทำอะไรอย่างอื่น ไม่ออกไปเดท ไม่ออกไปเที่ยวสังสรรค์ ไม่ได้สนทนากับคนอื่นนอกจากคุยเรื่องงานแต่งของตัวเอง ขอเตือนไว้เลยว่าถ้าคุณเริ่มรู้สึกตัวว่าชีวิตตัวเองจะวนเวียนอยู่กับการเตรียมงานแต่งทุกลมหายใจขนาดนี้ คุณจะต้องหาเวลาไปเที่ยว ไปพักผ่อนเติมความหวานกับคนรักโดยหยุดพักเรื่องการเตรียมงานไปก่อน แบบนี้จะได้ไม่เครียดจนกลายร่าง

5. กลายเป็นเจ้าสาวไม่ตรงต่อเวลา!

ภาพจาก : www.huffingtonpost.com
ภาพจาก : www.huffingtonpost.com

มีหลายครั้งหลายคราที่เราพบว่าซีเคว้นท์งานแต่งงานมักจะเริ่มช้ากว่าที่ได้กำหนดเอาไว้ ช้านิดช้าหน่อย 10-15 นาทีแบบนี้ไม่ว่ากัน แต่บางงานกว่าจะเริ่มพิธีได้ก็ล่วงเลยเวลาที่ตั้งใจไว้กว่าครึ่งชั่วโมง กรณีนี้ขอบอกว่าบางครั้งสาเหตุก็ไม่ได้มาจากตัวเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าวหรอกเนอะ แต่มันอาจจะมาจากบุคคลต่างๆ ในงาน เช่น ประธานมาช้า พ่อเจ้าบ่าวหายไป หรือแม่เจ้าสาวยังสวยไม่เสร็จ แบบนี้เจ้าสาวก็คงจะเกิดอาการฮึดฮัดขัดใจแน่นอน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นี่เนอะ ทำได้แค่ปั้นหน้ายิ้มแห้งๆ แล้วข่มปีศาจไว้ข้างในใจแทน ฮ่าๆๆ

หลายครั้งที่คุณเป็นว่าที่เจ้าสาวแสนดีมาโดยตลอดทั้งใจเย็น ยิ้มหวาน ไม่เครียด ไม่นอยด์ กับการเตรียมงานแต่งของตัวเอง แต่พอมาเจอปัจจัยภายนอกหรือคนใกล้ตัวที่มาสร้างปัญหาน่าเวียนหัวว่าที่เจ้าสาวคนไหนที่เจอสถานการณ์อย่างใน 5 ข้อนี้ก็ตั้งตัวตั้งสติกันให้ดี อย่าได้ระเบิดลง ตู้มมม! กลายร่างเป็นปีศาจออกอาละวาดเด็ดขาดนะ

เรื่อง : JeenHuiBin

เรียบเรียง : brides.com

ภาพ : huffingtonpost.com, appilyever.com,  dailymail.co.uk, nowstreamingpod.com,  newstandhopping.com