ตีแผ่ความเชื่อวันแต่งงาน เพราะอะไรบ่าวสาวห้ามเจอกันก่อน

หลายคนคงเคยได้ยินความเชื่อวันแต่งงานที่ว่า ห้ามบ่าวสาวเจอกันก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน บางบ้านก็บอกว่าห้ามเจอกันก่อน 1 วัน บางบ้าน 3 วันบ้าง 7 วันบ้าง แล้วแต่ความเชื่อ แต่เคยคิดสงสัยไหมคะว่า ไหนๆ ก็จะแต่งกันอยู่แล้ว จะมาห้ามไม่ให้เจอกันทำไม เราจึงเสาะหาเหตุผลมาไขข้อสงสัยนี้

กุศโลบายอย่างหนึ่งที่ฮีบินไปค้นเจอมาก็คือ “เพื่อฝึกความอดทน” ค่ะ อุ๊ต๊ะ! นี่จะแต่งงานนะคะไม่ได้เรียน รด. ทำไมจะต้องฝึกความอดทนด้วย คำตอบก็คือ ทนต่อความคิดถึง ทนให้ถึงเวลาที่เหมาะสม และที่สำคัญคือ การใช้ชีวิตคู่หลังจากแต่งงานนั้น บ่าวสาวจะต้องมีน้ำอดน้ำทน อดทนอดกลั้นให้มากเข้าไว้ แต่ฮีบินว่านะคะ ปัจจุบันนี้แค่บ่าวสาวเข้าพิธีวิวาห์ได้ก็ถือว่ามีความอดทนเยอะแล้วนะ เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะว่ากว่าจะฝ่าด่านของการเตรียมงานที่ทั้งคู่จะต้องทุ่มเถียงกันเพื่อให้ได้ตามแบบที่ตัวเองต้องการนี่ก็ถือว่ายากแล้ว บางคู่ทะเลาะกันใหญ่โต แต่สุดท้ายก็แต่งจนได้ ถือว่าผ่านด่านทดสอบสำคัญไปด่านหนึ่งแล้วนะ

อีกหนึ่งความเชื่อที่สืบถอดกันมาแต่โบราณว่า เนื่องจากในสมัยก่อนผู้หลักผู้ใหญ่มักจะสรรหาชายหญิงที่คู่ควรและเหมาะสมมาแต่งงานกัน หรือที่เราคุ้นเคยก็คือ “การคลุมถุงชน” ซึ่งบางครอบครัวก็อาจจะนัดให้มาดูตัวกันก่อนแต่ง แต่บางครอบครัวก็ให้ไปเจอกันในวันแต่งงานเลย เพราะกลัวว่าถ้าได้เห็นหน้ากันก่อนแล้วเกิดไม่ชอบใจ จะไม่ยอมแต่งงานกันก็เป็นได้

สำหรับเรื่องนี้ฝรั่งเขาก็มีความเชื่อประมาณนี้เหมือนกัน ชาวยุโรปเชื่อกันว่า เคราะห์ร้ายจะมาเยือนคู่รัก หากว่าเจ้าบ่าวแอบไปเห็นชุดเจ้าสาวก่อนพิธีแต่งงานจะเริ่มขึ้น ส่วนชาวยิวเชื่อว่า สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันแต่งงาน จะต้องให้บ่าวสาวแยกกัน ไม่เจอหน้ากัน เพื่อลดความกังวลและความตื่นเต้นของทั้งสองฝ่าย อีกทั้งให้ทั้งคู่ได้ใช้เวลาตระเตรียมเรื่องส่วนตัวต่างๆ ที่ต้องทำในฐานะคนโสดเป็นครั้งสุดท้าย และสุดท้ายก็คือ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเจ้าสาวจะยังคงบริสุทธิ์ ไม่เสียเวอร์จิ้นก่อนจะถึงพิธีแต่งงานจริง

ในยุคปัจจุบันความเชื่อที่ว่าห้ามบ่าวสาวเจอหน้ากันยังคงมีบางบ้านบางครอบครัวถือปฏิบัติอยู่ แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ เดี๋ยวนี้บ่าวสาวเขาเตรียมงานเองมากขึ้น พ่อแม่มีส่วนร่วมน้อยลงไปทุกที จะมาห้ามไม่ให้เขาเจอกันเพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อยของงานก็คงลำบาก เอาเป็นว่าใครสบายใจจะห่างกันสัก 2-3 วัน เพื่อทำตามความเชื่อแบบโบราณก็ดีค่ะ แต่ถ้าใครจะไม่ทำเขาก็ไม่ถือนะคะ แล้วแต่สะดวกเลยจ้า

เรื่อง : JeenHuiBin

ข้อมูลบางส่วนจาก : faith.haijai.com, www.tlcthai.com