4 ทริคกันน้ำตาแตกวันแต่งงาน!

ผู้หญิงเนี่ยดีใจก็ร้องไห้ เสียใจก็ร้องไห้นะคะ ยิ่งเฉพาะวันแต่งงานด้วยแล้วละก็ พิธีเช้าก็ร้อง พิธีเย็นก็ร้อง น้ำตาไหลเป็นว่าเล่นจนช่างแต่งหน้าเหนื่อยใจจะเติมเครื่องสำอางให้! บางคนอินจัดร้องหนักจนมาสคาร่าเยิ้มมากองใต้ตาจนถ่ายรูปออกมาไม่สวยอีก ว่าที่เจ้าสาวคนไหนที่รู้ตัวว่าบ่อ น้ำตา ตื้นแล้วไม่อยากหน้าเยิ้มในวันสำคัญ เรามีวิธีสกัดกั้นน้ำตามาบอกจ้า

1. ฝึกพูดคำในใจให้มั่นแม่น

แน่นอนว่าซีเคว้นท์สำคัญอย่างหนึ่งในวันแต่งงานคงจะหนีไม่พ้นการพูดถึงกันและกัน พูดความประทับใจ พูดขอบคุณแขก รวมไปถึงการกล่าวคำปฏิญาณสำหรับคู่รักที่นับถือศาสนาคริสต์ และก็เป็นเรื่องที่แน่นอนเช่นกันว่าช่วงพูดนี่แหละ น้ำตาแตกชัวร์! เราเลยขอแนะนำให้ว่าที่บ่าวสาวร่างสคริปต์สิ่งที่อยากจะพูด แล้วฝึกพูดจนคล่องเสียก่อน เวลาขึ้นเวทีเจอแขกมากมายจะได้ไม่ประหม่า ไม่ตื่นเต้น ถ้าเป็นไปได้ให้คุณฝึกพูดกับเจ้าบ่าวของคุณด้วย เผื่อว่าเกิดอาการซึ้งใจน้ำตาไหลจะได้มีโมเม้นท์หวานๆ เช็ดน้ำตากันสองคน (ไม่ต้องมีคนอื่นมาคอยจ้องมอง!) แถมวันงานเจ้าสาวก็จะไม่ต้องเสี่ยงอายไลนเนอร์และมาสคาร่าเยิ้มด้วยนะ เพราะว่าร้องไปแล้วก่อนหน้านี้ไง ฮ่าๆ

2. คิดไว้เสมอว่า เดี๋ยวหน้าเละ!
วิธีนี้แพรว wedding เชื่อว่าได้ผลชะงัดนักนะคะ กับการสะกดจิตตัวเองเอาไว้ว่า “เดี๋ยวไม่สวย! เดี๋ยวหน้าเยิ้ม! เดี๋ยวหน้าเละ!” ใช่ค่ะ เรากำลังจะบอกคุณว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ความตื้นตันปลื้มปีติมันล้นเอ่อและกลั่นตัวออกมาเป็นน้ำตา ให้คุณคิดไว้เสมอว่าคุณแต่งหน้าอยู่ พร้อมทั้งสะกดจิตตัวเองด้วยวลี “เดี๋ยวหน้าเละ!” ท่องวนไปค่ะสาวๆ

3. เพลงสนุกๆ ช่วยคุณได้!

เราเข้าใจว่าหลายๆ คนคงชื่นชอบเพลงรักหวานๆ ช้าๆ ซึ้งๆ และนิยมเลือกเพลงเหล่านี้มาใช้ในช่วงเวลาสำคัญๆ เสมอ อิฉันก็ไม่ได้ปฏิเสธนะคะว่ามันเริดและเข้ากับสถานการณ์วันแต่งงาน แต่อย่าลืมว่าเพลงช้าๆ แบบนี้แหละที่บิ้วท์อารมณ์ให้บ่อน้ำตาแตกมานักต่อนักแล้ว! เพราะฉะนั้นใครที่คิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีภูมิต้านทานกับเพลงรักต่ำ ได้ยินเมื่อไหร่น้ำตาจะต้องไหลออกมา ขอแนะนำว่าลองเลือกเพลงสนุกๆ ดูไหมคะ รับรองว่าซึ้งแค่ไหนก็ไม่มีน้ำตาซึม เชื่อดิ!

4. เรียกเสียงฮากลบน้ำตาก็ดีนะ

ข้อนี้ดูเหมือนจะทำได้ยากถ้าคุณเป็นคนที่ไร้ซึ่งอารมณ์ขัน ชีวิตจริงจังอยู่ตลอดเวลา เพราะเรากำลังจะบอกว่า ระหว่างที่คุณพูดความในใจหรือพูดขอบคุณแขกอยู่บนเวที เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณคิดว่าน้ำตาต้องมาแน่ๆ ให้คุณรีบสต๊อปถ้อยคำหวานซึ้งนั้นไว้ก่อน แล้วสอดแทรกด้วยมุขตลกๆ น่ารักๆ (แต่ไม่ใช่หยาบคาย ทะลึ่งนะ) เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้มาแทนน้ำตาก่อนชั่วคราว แล้วค่อยพูดคำซึ้งๆ ต่อ หรือถ้าจะให้ดีระหว่างที่คุณกำลังร่างสคริปต์สิ่งที่อยากพูด ให้คุณลองสังเกตว่าช่วงประโยคไหนที่คุณรู้สึกว่าจะมีน้ำตา ให้ลองโน้ตเรื่องตลกๆ ไว้สักนิดก็ดีนะคะ

อีกวิธีหนึ่งที่เราอยากแนะนำก็คือ เรื่องที่คุณจะพูดควรเป็นเรื่องราวความสุขที่ทำให้เจ้าบ่าวหรือแขกฟังแล้วจะต้องยิ้ม อย่าเล่าเรื่องชีวิตประเภทฝ่าฟันอุปสรรคกันมามากมายจนกว่าจะมีวันนี้ แบบนี้รับรองว่ามุกตลกก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้นนะ

อย่างที่บอกไปค่ะว่าในวันสำคัญแบบนี้ เพศหญิงอย่างเราๆ ก็มักจะเซนซิทีฟกันมากกว่าปกติ แค่เจออะไรซึ้งๆ มาสะกิดหน่อยก็บ่อน้ำตาแตกซะแล้ว (บางคนร้องไห้ตั้งแต่เห็นหน้าเจ้าบ่าว!) พอน้ำไหลเครื่องสำอางที่ประโคมมามีหรือจะอยู่ติดทน ต่อให้กันน้ำดีขนาดไหนก็ต้องมีไหลมีย้อยบ้างเป็นธรรมดา ดังนั้นถ้าใครไม่อยากให้ใต้ตามีมาสคาร่าไหลมากอง ลองนำ 4 วิธีนี้ไปใช้กันได้นะจ๊ะ รับรองว่าหน้าแห้งไปจนส่งตัวเข้าหอเลยจ้า

เรียบเรียง : www.brides.com

ภาพ : https://www.rd.com