คิดจะแต่งงานกันทั้งที 5 เรื่องนี้ต้องคุยก่อน

เมื่อมั่นใจแล้วว่าเขาและเธอคือคนที่ใช่ หัวใจก็เรียกร้องวันวิวาห์ แต่เดี๋ยวก่อน! คิดจะ แต่งงาน ทั้งทีมันก็มีเรื่องที่ต้องตกลงกันก่อน  โดยเฉพาะ 5 เรื่องต่อไปนี้ที่คู่รักทุกคู่ควรจะเปิดอกคุยก่อนจะตัดสินใจลงไปอยู่ในเรือลำเดียวกัน

1. จับเข่าคุยกันสักนิดว่าการแต่งงานและการใช้ชีวิตคู่สำคัญสำหรับคุณทั้งคู่อย่างไร

แน่นอนว่าไม่มีคำตอบใดผิดและไม่มีคำตอบใดถูก แต่การที่คุณทั้งคู่ค่อยๆ คิดว่าอะไรคือสิ่งที่คาดหวังสำหรับชีวิตคู่ ทั้งในวันนี้และในอนาคต ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ความรักหลังแต่งงานมีความสุขและราบรื่น แต่คิดเพียงฝ่ายเดียวไม่เกิดประโยชน์อะไรแน่นอน ดังนั้นก่อนจะเซย์เยส ลองถามใจตัวเองสักนิดว่ามีมุมมองที่แท้จริงต่อเรื่องนี้อย่างไร จากนั้นหาเวลานั่งคุยกันสักหน่อยว่ามีมุมมองการใช้ชีวิตคู่ตรงกันไหม อะไรบ้างที่ควรปรับให้เข้ากัน รวมถึงรูปแบบงานแต่งที่ต้องการเป็นอย่างไร เพื่อจะได้ปรับจูนความเข้าใจและทัศนคติต่างๆ ให้เคลียร์ชัดก่อนที่จะตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน

2. เงินทองของต้องคุย

เรื่องเงินๆ ทองๆ นี่แหละ ที่ทำให้คู่รักกลายเป็นคู่ร้างมานักต่อนัก เพราะฉะนั้นคุณทั้งคู่ควรที่จะเปิดใจคุยให้รู้เรื่องกันไปเลยว่า มีความกังวลหรือมีหนี้สินใดๆ ผูกมัดเอาไว้ก่อนแต่งงานหรือไม่ อย่ากลัวที่จะต้องปรึกษาเรื่องการเงินของกันและกัน ให้คุณทั้งคู่นึกไว้เสมอว่า “รู้วันนี้ดีกว่ามีเซอร์ไพรส์วันหน้า” รวมไปถึงเรื่องสำคัญอย่างสินสอดทองหมั้นและงบประมาณการจัดงานแต่งว่ามีมากน้อยแค่ไหน วางแผนใช้เงินในอนาคตกันอย่างไร เงินเธอกับเงินฉัน ใช้กระเป๋าเดียวกันหรือเปล่า คุยกันให้กระจ่าง จะได้ไม่ต้องขุ่นเคืองใจกันในภายหลัง

3. บ้านเธอ บ้านฉัน อยู่กันที่ไหนดี

เรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหาสำหรับคู่รักสมัยนิยมที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่ก่อนแต่งงาน แต่สำหรับคู่รักมือใหม่การตัดสินใจเรื่องเรือนหอรอรักนั้นก็จำเป็นไม่น้อย คุยกันให้ชัดเจนว่าจะอยู่บ้านเธอ จะอยู่บ้านฉัน หรือจะแยกออกมาเป็นครอบครัวเล็กๆ น่ารัก แต่อย่าลืมว่าคุณพ่อคุณแม่ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงด้วย บางคู่มีเงื่อนไขเรื่องการทำงานหรือเรื่องจำเป็นอื่นๆ ที่ทำให้ต้องอยู่แยกกันหรือสลับไปมาระหว่างสองบ้าน ก็ควรจัดสรรเวลาให้ดี จะอยู่บ้านนี้กี่วัน จะไปบ้านนั้นวันไหน ตกลงกันให้เข้าล็อค เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา

4. เจ้าตัวเล็กของเราจะให้เขามาเมื่อไหร่

หลังจากแต่งงานการมีพยานรักก็ต้องตามมา แต่ว่าควรจะมาในเวลาที่คุณทั้งคู่คิดว่าพร้อมแล้วที่จะให้ความรักและดูแลชีวิตน้อยๆ อีกหนึ่งชีวิตได้เป็นอย่างดี ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปรึกษาหารือกันอย่างจริงจังว่าจะมีลูกไหม มีเมื่อไหร่และมีกี่คน อย่าให้โซ่ทองคล้องใจต้องกลายเป็นบ่วงผูกคอในเวลาที่ไม่พร้อมจะดีกว่า

5. ชีวิตหลังแต่งงานใน 10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

การวางแผนชีวิตคู่ในระยะยาวไม่ใช่เรื่องเสียหาย หลายคู่วาดฝันว่าในอนาคตครอบครัวจะต้องมีธุรกิจที่มั่นคง ในขณะที่อีกหลายคู่ขอแค่ชีวิตที่สงบเรียบง่ายตามสไตล์พอเพียง ถ้าทั้งคู่คิดเหมือนกันก็สบายใจได้ แต่หากว่าคนหนึ่งเกิดอยากอยู่แบบชิลล์สบายในชนบท แต่อีกคนกลับอยากท่องไปให้ทั่วโลก ก็ไม่ควรจะละเลยหัวข้อสนทนานี้ไปเด็ดขาด หากความคิดไม่ตรงกัน ก็ถึงเวลาที่ต้องมานั่งจับเข่าคุย หาจุดกึ่งกลางระหว่างความต้องการของทั้งคู่ เลือกสิ่งที่ทำแล้วทั้งสองฝ่ายมีความสุข ใจเขาใจเรา ยืดหยุ่นกันบ้างก็สร้างชีวิตรักที่ดีได้

การวางแผนชีวิตคู่นั้นไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงแค่ว่าที่บ่าวสาวซื่อสัตย์ จริงใจ และกล้าที่จะเปิดอกคุยกัน รับรองว่าชีวิตหลังแต่งงานคุณจะได้เคียงคู่ชู้ชื่นกันอย่างราบรื่นแน่นอน