ย้อนมาส่อง…เทรนด์แหวนหมั้นในแต่ละยุคสุดแอนทีค

แพรว Wedding ขอพาคุณผู้อ่านไปส่องดูวิวัฒนาการของแหวนสวยๆ ที่คุณๆ อาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า จากอดีตสู่ปัจจุบันมนุษยชาติสร้างสรรค์ แหวนหมั้น มาแล้วกี่แบบ และแบบไหนที่สาวๆ ในยุคนี้น่าเอามาทำใหม่

แหวนยุคโบราณ

แหวนในยุคโบราณถูกพบในหลุมฝังศพชาวอียิปต์โดยแหวนมีลักษณะเป็นโลหะพันรอบสามนิ้วของมือซ้าย สันนิษฐานว่า เพราะเชื่อกันว่าตรงจุดนี้คือจุดเชื่อมต่อโดยตรงกับหลอดเลือดดำที่ตรงสู่หัวใจ

0

แหวนยุคกลาง

นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าในยุคนี้มีการใช้แหวนเพชรหมั้นหมาย โดยเกิดขึ้นเมื่อ Maximillian ดยุกแห่งออสเตรีย ให้แหวนเพชรตัวเรือนทองคำมีอักษรรูปตัว M ฝังอยู่ในเพชรแก่แม่รี่แห่งเบอร์กันดีคนรักของเขา นั่นเอง

แหวนในปี 1500-1700
1แหวนในยุคนี้อ้างอิงว่ามาจากแหวนหมั้นในบทละครของเช็คสเปียร์และในศตวรรษที่ 18 คู่รักชาวยุโรปมักแลกเปลี่ยนแหวนที่เรียกว่า (Poesy,Posie) มีลักษณะเป็นแหวนทองสลักข้างในเป็นตัวอักษร เช่น บทกวีหรือข้อความและในบางคู่ก็เปลี่ยนจากแหวนทองเป็นแหวนเงิน

แหวนในปี 1800
2ในยุคนี้เป็นยุควิตอเรียในประเทศอังกฤษและมีความโรแมนติกมาก สาเหตุเพราะส่วนหนึ่งมาจากสมเด็จพระราชินีวิคตอเรียกับสามีอัลเบิร์ตมีความรักกันอย่างสุดซึ้ง ซึ่งในยุคนั้นน้อยนักที่เราจะเห็นเพราะการแต่งงานในราชวงศ์มักจะถูกจัดขึ้นเพื่อทางการฑูตหรือทางเศรษฐกิจเป็นส่วนใหญ่ แหวนหมั้นขอพระราชินีวิคตอเรียจึงมีลวดลายแปลกตาและยังมีความโรแมนติกเช่น หัวใจ, คันธนู, ดอกไม้แม้กระทั่งรูปงู ซึ่งรูปงูนั้นถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรักชั่วนิรันดร์ แหวนในยุคนี้จึงกลายเป็นรูปแบบบางส่วนของแหวนหมั้นในยุคปัจจุบัน

หวนในยุคต้นศตวรรษที่ 20
3 แหวนในยุคต้นศตวรรษที่ 20 มีความหรูหราโดยเป็นแหวนเพชรตัวเรือนฉลุลายลูกไม้และยังทำมาจากแพลทินัมและทองคำขาว

แหวนในปี 1920-1930
4หากเปรียบเทียบแหวนในยุคนี้กับยุคต้นศตวรรษที่ 20 แล้วรูปทรงของแหวนมีการออกแบบเป็นทรงเรขาคณิต สะท้อนให้เห็นถึงความงามศิลปะแบบ Art Deco (ศิลปะการออกแบบและตกแต่งภายในที่เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 20 ในประเทศฝรั่งเศส โดยศิลปะชนิดนี้มีการใช้สีที่สว่าง สดใส ลายเส้นอ่อนช้อยและยังมีรูปทรงเราขาคณิต) ซึ่งทำให้เห็นว่าในยุคนี้มีความหรูหราและมีสไตล์ที่ทันสมัยซึ่งตัวแหวนจะมีการนำอัญมณีที่หลากหลายมาใช้มากขึ้นเช่นไพลินและทับทิบ

