เฉลย!! ทำไมต้องใช้ หอยสังข์ รดน้ำในงานแต่ง

หอยสังข์  เป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้ในพิธีรดน้ำสังข์ แล้วเคยสงสัยกันไหมคะว่า เอ๊ะ ทำไมถึงต้องเป็นหอยสังข์? มีความหมายแฝงและความเชื่ออะไรหรือไม่? แล้วสามารถใช้อย่างอื่นแทนได้หรือเปล่า? ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย 

ความเชื่อเกี่ยวกับหอยสังข์เป็นความเชื่อที่คนไทยรับมาจากพราหมณ์อีกทอดหนึ่ง ซึ่งมีตำนานตามคติพราหมณ์เกี่ยวกับหอยสังข์ว่า เมื่อครั้งพระอิศวรทรงสร้างเขาพระสุเมรุ พระองค์ทรงมีกระแสรับสั่งให้พระพรหมธาดาขึ้นไปอยู่บนพรหมโลกและให้เป็นใหญ่กว่าพรหมทั้งหลาย ก่อให้เกิดความไม่พอใจให้กับพรหมที่มีจิตใจริษยา จึงจุติลงมาเป็นสังข์อสูรอาศัยอยู่ใต้เขาพระสุเมรุ ต่อมาพระพรหมจะนำคัมภีร์พระเวทมาถวายแก่พระอิศวร เมื่อมาถึงที่อยู่ของสังข์อสูรก็เกิดอาการร้อนรุ่มอยากลงสรงน้ำ จึงวางคัมภีร์พระเวทแล้วลงสรงน้ำ เป็นโอกาสให้สังข์อสูรไปขโมยเอาคัมภีร์พระเวทและกลืนลงท้องไป

pang-5127

ครั้นเรื่องถึงพระอิศวร พระองค์จึงมีรับสั่งให้เชิญพระนารายณ์เป็นธุระในการไปเอาคัมภีร์พระเวทคืนมา พระนารายณ์จึงได้เข้าต่อสู้กับสังข์อสูรและใช้พระกรล้วงเข้าไปในปากของสังข์อสูรจนได้คัมภีร์พระเวทคืนมา และสาปให้สังข์อสูรมีรูปร่างเป็นหอยสังข์ให้อาศัยอยู่ในน้ำ เมื่อมีผู้ใดประกอบกิจอันเป็นมงคลให้จับหอยสังข์ขึ้นมาร่วมอยู่ในพิธี ด้วยถือว่าหอยสังข์เคยเป็นที่บรรจุคัมภีร์พระเวท (จากการที่สังข์อสูรกลืนเข้าไป) และที่ปากหอยสังข์ก็มีรอยนิ้วมือของพระนารายณ์ประทับอยู่ด้วย ซึ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีความเป็นสิริมงคลนั่นเอง

อีกความเชื่อหนึ่งก็คือ เมื่อครั้งที่มีการกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอมฤตนั้น ก่อนที่จะเกิดน้ำอมฤตได้มีของวิเศษลอยขึ้นมา ซึ่งหนึ่งในของวิเศษ 14 อย่างนั้นก็คือ “หอยสังข์” รวมถึงยังมีความเชื่อที่ว่าหอยสังข์เป็นหนึ่งในศัสตราวุธที่พระนารายณ์ทรงถือไว้ในพระกรอีกด้วย

ความเชื่อสุดท้ายที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็คือ เปลือกของหอยสังข์นั้นเป็นสีขาวบริสุทธิ์ มีลักษณะเวียนขวาอันเป็นทิศมงคล ดังนั้นจึงมีความเชื่อว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ น้ำที่ไหลออกมาจะเป็นน้ำมงคล เหมาะแก่การใช้รดน้ำในงานมงคลประเภทต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิวาห์ที่นิยมใช้หอยสังข์ในการรดน้ำสังข์ให้กับคู่บ่าวสาว เพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่ดี

หลังจากนี้หากมีใครเดินมาถามว่าทำไมถึงต้องใช้หอยสังข์ ก็สามารถอวดภูมิความรู้กันได้อย่างเต็มที่ไม่มีกั๊ก

ข้อมูล : www.watkaokrailas.com, www.doyouknow.in.th