7 ความหมายใน 7 ธรรมเนียมปฎิบัติในงานแต่งงานที่บ่าวสาวควรรู้

ธรรมเนียมงานแต่งทั่วโลกมีมากมายหลากหลาย แต่ก็มีธรรมเนียมบางอย่างที่แทบจะทุกประเทศปฎิบัติเหมือนกัน มาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีธรรมเนียมปฎิบัติใน งานแต่งงาน ไหนบ้างที่คลาสสิค คุ้นตา และต้องได้เห็นทุกงาน

1. เค้กแต่งงาน สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์

1เค้กแต่งงานถือเป็นสัญลักษณ์ของงานแต่งและยังหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ด้วยค่ะ  ในยุคโรมันแขกจะนำเค้กก้อนเล็กๆ ที่อบจากข้าวสาลีมากองรวมกันให้เป็นชั้นสูงขึ้นไปและให้คู่บ่าวสาวปีนขึ้นไปบนเค้กและจูบกันเหนือยอดเค้ก หากบ่าวสาวคู่ใดปีนขึ้นไปจูบได้สำเร็จเชื่อว่าบ่าวสาวคู่นั้นจะครองรักกันยาวนานและยั่งยืน

ในสมัยพระเจ้าชาร์ลที่ 2 พ่อครัวชาวฝรั่งเศสเดินทางมาเที่ยวกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเห็นพิธีนี้ก็กลัวว่าเค้กจะพังลงมา จึงคิดทำเค้กให้มีก้อนใหญ่และเป็นชั้นๆ ขึ้นไปพร้อมเคลือบน้ำตาลไอซิ่ง ซึ่งสันนิษฐานว่านี่คือที่มาของรูปทรงเค้กที่พัฒนามาจนถึงปัจจุบัน

2. เพื่อนเจ้าสาวป้องกันวิญญาณร้าย

2แทบจะทุกงานแต่งงานเลยนะคะที่เราจะเห็นเพื่อนเจ้าสาวอยู่คู่กับเจ้าสาวในวันงาน แต่เหตุที่พวกเธอแต่งตัวเหมือนกันและให้คล้ายคลึงกับเจ้าสาวเพราะในสมัยก่อนเชื่อว่าการแต่งตัวแบบนี้จะช่วยปกป้องเจ้าสาวจากวิญญาณร้าย รวมถึงหลอกคนที่คิดปองร้ายสับสนว่าคนไหนเป็นเจ้าสาวกันแน่

3. ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์

3สีขาว สัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ ไร้เดียงสาและสะอาดตาเมื่อเวลามอง ชุดแต่งงานสีขาวเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1840 สมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร พระองค์เป็นสวมชุดแต่งงานสีขาวที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก และชุดของพระองค์ก็ยังเป็นต้นแบบให้กับกับหญิงสาวทั่วโลกจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ

4. โยนดอกไม้เพื่อขับไล่สิ่งไม่ดี

4ใครจะรู้ล่ะคะว่า พิธีโยนช่อบูเกต์ที่เห็นกันในปัจจุบันเพื่อลุ้นว่าใครที่รับจะได้เป็นสาวผู้โชคดีได้เป็นเจ้าสาวคนต่อไป แท้จริงแล้วมีความเชื่อกันว่า โยนเพื่อขับไล่ปีศาจ สิ่งชั่วร้ายและโรคภัยต่างๆ ออกไปจากบ่าวสาว เพราะบ่าวสาวที่กำลังจะแต่งงานเปรียบเหมือนชีวิตที่กำลังเกิดใหม่ และสิ่งที่นำมาโยนในช่วงแรกๆ ก็ไม่ใช่ดอกไม้นะคะ แต่เป็นกระเทียม เครื่องเทศและสมุนไพรที่มีกลิ่นฉุนค่ะ

5. แหวนสื่อรัก

5เหตุผลที่เราต้องสวมแหวนนิ้วนางข้างซ้ายเพราะเชื่อกันว่าเส้นเลือดดำของนิ้วนางข้างซ้ายเชื่อต่อกับหัวใจโดยตรงค่ะ ส่วนวงกลมของแหวนนั้นก็เปรียบเหมือนการครอบครอง เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ไม่มีที่สิ้นสุด รู้คำตอบแบบนี้แล้วก็คลายข้อสงสัยไปเลยเนอะ

6. ของเก่า ของใหม่ ของยืมมาและของสีฟ้า

6หลายคนเคยได้ยินมาแล้วกับประโยค “Something old, something new, Something borrowed, something blue.” ความหมายก็คือในวันแต่งงาน เจ้าสาวต้องมี 4 สิ่งนี้เป็นเคล็ดค่ะ

  • Something New หมายถึง สิ่งใหม่ที่เป็นของเจ้าสาว
  • Something Old  หมายถึง สิ่งเก่าอาจจะเป็นของที่ตกทอดมาจากแม่ เช่น แหวน,ต่างหู
  • Something Borrowed หมายถึง สิ่งที่ยืมมา เราอาจยืมสิ่งของจากคนที่เคยเป็นเจ้าสาว เพื่อรับความสุขเหมือนเขาค่ะ
  • Something Blue หมายถึง ของบางสิ่งที่มีสีฟ้าเช่น เครื่องประดับติดผม หรือเข็มกลัดที่มีชิ้นส่วนประกอบเป็นสีฟ้าค่ะ

คำเหล่านี้ล้วนมีความหมายคือ สิ่งเก่าเพื่อรักษาความรักไว้และครองคู่การยาวนาน สิ่งใหม่เพื่อจะได้พบสิ่งใหม่และความสุขในอนาคตข้างหน้า สิ่งที่ยืมมาเพื่อพบกับความสุขเหมือนเจ้าของที่เรายืมมา สิ่งที่มีสีฟ้า เพราะสีฟ้าคือสีแห่งความซื่อสัตย์ ความโชคดีค่ะ ช่างลึกซึ้งและมีความหมายมากเลยค่ะ

7. ส่งต่อหน้าที่ให้กับชายที่เธอรัก

7.เคยสังเกตกันไหมคะว่าในพิธีแต่งงานเจ้าสาวจะควงแขนผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาในงาน เหตุผลเพราะถือเป็นการมอบลูกสาวให้กับชายที่เธอรักดูแล และชายคนนั้นจะทำหน้าที่แทนพ่อในการปกป้องดูแลทะนุถนอมลูกสาวที่เป็นที่รักก่อนที่จะเป็นเจ้าสาวเต็มตัวและพร้อมจะเริ่มชีวิตใหม่ มีครอบครัวเป็นของตัวเองบอกเลยค่ะว่าซีนนี้สร้างความประทับใจและซาบซึ้งให้กับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานอย่างล้นหลามเลยค่ะ

ภาพและข้อมูล : www.marthastewartweddings.com, www.streetdirectory.com, www.norwegiandating.net

เรื่อง : Nitcha