แหวนในปี 1940
5ในยุคของสงครามโลกครั้งที่สอง แหวนส่วนใหญ่ออกแบบให้มีความใหญ่และหนาขึ้นและลวดลายส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่โค้งเหมือนริบบิ้นและดอกไม้ เนื่องจากแพลทินัมในยุคศึกสงครามนั้นหายากคนส่วนใหญ่จึงเลือกทองคำมาใช้แทนและเพชรถึงแม้ว่าจะเป็นอัญมณีที่คู่ควรกับแหวนแต่ในยุคนี้ได้มีการสังเคราะห์ทับทิมและไพลินมาใช้แทนเพราะเพชรหายากและมีราคาแพง

แหวนในปี 1950
6แหวนในปี 1950 ได้แรงบันดาลใจมาจาก Audrey Hepburn (นักแสดงชื่อดังชาวอังกฤษ) สามีของเธอ Mel Ferrer มอบแหวนที่ตัวเรือนทำมาจากโลหะที่ต่างชนิดกันและยังมีเพชรเม็ดเล็กๆ ล้อมรอบสร้างเสน่ห์และได้รับความนิยมมาจนถึงยุคปัจจุบัน

แหวนในปี 1960
7แหวนในปีนี้ต้องยกให้กับเจ้าแม่เพชรและอัญมนี เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ แหวนหมั้นของเจ้าหล่อนที่สามีทูลหัวอย่าง ริชาร์ด เบอร์ตัน มอบให้เป็นแหวนมรกตที่มีขนาดถึง 33 กะรัตและยังติดอันดับราคาแพงที่สุดในโลก

แหวนในปี 1970
10แหวนเพชรทรง Princess Cut และทรงสี่เหลี่ยมได้รับความนิยมนำมาเป็นแหวนหมั้นมากในช่วง 10 ปีนี้เพราะมีความเรียบง่ายและหรูหราและเหมาะอย่างมากทั้งกับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ

แหวนในปี 1980
11งานอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าฟ้าชายชาลล์และเจ้าหญิงไดอาน่าสร้างความปลื้มปิติให้กับประชาชนชาวอังกฤษ และแหวนหมั้นของพระองค์ยังล้ำค่าเพราะทำมาจากแซฟไฟล์รูปไข่ล้อมเพชรช่างหรูหราและเลอค่าในทศวรรษนี้เป็นอย่างมากและในปัจจุบันได้ตกทอดไปเป็นแหวนหมั้นของเจ้าหญิงเคท มิทเดิลตัน

แหวนในปี 1990-ปัจจุบัน
8หลังจากเทคโนโลยีเริ่มเข้ามา อินเตอร์เน็ตจึงมีอิทธิพลกับผู้คนยุคนี้มากขึ้น ทำให้แหวนในยุคนี้มีหลากหลายแบบ แต่ที่เด่นชัดมากที่สุดคือแหวนทรงกลมแบบเรียบหรือที่เรียกว่า แหวนเม็ดเดี่ยว (Solitaire) แต่เด่นที่ตัวเพชรยิ่งเพชรมีประกายมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นที่ชื่นชอบมากสำหรับคนยุคนี้ เรียกได้เน้นเรียบแต่หรูหราและมีราคาแพง

แหวนในอนาคต
9เราไม่อาจคาดการณ์ได้ค่ะว่าแหวนในอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เราอาจเห็นแหวนจากอดีตกลับมาเป็นที่นิยมในปัจจุบันหรือมีการผสมผสานของหลายยุค เหล่าบรรดาคู่รักอาจจะใส่ใจรายละเอียดมากขึ้นทั้งวัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติหรือการออกแบบที่ไม่ซ้ำใคร แต่ถึงอย่างไรแหวนไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคก็ยังเป็นตัวแทนของความรักและยังคงส่งต่อจนถึงในอนาคตอย่างไม่จบไม่สิ้น เห็นด้วยไหมคะ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : www.brilliantearth.com, www.knowledgenuts.com, aleyma.tumblr.com

เรื่อง : Nitcha